xs
xsm
sm
md
lg

ชิมลาง “ แคปติวา” ใหม่ 1.5 เทอร์โบ ราคาต่ำกว่าล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





เมื่อเอ่ยถึงชื่อเสียงของ เชฟโรเลต แคปติวา ในเมืองไทยแล้วต้องยอมรับว่า มีหลายกระแสทั้งชื่นชมในแง่ของตัวรถและเสียงบ่นเรื่องบริการหลังการขายจากผู้ใช้งานจริง ซึ่ง แคปติวา โมเดลที่ทำตลาดในไทยนั้น ได้ยุติการผลิตในประเทศไปเป็นที่เรียบร้อย ทำให้มีคำถามตามมาว่าแล้วจะมีรุ่นใหม่มาทดแทนหรือไม่





คำตอบของคำถามนี้เราได้ตอบไปเรียบร้อยแล้วว่า “มี” ซึ่งเชฟโรเลตเอง ได้เผยโฉม “แคปติวา” ใหม่ไปเมื่อช่วงมอเตอร์ โชว์ที่ผ่านมา โดยเป็นการนำมาจัดแสดงโชว์ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆ อย่างเป็นทางการ จนกระทั่งบัดนี้ ทีมงาน เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง ได้รับเชิญจาก GM ประเทศไทย ในฐานะผู้ดูแลแบรนด์ เชฟโรเลตให้มาสัมผัสตัวจริงของ เชฟโรเลต แคปติวา ถึงถิ่นกำเนิดที่โรงงาน SGMW ประเทศจีน (อ่าน ทำความรู้จัก SGMW ประกอบ)











แคปติวา VS เป่าจุน 530


บางท่านทราบ บางท่านยังไม่ทราบ ขอกล่าวตั้งแต่ต้นตรงนี้เลยว่า เชฟโรเลต แคปติวา ใหม่ คันนี้ ไม่ได้มีส่วนพัฒนาต่อเนื่องหรือเกี่ยวพันใดๆ กับ แคปติวารุ่นก่อนหน้านี้เลย เนื่องจาก แคปติวา โฉมใหม่นั้น เป็นการหยิบเอา โมเดลรถที่พัฒนาขึ้นจาก SGMW มาแปะโลโก้โบว์ไทด์ และใส่ชื่อ แคปติวา ขาย ซึ่งเป็นแนวทางของ จีเอ็ม ในการทำตลาดยุคปัจจุบัน












ด้วยความที่ จีเอ็มมีรุ่นรถที่หลากหลายและพันธมิตรแนบแน่นในหลายภูมิภาคทำให้สามารถหยิบเอาโมเดลต่างๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมกับตลาดมาใส่โลโก้และตั้งชื่อขายตามแต่ละประเทศ ซึ่งในคราวนี้ จีเอ็ม เลือก “เป่าจุน 530” ที่ถูกสร้างขึ้นเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย โดยชื่อของ แคปติวา จีเอ็มเชื่อว่ายังคงมีความน่าเชื่อถือและขายได้จึงได้หยิบขึ้นมาเคาะสนิมใหม่อีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปหลายปี โดยเป็นการนำเข้าจากโรงงานใหม่ของ SGMW ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีการผลิตรุ่นนี้จำหน่ายด้วย










สำหรับ แคปติวา ใหม่ ได้รับการออกแบบภายนอกใหม่ที่สะท้อนให้เห็น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยียานยนต์จากประเทศจีน ทั้งแนวคิด การนำไฟหรี่มาไว้ทางด้านบน ส่วนไฟใหญ่อยู่ด้านล่าง ขนาดมิติตัวถังจัดว่าอยู่ในระดับที่ยากต่อการจัดหมวดหมู่ เพราะหากดูจากภายนอกจะใหญ่กว่ารถ B-SUV แต่ก็จะเล็กกว่า C-SUV นิดหน่อย ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องเลือกจริงๆ ควรจัดให้อยู่กับคู่แข่งอย่าง ฮอนด้า ซีอาร์-วี หรือ มาสด้า ซีเอ็กซ์-5











การออกแบบภายในดูแล้วบอกตามตรงว่ามีกลิ่นไอของความเป็นรถยุโรปอยู่มิใช่น้อย ภาพรวมถือว่า ดูดี การใช้งานฟังก์ชันต่างๆ สะดวกง่าย ออกแบบจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม แต่คันที่เราขับเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดาเวอร์ชันส่งไปขายที่อเมริกาใต้ ซึ่งการเปลี่ยนเกียร์ยากกว่าเกียร์ธรรมดาอื่นๆ นิดหน่อย ส่วนเวอร์ชันไทยสบายใจได้เพราะเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบซีวีที


เบาะนั่ง ทางทีมงาน เชฟโรเลต ประเทศไทย เปรยให้ฟังว่าจะมีทั้งรุ่น 5 และ 7 ที่นั่งในการทำตลาดของไทย ซึ่งฟังก์ชันต่างๆ และคุณภาพของหนังจะแตกต่างจากเวอร์ชันที่เราได้ลองขับในครั้งนี้ เนื่องจาก แคปติวาของไทยนั้นจะมีการปรับปรุงหลายอย่างให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าชาวไทย










อย่างไรก็ตามภาพรวมของตัวรถส่วนใหญ่จะเหมือนกันต่างเพียงแค่รายละเอียดเท่านั้น รวมไปถึงสเปคของเครื่องยนต์ที่ยังไม่นิ่ง มีข้อมูลหลุดออกมาเพียงแค่จะบรรจุเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่มีความแรงราว 138 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบซีวีที ซึ่งยังเป็นสิ่งที่น่าสงสัยว่าจะมีกำลังเพียงพอลากรถที่มีตัวถังใหญ่ขนาดนี้ได้หรือไม่










ขับวนสั้นๆ ออกตัวทันใจ


การขับทางทีมงานของสงวนสิทธิ์ให้สื่อแต่ละท่านได้ขับเพียง 1 รอบเท่านั้นเนื่องจากตัวรถคันดังกล่าวต้องส่งออกจากจีนไปยังประเทศในแถบอเมริกาใต้ โดยเราได้เข้าไปนั่งในตำแหน่งผู้โดยสารก่อนเป็นลำดับแรก จากการนั่งวนสั้นๆ ความเร็วสูงสุดขับได้ไม่เกิน 80 กม./ชม. พอจะกล่าวได้ว่า เป็นรถที่นั่งหลังสบาย ตามที่รถในคลาสนี้ควรจะเป็น แม้จะไม่ได้รู้สึกว่านุ่มมากก็ตาม










หลังจากนั้นย้ายมาลองขับโดยมีสมาชิกนั่งไปในรถด้วยอีก 3 คน การออกตัวเกียร์ธรรมดา รู้สึกว่าตอบสนองทันใจ ไม่มีกังวล แต่เมื่อเปลี่ยนมาวิ่งด้วยเกียร์ 3 และหากต้องการเร่งแซงจากที่ความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. ให้ขึ้นไปที่ความเร็วราว 80 กม./ชม. นั้นความเร็วขึ้นช้า ไม่ทันใจเรา




ช่วงแรกเป็นทางตรงยาว พื้นถนนที่ค่อนข้างเรียบ การเก็บเสียงทำได้ประทับใจกับรถขนาดใหญ่เช่นนี้ ขณะที่พวงมาลัย การตอบสนองอาจจะหนักมือไปสักหน่อย และเมื่อมาถึงช่วงโค้งแบบสลาลมกว้างๆ พวงมาลัยหักเลี้ยวได้สะดวกสบายดี เกาะโค้งและทรงตัวดี แต่แล้วยังไม่ทันจะได้ลองอัตราเร่ง เราขับถึงจุดที่ต้องชะลอและหมดรอบ เปลี่ยนให้ท่านอื่นได้ขึ้นมาทดลองขับบ้าง












ดังนั้นขอเรียนตามตรงนี้ว่า พอจะได้เค้าลางว่า เชฟโรเลต แคปติวา น่าจะเป็นรถ ที่เหมาะกับครอบครัวระดับ 5-7 คน การขับขี่คงจะไม่เร้าใจหรือสนุกสนาน ยิ่งหากมาชนกับเกียร์อัตโนมัติแบบซีวีทีด้วยแล้ว คนที่ชอบรถตอบสนองแบบทันใจ คงจะผิดหวัง แต่จะไปถูกใจคนนั่งและผู้โดยสาร รวมถึงน่าจะเด่นในเรื่องการประหยัดน้ำมัน




อย่างไรก็ตาม คงยังไม่สามารถฟันธงลงไปได้ เนื่องจากสเปคประเทศไทยนั้นมีการปรับเปลี่ยนมากมายหลายประการเพื่อให้เหมาะสมและถูกจริตของคนไทย คงต้องรอชมคันจริงของไทยเสียก่อน จึงจะสรุปได้ชัด












ขณะที่เรื่องของราคาขายทาง เชฟโรเลต ประเทศไทย กระซิบบอกมาว่า ตัวเริ่มต้นนั้นจะมีราคาต่ำกว่า หนึ่งล้านบาทอย่างแน่นอน ส่วนตัวท็อปที่มีเบาะแบบเจ็ดที่นั่ง ราคาเกินหนึ่งล้านบาท ซึ่งเบาะนั่งแถวที่สาม ผู้เขียนได้เข้าไปลองนั่งพบว่า นั่งได้ แต่คงไม่สบายนักหากต้องเดินทางยาวๆ คงเหมาะกับเด็กอายุไม่เกิน10 ขวบหรือคนตัวเล็ก โดยที่เบาะนั่งแถวที่สองจะต้องเลื่อนขยับมาด้านหน้าเพื่อให้เบาะนั่งแถวสามมีพื้นที่วางขาได้






เหมาะกับใคร

ท้าชนคู่แข่งโดยตรงอย่าง ฮอนด้า ซีอาร์-วี แต่จะได้เปรียบในเรื่องของราคาค่าตัวที่น่าจะย่อมเยากว่า หากทำราคาได้ตามที่ประกาศเอาไว้ ใครก็ตามที่กำลังมองหารถครอบครัว ตัวเลือกใหม่อย่าง เชฟโรเลต แคปติวา กำลังจะมา ถ้าไม่รีบใช้รถ อยากให้อดใจรอชมเวอร์ชันไทยก่อนค่อยตัดสินใจอีกครั้งจะได้ไม่เสียใจว่า ทำไมไม่รอดู สำหรับเมืองไทยจะเริ่มขายในเดือน กันยายน โดยนำเข้าจากอินโดนีเซีย ราคาน่าประมาณ 9.5 แสนบาท ในรุ่น 5 ที่นั่ง และประมาณ 1.2 ล้านบาท ในรุ่น 7 ที่นั่ง แต่อย่างไรคงต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากเชฟโรเลต ประเทศไทย อีกครั้ง












กำลังโหลดความคิดเห็น...