xs
xsm
sm
md
lg

7 ทีมชนะ โตโยต้า ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา ลุยดูงานญี่ปุ่น มุ่งสร้างโลกเขียว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์








ก้าวสู่ปีที่ 14 สำหรับโครงการ “ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา” ภายใต้โครงการโตโยต้าเมืองสีเขียว ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อม เพื่อก่อให้เกิดโครงการและดำเนินการอย่างต่อเนื่องสำหรับการลดภาวะโลกร้อนในชุมชนและโรงเรียน โดยจัดให้มีการประกวดโครงการที่สามารถลดภาวะโลกร้อนได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดด้วยการขยายผลสู่พื้นที่เฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ 1 ในโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม







สำหรับการคัดเลือกโครงการของชุมชนและโรงเรียนดีเด่น จะเน้นกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอกนไดออกไซค์ (CO2) ซึ่งจะเน้นด้านการจัดการพื้นที่สีเขียว การจัดขยะอย่างครบวงจรและเหมาะสม การจัดการพลังงานและส่งเสริมพลังงานทางเลือก โดยกิจกรรมของชุมชนและโรงเรียน ที่สามารถคว้ารางวัลชนะในปีนี้ ได้แก่







1.ประเภทโรงเรียน


รางวัลที่ 1 โครงการ Eco ตโปทาราม ตามศาสตร์พระราชา ลดภาวะโลกร้อน จากโรงเรียนวัดตโปทาราม จ.ชลบุรี


รางวัลที่ 2 โครงการน้ำมินร่วมใจลดเมืองร้อนด้วยมือเรา จากโรงเรียนบ้านน้ำมิน จ.พะเยา


รางวัลที่ 3 โครงการบริหารจัดการขยะควบคู่กับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสู่ห้องเรียนธรรมชาติบ้าน วัด โรงเรียน จากโรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม จ.อุดรธานี








2.ประเภทชุมชน


รางวัลที่ 1 โครงการรักษ์ป่า รักษ์พลังงาน และบริหารจัดการขยะ ที่ชุมชนบ้านสันป่าบง จากชุมชนบ้านสันป่าบง เทศบาลตำบลหงาว จ.เชียงราย


รางวัลที่ 2 โครงการนวัตวิถีรางพลับ..สู่การลดโลกร้อนอย่างยั่งยืน จากชุมชนบ้านรางพลับ เทศบาลตำบลกรับใหญ่ จ.ราชบุรี


รางวัลที่ 3 โครงการศรีจอมแจ้ง ต้นแบบชุมชนสีเขียว ร่วมลดเมืองร้อน โดยชุมชนบ้านศรีจอมแจ้ง เทศบาลตำบลหงส์หิน จ.พะเยา


รางวัลพื้นที่เฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา : โครงการลดเมืองร้อนชุมชนบ้านคลองตำหรุ หมู่ 8 มิติใหม่ ปลอดถัง ยั่งยืน พื้นฟูป่า โลมาสร้างรายได้ กระจายสู่ชุมชน โดยชุมชนบ้านคลองตำหรุ หมู่ที่ 8 เทศบาลตำบลท่าข้าม จ.ฉะเชิงเทรา








ทั้งนี้ เพื่อศึกษา เรียนรู้ และสร้างเสริมประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม ทางโตโยต้า จึงพาผู้ชนะทั้ง 7 ทีม ร่วมดูงานด้านสิ่งแวดล้อม ในประเทศญี่ปุ่น สำหรับวันแรก ได้นำมาเยี่ยมชมและรู้จักกับ “Toyota Megaweb” สวนสนุกรูปแบบใหม่ เน้นการดู ขับและสัมผัสรถยนต์อย่างใกล้ชิด ภายในแบ่งเป็นส่วน Toyota City Showcase ที่จัดแสดงรถโตโยต้าและเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมโซนใหม่ X Sports Zone ที่เปิดโอกาสให้อิสระในการเคลื่อนที่ด้วยการทดลองเล่นกีฬาต่างๆ








ถัดไปเป็นส่วนของ History Garage ที่จัดแสดงและบอกเล่าประวัติของรถรุ่นเก่าจากทั่วโลก พร้อมประวัติกีฬามอเตอร์สปอร์ตและการซ่อมรถยนต์ ส่วนสุดท้าย Ride Studio เป็นที่เรียนรู้ด้านกฎจราจรและให้ประสบการณ์ในการขับขี่รถยนต์สำหรับเด็กๆ












สำหรับวันที่ 2 เข้าสู่โหมดวิชาการ ด้วยการรับฟังแนวคิดและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจากโตโยต้า ญี่ปุ่น ที่เกิดจากหลักปรัชญา ของ ดร.Kichiro Toyota ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือสังคมด้วยเทคโนโลยีผ่านการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพสู่สังคม โดยประกาศ 3 พันธกิจท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การปล่อยก๊าซ CO2 เป็น 0% สำหรับรถใหม่, การลดการปล่อย CO2 ลง 90% ในปี 2050 และสุดท้าย การใช้พลังงานทางเลือกแทนน้ำมัน โดยตั้งเป้าปี 2030 มียอดจำหน่ายรถพลังงานทางเลือกกลุ่ม BEVs และ FCEVs มากกว่า 1 ล้านคัน จากยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวม 5.5 ล้านคัน





ทั้งมุ่งเน้นการสร้างสังคมในอนาคตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยเน้นการขยายความร่วมมือกับกลุ่ม บริษัท และองค์กรต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อธรรมชาติ สังคม และโลกให้เป็นหนึ่งเดียวอีกด้วย









จากนั้น เป็นหน้าที่ของเยาวชนและผู้นำชุมชน ในการจะนำเสนอกิจกรรมต่างๆ ของโครงการที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมสรุปผลในการลดภาวะโลกร้อน อาทิ วอล์คแรลลี่ ทำQR code ต้นไม้, Bike for Eco ปั่นรักษ์โลก, การใช้กระติบแทนถุงพลาสติก, การถนอมอาหารแบบพื้นเมืองอีสาน, การทำเตาเศรษฐกิจ และใช้เตาฟืนแทนแก๊สหุงต้ม, การใช้ผ้าแทนพวงหรีดดอกไม้สด เป็นต้น กิจกรรมทั้งหมดจาก 7 ทีม สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั้งสิ้น 226,532 kgCO2e และสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซค์ได้มากถึง 5,720,735 kgCO/ปี

















หลังจากนั้น เดินทางต่อเพื่อเยี่ยมชมโรงงานผลิตพลังงานลม ในเมืองโยโกฮามา ที่มีสัญลักษณ์ “กังหันลมขนาดใหญ่” เป็นจุดประชาสัมพันธ์แหล่งพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นตัวหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้ภายในโยโกฮามา พร้อมสำรองกระแสไฟฟ้าผ่านแบตเตอรี่ที่ใช้กับรถพลังงานไฟฟ้า ทั้งยังเป็นตัวผลิตไฮโดรเจน เพื่อศึกษาการใช้งานขนส่งสำหรับรถโฟล์คลิฟ และรถพลังงานไฮโดรเจน ใน “Toyota Mirai” อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตอีกด้วย

















ในวันถัดมา ทางโตโยต้า ได้พาสัมผัสกับธรรมชาติและเรียนรู้ระบบนิเวศและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายหลาก ภายใน “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติไซโกะ” ด้วยการพาเข้าเยี่ยมชม “ถ้ำค้างคาว” ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทำให้ลาวาไหลมาสะสมและก่อเป็นถ้ำที่มีความสวยงามด้วยลวดลายที่เป็นธรรมชาติ และภายในถ้ำเป็นที่อยู่ของ “ค้างคาว” ในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมีอุณหภูมิที่อบอุ่น ทำให้ทุกปีจะมี “ค้างคาว” มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

















อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ คือ การเรียนรู้กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ที่ “สถาบันสิ่งแวดล้อม โตโยต้า ชิราคาวา-โก” ที่เน้นการเรียนรู้ด้านการปลูกป่า การดูแลรักษาป่า และประโยชน์ที่ได้จากป่า อาทิ การเก็บอุ้มน้ำของใบไม้, การเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า หรือการนำต้นไม้มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำไม้ทำไม้คาน, อโรมา หรือรองเท้า เป็นต้น









นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้ในการทำไฮโดรเจนจากธรรมชาติ โดยการนำน้ำจากธารน้ำมาผสมกับออกซิเจนและแยกด้วยไฟฟ้า เพื่อให้ได้ไฮโดรเจนสำหรับขับเคลื่อน “รถจำลองพลังงานไฮโดรเจน” ซึ่งเป็นโมเดลจำลองรถยนต์ FCV ในอนาคต ที่ใช้พลังงานสะอาดและไม่มีก๊าซ CO2











ต่อด้วยการเดินสำรวจป่าในช่วงกลางคืน ที่ไม่มีแสงสว่าง ทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติและบรรยากาศของป่าในยามค่ำคืน ช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิด และจิตนาการ รวมถึงสัญชาติญาณได้เป็นอย่างดี















และที่พลาดไม่ได้ คือ “Toyota Ecoful Town” เมืองจำลองต้นแบบในอนาคต ที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระหว่างคน รถยนต์และที่อยู่อาศัย ด้วยการประสานการใช้พลังงานและเทคโนโลยีเข้าไว้อย่างกลมกลืน ทั้งเน้นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น










ภายในจะมีในส่วนศูนย์นิทรรศการ ที่อธิบายประวัติของเมืองโตโยต้า การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อตอบโจทย์การเป็น SDGs Future City โดยมีการบรรยายแนวคิดด้านเทคโนโลยี พลังงานทดแทนที่นำมาใช้ในเมืองนี้













ส่วนที่ 2 Toyota Eco House เป็นบ้านต้นแบบที่เน้นออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับฤดูกาลและสภาพแวดล้อม เพื่อประหยัดพลังงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัย โดยการนำพลังงานลมและแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมเพื่อการอยู่อาศัย











ส่วนที่ 3 เป็นระบบขนส่ง Intelligent Transportation System (ITS) ที่ช่วยในการแก้ไขปัญหารถติดและความปลอดภัยบนท้องถนน โดยนำระบบ ITS มาใช้ในรูปแบบต่างๆ อาทิ เสากั้นระบบเซ็นเซอร์, ไฟเตือนแสดงเมื่อมีผู้ใช้ถนน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีจุดชาร์จรถไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ Smart Mobility Park ที่ประยุกต์ใช้กับรถ Car Sharing ภายใต้ชื่อ HA:MO ควบคู่กับการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม







และสุดท้าย Hydrogen : Station การจำลองโรงงานสาธิตแยกก๊าซไฮโดรเจน และการจัดหาก๊าซไฮโดรเจนกับก๊าซมีเทน เพื่อแปรรูปนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ทั้งมีการจัดแสดงวิธีใช้พลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ ผ่าน Toyota MIRAI โดยจัดทำเป็นสถานีบริการไฮโดรเจนสำหรับรถ FCV เพื่อให้บริการลูกค้าภายนอกอีกด้วย











การดูงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ญี่ปุ่นในครั้งนี้ ถือเป็นอีกทริปที่ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ สำหรับเยาวชนและผู้นำชุมชน ที่จะนำสิ่งเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับการจัดการและการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ สำหรับการลดภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืนและยาวนาน




กำลังโหลดความคิดเห็น...