xs
xsm
sm
md
lg

ตะลุย “เกย์ดอน” ชมโรงงาน พลิกตำนาน “แอสตัน มาร์ติน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

โลโก้ ย้อนยุค




แบรนด์ “แอสตัน มาร์ติน” ชื่อนี้อาจจะยังไม่คุ้นหูคนไทยสักเท่าไหร่นัก แต่ถ้าบอกว่า นี่คือแบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษ ที่มีตำนานเคียงข้างมากับสายลับชื่อดังอันดับหนึ่งของโลก อย่าง “เจมส์ บอนด์007” หลายคนคงถึงบางอ้อ ซึ่งหลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นเวลากว่า 100 ปี









อีกหนึ่งแบรนด์ที่อยู่คู่กันมา




ในศตวรรษที่สองของแอสตัน มาร์ติน เตรียมเปิดศักราชใหม่ ซึ่งทีมงาน เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง ได้รับคำเชิญจากทาง “แอสตัน มาร์ติน ลากอนด้า” ให้ไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่และโรงงานพร้อมแหล่งประวัติศาสตร์ด้านยานยนต์ของ แอสตัน มาร์ติน ส่วนจะมีอะไรน่าสนใจบ้างเชิญติดตามชมได้









บริเวณด้านหน้าของสำนักงานใหญ่ แอสตัน มาร์ติน ที่ประเทศอังกฤษ




เทคโนล้ำ-ฝีมือประณีต


สำนักงานใหญ่ของ แอสตัน มาร์ติน ลากอนด้า นั้นตั้งอยู่ที่ เกย์ดอน , วอร์วิค ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษ ซึ่งนอกจากเป็นศูนย์รวมของทีมงานผู้สร้างสรรค์รถยนต์แอสตัน มาร์ตินแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นโรงงานประกอบรถยนต์อยู่ร่วมกันอีกด้วย รวมถึง พิพิธภัณฑ์แสดงรถยนต์ระดับตำนานของ แอสตัน มาร์ติน ซึ่งส่วนการจัดแสดงรถนี้ เปิดโอกาสให้กับเจ้าของรถแอสตัน มาร์ติน ทุกคนสามารถเข้าชมได้







ห้องโถงภายในจุดแรกที่เราเข้ามาเจอ



เมื่อแรกเข้าถึงส่วนรับรองของสำนักงานใหญ่จะพบกับจุดแสดงรถยนต์ ครบทุกรุ่นที่ขายอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็น ยุคใหม่ของ แอสตัน มาร์ติน หลังการเข้ามาบริหารงานของ “แอนดี้ พลามเมอร์” ซีอีโอ โดยมีพระเอก “ดีบีเอส” เป็นตัวนำตามด้วย “แวนเทจ” และ “ดีบี11” สามรุ่นใหม่ในรอบ 3 ปี นับจากการประกาศแผน 7 รุ่น 7 ปี ของแอสตัน มาร์ติน







ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์แสดงรถของแอสตัน มาร์ติน ยุคต่างๆ


ถัดจากนั้นจะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงรถที่เป็นตำนานในแต่ละยุค เริ่มตั้งแต่รถยนต์คันแรกของแอสตันมาร์ตินที่ออกจำหน่าย ไปจนถึงรถสุดพิเศษอย่าง ดีบี10 ที่สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องเจมส์ บอนด์ ตอนล่าสุดอย่าง Spectre ซึ่งมีเพียง 10 คันทั่วโลกและ 1 คันจอดอยู่ ณ สำนักงานใหญ่แห่งนี้ โดยทุกคันยังมีสภาพดีอยู่ ส่วนคันที่เห็นว่าถูกทำลายในภาพยนตร์นั้นเป็นเพียงม็อคอัพหรือโครงรถเปล่าเท่านั้น เหล่าสาวกสบายใจได้
แอสตัน มาร์ติน ดีบี10 พาหนะคู่กาย เจมส์ บอนด์ 007 หนึ่งใน 10 คันของโลกจอดอยูตรงนี้





เหนือสิ่งอื่นใด คือ การได้ชมแบบใกล้ชิด แอสตัน มาร์ติน รุ่น ดีบี5 ที่เป็นการปรากฏโฉมเป็นร่วมกันครั้งแรกระหว่าง เจมส์ บอนด์ และแอสตัน มาร์ติน จากคำบอกเล่าของผู้ดูแลและนำพวกเราชมรถต่างๆ เหล่านี้ เขาเล่าว่า คันจริงที่ใช้ถ่ายทำในภาพยนตร์ตอน Goldfinger นั้น หายสาบสูญ โดยไม่ทราบว่าหายไปไหนและอยู่กับใครในเวลานี้
ส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงรถและตำนานของ แอสตัน มาร์ติน




ซึ่งเจ้า ดีบี5 รุ่นนี้ ถือว่าเป็นรถที่แพงที่สุดของแอสตัน มาร์ติน ในเวลานี้ก็ว่าได้ จากการประมูลล่าสุด มีราคาถึง 2.6 ล้านปอนด์ (ราว 100 ล้านบาท) ส่วนราคาทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5 แสนถึง2 ล้านปอนด์ ตามแต่สภาพของรถ





ไลน์การประกอบรถยนต์ แอสตัน มาร์ติน



หลังจากนั้นเราได้เข้าสู่ส่วนของโรงงานประกอบรถยนต์ที่มีไลน์การผลิตครบทุกรุ่นของ แอสตัน มาร์ติน สิ่งหนึ่งที่ประทับใจที่สุดคือ ความสะอาด นับเป็นโรงงานประกอบรถยนต์ที่สะอาดที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่เราเคยได้เยี่ยมชมมา ทุกจุดใช้คนในการประกอบ บางชิ้นส่วนที่ต้องการความแม่นยำจะใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเช่น ลายบนหนัง หรือการตัดหนังให้เข้ารูป แต่การเย็บชิ้นงานเข้าด้วยกันยังคงใช้มือคนในการทำ ซึ่งแต่ละคนทำอย่างช่ำชองและมีความชำนาญมาก





การคัดเลือกชิ้นส่วนหนังเพื่อนำไปเย็บประกอบเป็นเบาะนั่ง





การประกอบชิ้นส่วนเครื่องยนต์และช่วงล่างจะใช้คนในไลน์ แม้เครื่องยนต์ถูกส่งมาจากโรงงานผลิตจากฝั่งยุโรป แต่การประกอบติดตั้งเข้ากับตัวรถนั้นจะทำที่โรงงานเกย์ดอนแห่งนี้ โดยทุกคันจะต้องผ่านการตรวจสอบ หลากหลายขั้นตอนตามมาตรฐานการประกอบรถยนต์ของแอสตัน มาร์ติน ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความประณีตเป็นหัวใจหลัก









เจ้าหน้าที่ตัดเย็บเบาะหนังให้เข้ารูป



ยิ่งไปกว่านั้น หากรถของคุณสั่งออพชันพิเศษ ข้อมูลและชิ้นส่วนต่างๆ ที่สำคัญ และเป็นสเปคของรถแต่ละคันจะถูกเก็บรักษาเอาไว้ เพื่อเป็นอะไหล่ของคันนั้นโดยเฉพาะ เช่น บางคันเลือกสี “หินจากดวงจันทร์” แอสตัน มาร์ติน ก็ทำให้ได้ ขอให้มีตัวอย่างมาและจ่ายได้ อาจจะมีคำถามว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า อะไหล่ชิ้นนี้จะยังคงอยู่ ติดตามคำตอบตอนต่อไป





โครงของรถก่อนนำไปประกอบกับเครื่องยนต์
ยังคงประกอบด้วยฝีมือคน
ลายปักต่างๆ จะใช้เครื่องจักรเพื่อความแม่นยำ
การประกอบชิ้นส่วนช่วงล่างและเบรก
ตรวจเช็คความเรียบร้อยของการประกอบ
จัดเตรียมเครื่องยนต์เพื่อประกอบเข้ากับตัวถัง
เครื่องยนต์และช่วงล่างมาอยู่ด้วยกันแล้ว
ท่อไอเสียได้รับการดูแลอย่างดี ไม่ต่างจากเบรก
โครงสร้างตัวถังกำลังมา
เครื่องยนต์และเกียร์ ดูที่ขนาดของเพลาขับเคลื่อน ใหญ่แค่ไหนถามใจตัวเองดู
เบาะมารอ
การเก็บรายละเอียดต่างๆ ยังใช้ฝีมือคน
ความลับในไลน์ผลิต
ดูออกไหมว่า รถรุ่นอะไร
โครงสร้างตัวถังระหว่างการเข้าไปทำสี
ประกอบด้วยมืออย่างแท้จริง
เทอร์โบ
แอสตัน มาร์ติน วาลคีรี่ย์ เวอร์ชันที่สามารถจดทะเบียนวิ่งบนถนนหลวงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สีสรรต่างๆ แอสตันมาร์ติน สามารถทำได้ทุกสี แม้สีนั้นจะมาจากดวงจันทร์ก็ไม่มีปัญหา
แอสตัน มาร์ติน ดีบี6 แวนเทจ ซาลูน ปี 1969 ราคาปัจจุบันคันนี้ 695,000 ปอนด์ หรือราว 30 ล้านบาท
บูทแอสตัน มาร์ติน ในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ มีรถครบทุกรุ่นจัดแสดง รวมถึงรถต้นแบบรหัส 003 และรถไฟฟ้า ที่จะทำตลาดในชื่อแบรนด์ ลากอนด้า


กำลังโหลดความคิดเห็น...