xs
xsm
sm
md
lg

แอสตัน มาร์ติน "แวนเทจ" สวย สนุก เร้าใจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




แอสตัน มาร์ติน แบรนด์รถยนต์ระดับตำนานจากประเทศอังกฤษ ที่การทำตลาดในเมืองไทยปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ เอ็มจีซี เอเชีย ซึ่งมีแบรนด์รถยนต์หรูหราระดับไฮเอนด์อยู่เต็มครบไลน์การขาย เรียกว่าลูกค้าที่คิดจะซื้อรถยนต์ระดับนี้ มั่นใจ100%ได้ในเรื่องของการดูแลและบริการหลังการขาย





สำหรับทิศทางการทำตลาดของ แอสตัน มาร์ติน ในระดับโลกนั้น ทีมผู้บริหารได้ประกาศว่าจะมีรถยนต์รุ่นใหม่เปิดตัวทุกปีต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา พระเอกใหม่ คือ “แวนเทจ” รถสปอร์ตขนาดกระทัดรัด ที่ดูเหมือนจะเล็กกว่ารุ่น ดีบี11 แต่ในแง่ของหัวใจแล้วอยู่ในระดับเดียวกัน




แอสตัน มาร์ติน แวนเทจ โฉมก่อนหน้านี้ทำตลาดมาอย่างยาวนานถึง 12 ปีกว่า ก่อนที่ในปี 2017 จะมีการเปิดตัว แวนเทจ ใหม่ทั้งคัน และมาเปิดตัวในเมืองไทยเมื่อปี 2018 ก่อนที่ตัวรถจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าได้ในช่วงปีนี้ โดยมาพร้อมกับการให้สื่อมวลชนได้สัมผัสและทดลองขับตัวจริงกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ทีมงาน เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง จะเล่าให้อ่านกัน




หัวใจใหม่ v8


สิ่งแรกที่เด่นสะดุดตามากที่สุดคงเป็นรูปลักษณ์ภายนอกโดยเฉพาะ ด้านท้ายของตัวรถที่ อาศัยแนวดีไซน์จากรุ่น ดีบี10 ให้เส้นสายที่เรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ส่วนด้านหน้ามากับกระจังหน้าและไฟหน้าใหม่หมดจด พร้อมครีบสปอยเลอร์ล่างแนวใหม่สะท้อนปรัชญาการดีไซน์ใหม่ของแอสตัน มาร์ติน





หัวใจใหม่ของแวนเทจโฉมนี้คือ เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด แบบวี8 สูบ ขนาด 4.0 ลิตรเทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 510 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 685 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดจาก แซดเอฟ ผู้ผลิตเกียร์ชั้นนำของโลก ด้านสมรรถนะ ความเร็วสูงสุด 314 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 3.6 วินาที เรียกว่าเป็นเครื่องที่เล็กลงกว่าเดิมแต่กลับมีพละกำลังมากขึ้นและแรงขึ้นกว่ารุ่นเครื่องยนต์ วี12 เสียอีก

ซึ่งมากับการวางตำแหน่งใหม่ด้วยเครื่องยนต์วางกลางหน้าเพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมดุล 50:50 หน้า-หลัง น้ำหนักตัวรถเบาเพียง 1,530 กก. ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง










ภายในออกแบบใหม่ นั่งได้เพียง 2 คนเท่านั้น การจัดวางตำแหน่งของปุ่มต่างๆ จะเน้นความสมมาตรคือด้านซ้ายและขวาเท่าเทียมกัน จอแอลซีดีขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง และการเชื่อมต่อผ่านระบบบลูทูธ ไอโฟนและไอพอด เพื่อความบันเทิงเต็มรูปแบบ



ด้านระบบความปลอดภัยบรรจุมาเต็มพิกัดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ABS, EBD, EBA ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน, HBA ระบบช่วยเบรกด้วยไฮดรอลิก, PTC ระบบควบคุมแรงบิด, DTV ระบบปรับแรงบิด และ DSC ระบบควบคุมการทรงตัว ล้อและยางขนาด 20 นิ้ว







ขับน้อย สนุกมาก



ในส่วนของการได้ทดลองขับนั้น ออกตัวก่อนว่าเราได้ขับเป็นระยะทางสั้นๆ จากถนนพระราม3 วิ่งขึ้นสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นระยะเวลาราว 20 นาที ดังนั้น สิ่งที่สัมผัสได้คงเป็นการชิมลางแบบสั้นๆ ก็จับความรู้สึกเบื้องต้น ซึ่งหากเป็นคนที่ชื่นชอบ แอสตัน มาร์ตินอยู่แล้วแค่ได้ลองขับ ก็รู้ว่าจะจบกับรุ่นไหนได้ทันที





ระบบการขับขี่หลังจากติดเครื่องยนต์แล้ว จะมีด้วยกัน 3 โหมดคือ สปอร์ต , สปอร์ต พลัส และ แทร็ค ซึ่งเดิมทีเราคิดว่า โหมดสปอร์ตคงเหมือนกับ โหมดปกติในรุ่น ดีบี แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

เนื่องจากโหมดสปอร์ตในแวนเทจจะเป็นโหมดพื้นฐานในการขับ ที่มีความกระฉับกระเฉง ตอบสนองฉับไว กับโหมดปกติในรุ่นดีบีอย่างชัดเจน ซึ่งเราได้ลองขับในโหมดสปอร์ตนี้แล้ว รู้สึกว่า แวนเทจตอบสนองทันใจดี แต่เมื่อได้ลองเปลี่ยนมาใช้โหมด สปอร์ตพลัส เหมือนเราได้เข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง








สปอร์ต พลัส จะมาครบทั้งเสียงของท่อไอเสียที่คำราม การตอบสนองของคันเร่งที่ไวขึ้น เกียร์เปลี่ยนเร็วขึ้น อัตราเร่งพุ่งติดเท้ามากกว่า รวมถึงการมีเสียงของแบ็คไฟร์ จากท่อไอเสียด้วยนั่นเอง เรียกว่า ขับสนุก เร้าใจ ดุจดั่งเรากำลังไล่ล่าผู้ร้ายในหนังอย่างเจมส์บอนด์นั่นเอง


หลังจากนั้นเราได้เปลี่ยนมาใช้งานโหมดแทรค ความแรงและเร็ว ยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ การลากเกียร์ได้ยาวมากขึ้น เสียงคำรามจัดเต็มแบบครบๆ ช่วงล่างจะรู้สึกได้ถึงความมั่นคงกว่าแต่ย่อมต้องแลกมาด้วยความกระด้างที่มากขึ้นกว่าโหมดสปอร์ต








แน่นอนว่า เวลาแห่งความสุขมาผ่านไปรวดเร็วเสมอ เราขับด้วยความเร็วสูงสุดแตะถึง 190 กม./ชม. ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ สองรอบ เสียงลมประทะกระจกมองข้างมีลอดเข้ามาให้ได้ยินบ้าง ถือว่ายอมรับได้กับรถที่มีความแรงพุ่งทะยานชนิดหลังติดเบาะแบบนี้




เหนือกว่าความแรงย่อมต้องเป็นระบบเบรกที่มากับจานเบรกขนาดใหญ่ระดับ 400 มม. สำหรับล้อหน้าและ 360 มม. สำหรับล้อหลัง เพียงพอต่อการหยุดและควบคุมความแรงระดับ 510 แรงม้าได้อย่างสบายๆ ไม่หวาดหวั่นหัวใจแต่ประการใด







เหมาะกับใคร

คนที่กำลังมองหารถสปอร์ตระดับซุปเปอร์คาร์เอาไว้ประดับบารมีสักคัน ชอบความแรงควบคุมความหรูและไม่อยากซ้ำแบบใคร แอสตัน มาร์ติน แวนเทจ คือคำตอบที่ตรงใจด้วยยอดขายรวมทุกรุ่นปีละ ไม่ถึง 40 คัน ดังนั้นผู้ที่จะเป็นเจ้าของได้จะต้อง เอ็กคลูซีฟ จริงๆ สนนราคาค่าตัว 16,900,000 บาท ย่อมเยากว่าแต่ได้ภาพลักษณ์ที่หล่อไม่น้อยหน้าใคร













กำลังโหลดความคิดเห็น...