xs
xsm
sm
md
lg

เชคไลน์อัพ EV พาเหรดลุยไทยพร้อมแค่ไหน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ค่ายรถมั่นใจ ประเทศไทยมีความพร้อมเตรียมทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ชูธงนำ “ลีฟ” เปิดตัวพร้อมเคาะราคา 1,990,000 บาท สร้างกระแส แพงเกินเอื้อม ฟากค่ายยุโรป “อาวดี” ระบุชัดปีหน้าได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้า e-Tron เข้ามาทำตลาด ด้านจากัวร์ ส่ง PHEV ชิมลางก่อนเปิด I-Pace รถยนต์ไฟฟ้า 100% ปีหน้า ส่วน “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ยาหอมตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่ลุยด้วย PHEV ก่อน แต่สงวนท่าที EQC จะมาเมื่อใด

กระแสของรถยนต์ไฟฟ้า ในเมืองไทย ถูกกล่าวถึงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่ต่างโหมโรง สร้างการรับรู้รวมถึงเตรียมความพร้อมต่างๆ เริ่มมีค่ายรถนำรถยนต์ไฟฟ้าทยอยเข้ามาจำหน่าย ไล่เรียงมาตั้งแต่ บีวายดี อี6, เกีย โซล อีวี และฮุนได ไอโอนิค ซึ่งทั้งสามค่ายที่นำรถเข้ามาจำหน่ายแล้ว ต้องยอมรับตามตรงว่า กระแสการตอบรับยังไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร จนกระทั่ง นิสสัน นำ “ลีฟ” เข้ามา
ืNissan Leaf เปิดตัว ด้วยราคา 1,990,000 บาท
นิสสัน สร้างกระแสและการรับรู้มานานร่วมปี ก่อนที่จะเปิดราคาพร้อมรับจอง โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1,990,000 บาท การส่งมอบจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2562 เป็นต้นไป

หลังจากนิสสัน ประกาศราคาออกมาเช่นนี้ เกิดกระแสคำว่า “แพง” ขึ้นมาอย่างทันทีทันใด จากความคาดหวังของผู้บริโภคว่า จะได้สัมผัสกับรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาราคาขายของ นิสสัน ลีฟ ในประเทศญี่ปุ่น (ราว3,200,000 เยน) อเมริกา (ราว29,900 ดอลล่าร์สหรัฐ) รวมถึงประเทศในกลุ่มยุโรป (ราว 28,000 ยูโร) มีราคาเริ่มต้นอยู่ตั้งแต่ 1,000,000-1,200,000 บาท
นิสสัน และ การไฟฟ้านครหลวงแถลงร่วมมือกันในการตรวจระบบไฟฟ้าภายในบ้านว่าสามารถรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้หรือไม่
ดังนั้น แม้ว่า นิสสัน ลีฟ ที่ทำตลาดในประเทศไทย จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ทำให้มีอัตราภาษีนำเข้าเหลือเพียง 20% แต่เมื่อรวมกับภาษีสรรพสามิต 8% ภาษีมหาดไทย 10% (ของภาษีสรรพสามิตร) และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% ทำให้ ลีฟ จึงมีราคาสูงกว่าที่จำหน่ายในประเทศอื่นๆ ดังกล่าวมา

สำหรับการทำตลาดของ นิสสัน ลีฟ ในประเทศไทย คงเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่กลุ่มลูกค้าระดับบนก่อน โดยมีโชว์รูมที่ได้รับสิทธิในการจำหน่าย ลีฟ ในช่วงแรก 33 แห่ง คลอบคลุมทั่วประเทศ โดยมาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพ 3 ปีหรือ 100,000 กม. การรับประกันระบบไฟฟ้า 5 ปี หรือ 100,000 กม. และการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.


คลิ็กที่นี่อ่าน บททดสอบ นิสสัน ลีฟ
Audi e-Tron
ขณะที่ ฟากฝั่งของค่ายยุโรป “อาวดี้” หลังจากได้ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ “ไมซ์สเตอร์ เทคนิค” เข้ามาดูแล ทิศทางของ อาวดี้ ในประเทศไทย ดูมีทีท่าที่สดใสขึ้นมาทันที จากเดิมที่เคยมียอดขายในระดับ 100 คัน/ปี ในช่วงระยะเวลาเพียง 1 ปีกว่า อาวดี้ ยุคใหม่ ในชื่อ “อาวดี้ ไทยแลนด์” สามารถทะยานขึ้นมามียอดขายในระดับ 1,000 คัน/ปี ได้สำเร็จ โดยล่าสุดผ่าน 10 เดือนแรกของปีนี้ มียอดขายไปแล้วกว่า 800 คัน
Audi e-Tron ขายในยุโรปค่าตัวเริ่ม 79,900 ยูโร หรือราว 3 ล้านบาท
จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้ทาง อาวดี้ เอจี บริษัทแม่ ให้ความเชื่อมั่น และเมื่อถามถึงทิศทางการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย ทีมผู้บริหารอาวดี้ ไทยแลนด์ บอกว่า ในปีหน้าจะได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้าของ อาวดี้ เข้ามาทำตลาดอย่างแน่นอน
ที่ชาร์จอยู่ทางด้านข้าง
“ทีมงานของ อาวดี้ เอจี เข้ามาเมืองไทย เพื่อมาดูแนวโน้มการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทยแล้ว พบว่า เมืองไทยมีความพร้อมสูงกว่าที่คาดไว้มาก ทั้งโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของจุดชาร์จไฟฟ้าสาธารณะ ที่มีแพร่หลายรองรับได้เพียงพอต่อการใช้งาน ดังนั้นไทยจึงเป็นหนึ่งในประเทศ ที่อาวดี้ ให้คำมั่นว่าจะทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในยุคบุกเบิกเช่นนี้” กฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด กล่าว
ภายสุดล้ำสมัย
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของอาวดี้ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดโลกช่วงเดือนกันยายนปีนี้ ในชื่อ อาวดี้ อี-ทรอน รถยนต์ไฟฟ้าชนิดแบตเตอรี่ 100% มากับรูปทรงของรถเอสยูวี แบตเตอรี่ขนาด 95 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 400 กม. (ตามมาตรฐานการวัดของ WLTP) สามารถชาร์จจาก 0-80% ได้ในเวลา 30 นาที (แบบ DC ชาร์จเร็ว) และชุดชาร์จบ้านปกติ ใช้เวลา 8.5 ชั่วโมง (11kW AC)
ภาพจากภายในโรงงานอาวดี้ที่เริ่มการประกอบแล้ว




อาวดี้ อี-ทรอน มากับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ผสานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro กำลังสูงสุด 402 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 664 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. กระจายน้ำหนักในอัตราส่วน หน้า50-หลัง50

สำหรับ ราคาจำหน่าย อาวดี้ อี-ทรอน ในยุโรป เริ่มต้นที่ 79,900 ยูโร หรือประมาณ 3,000,000 บาท



Land Rover Range Rover Sport (ซ้าย) และ Range Rover (ขวา) เป็นรถแบบ ปลั้กอิน-ไฮบริดทั้งคู่




ในส่วนของคู่แข่ง “จากัวร์ ไอ-เพซ” รถยนต์ไฟฟ้า ที่เปิดตัวมาก่อนหน้า เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ประกาศทำตลาดในประเทศไทยช่วงปีหน้า คาดว่าจะอยู่ประมาณไตรมาสแรก โดยทาง “อินช์เคป” ตัวแทนจำหน่ายจากัวร์และแลนด์โรเวอร์ในประเทศไทย เริ่มต้นทำตลาดด้วยการแนะนำ แลนด์โรเวอร์ 2 รุ่น ได้แก่ “เรนจ์ โรเวอร์” และ “เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต” แบบปลั้กอินไฮบริด เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในมอเตอร์ เอ็กซ์โป ที่กำลังจัดแสดงอยู่เวลานี้



ที่ชาร์จอยู่ด้านหน้า
เหนืออื่นใด ทางอินช์เคป ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับทาง “อีเอ” หรือบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ ที่มีเป้าหมายสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า “EA Anywhere” ราว 1,000 จุด ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑลและหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด
อินช์เคปและอีเอ ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกัน



“เราร่วมมือกับ อีเอ ในการติดตั้ง walbox ชุดเครื่องชาร์จให้กับลูกค้าทุกคน โดยเลือกได้ว่าจะติดตั้งที่บ้านหรือที่ทำงาน พร้อมกับฟรีวอยเชอร์ สำหรับการใช้งานชาร์จไฟที่สถานีชาร์จไฟฟ้าของ EA Anywhere มูลค่า 10,000 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกในการชาร์จไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้งานรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์” นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว



Land Rover Range Rover Sport ตะลุยไต่บันไดมังกรที่ประเทศจีน
จากัวร์ ไอ-เพซ
ทั้งนี้ จากัวร์ ไอ-เพซ(คลิ้กอ่านการทดลองขับ) เป็นรถยนต์แบบเอสยูวี ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวหน้าหลัง ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา แบตเตอรี่ขนาด 90 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 480 กม. (มาตราฐาน WLTP) สามารถชาร์จไฟ0-80% ได้ในเวลา 40 นาที ด้วยชุดชาร์จเร็ว(DC) ส่วนการชาร์จบ้านปกติ ใช้เวลา 10 ชั่วโมง (7kW AC) กำลังสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 696 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. กระจายน้ำหนัก 50-50
ภายในของจากัวร์  ไอ-เพซ
จากัวร์ ไอ-เพซ ราคาจำหน่ายในอังกฤษเริ้มต้น 63,495 ปอนด์ หรือราว 2,800,000 บาท

Mercedes-Benz EQA




นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้นำตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย ล่าสุดได้มีการนำ “อีคิวเอ” รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบมาจัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปด้วย นี่คือสัญญาณสำคัญที่ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่งออกมาว่า จะทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ในเมืองไทย ควบคู่ไปกับแผนการลงทุนที่ยื่นอนุมัติผ่านเรียบร้อยแล้ว
รถต้นแบบไฟฟ้า EQA
“เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีความตั้งใจจริงในการทำตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่ในประเทศไทย ซึ่งมีความยืดหยุ่นสามารถรองรับการประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้ง PHEV และ BEV ได้ในอนาคต สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% EQC 400 4Matic ที่เพิ่งจะเปิดตัวสู่ตลาดโลก มีความเป็นไปได้ที่จะทำตลาดในเมืองไทย แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อใด” นายโรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ทั้งนี้เมื่อถามถึงความพร้อมของประเทศไทยที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้า EQC ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทางผู้บริหารให้คำยืนยันที่ชัดเจนอย่างมากว่า ด้วยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย มีความพร้อมอยู่ในลำดับต้นๆ และหากจะให้จัดอันดับจริง ติดหนึ่งในสามของประเทศกลุ่มแรกที่จะนำ EQC มาเปิดตัวทำตลาด
Mercedes-Benz EQC รถยนต์ไฟฟ้า 100%




อย่างไรก็ตาม แม้ว่า EQC จะเปิดตัวอวดโฉมสู่ตลาดโลกแล้ว แต่ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่ายและราคาอย่างเป็นทางการประกาศออกมา มีเพียงสเปคเบื้องต้น ที่แบตเตอรี่ขนาด 80 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 450 กม. (มาตรฐาน NEDC) ชาร์จ 0-80% ในเวลา 40 นาที (ชุดชาร์จเร็วDC) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวหน้าหลัง กำลังสูงสุด 402 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 765 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดที่ 180 กม./ชม.




ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายและราคประกาศแต่อย่างใด
“ผู้ผลิตรถยนต์ ขายรถยนต์ ไม่จำเป็นต้องผลิตน้ำมัน ขายน้ำมัน ฉันท์ใด เมื่อผู้ผลิตขายรถยนต์ไฟฟ้า ก็ไม่จำเป็นต้องผลิตไฟฟ้าขาย ฉันท์นั้น หน้าที่นี้ รัฐไม่จำเป็นต้องลงทุนเอง แต่เป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องกำหนดกติกาที่ชัดเจนและเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับเอกชนที่จะลงทุน ในการขยายจุดชาร์จไฟ ให้เหมาะสมและรองรับกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน คอนโด หรือที่ทำงาน” นายโรลันด์ กล่าวทิ้งท้าย





ถึงบรรทัดนี้ รถยนต์ไฟฟ้า เปรียบเสมือน โทรศัพท์มือถือ ในยุคแรกเริ่ม ที่เป็นของสำหรับผู้มีกำลังซื้อสูงก่อน จนกระทั่งเมื่อเทคโนโลยีก้าวมาถึงจุดเปลี่ยน รถยนต์ไฟฟ้าจะกลายเป็นสินค้าที่จับต้องได้ของทุกคน ซึ่งยังไม่มีใครบอกได้ว่า จะเป็นเมื่อใด เร็วหรือช้าขนาดไหน เพราะเทคโนโลยีพัฒนาไปทุกวันไม่มีหยุดนิ่ง แล้วเราเตรียมความพร้อมแค่ไหน





กำลังโหลดความคิดเห็น...