xs
xsm
sm
md
lg

MG เปิดหน้าลุยเต็มสูบ อีวี-ปิกอัพ จ่อพร้อมรบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

Maxus T60
เอ็มจี ประกาศความพร้อมเต็มกำลัง เตรียมลุยตลาดใหญ่ “ปิกอัพ” ขอศึกษาข้อมูลอีกสักระยะ มั่นใจตอบโจทย์ตรงใจลูกค้าชาวไทย แย้มเน้นคุณภาพไม่แพ้เจ้าตลาดปีหน้าเจอกัน ในราคาจับต้องได้ ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนในส่วน ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ไปแล้ว เตรียมยื่น อีวี (EV) อีกโครงการ เชื่อมั่นรถยนต์ไฟฟ้ามาแน่นอน รับกำลังจัดสรรไลน์การผลิตให้เข้าที่ วอนลูกค้าอดใจรอรถอีกหน่อย คาดปีนี้ขาย 30,000 คัน

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ

เอ็มจี แบรนด์น้องใหม่ของตลาดรถยนต์ในเมืองไทย ที่ทำตลาดมาครบ 4 ปีเต็มในปีนี้ กับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคชาวไทย ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เอ็มจี เติบโตแบบก้าวกระโดดในทุกปี และในปีนี้ เอ็มจี ยังคงวางเป้าหมายการเติบโตแบบเท่าตัวเหมือนเดิม



จากรายงานยอดขายล่าสุดผ่าน 6 เดือนแรกของปีนี้ เอ็มจี มียอดขายทั้งสิ้น 12,028 คัน ส่วนเป้าหมายการขายในปีนี้ ตั้งเอาไว้ที่ 30,000 คัน ดูเหมือนจะยังมีการบ้านที่ เอ็มจี ต้องทำอีกไม่น้อย แต่ผู้บริหารระดับสูง “พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แสดงความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า บรรลุเป้าแน่นอน

All New MG3

“เป้าหมายการขายของ เอ็มจี ปีนี้ คือ 30,000 คัน นับเป็นตัวเลขที่ท้าทาย แต่ผมเชื่อมั่นว่าทำได้ โดยแบ่งเป็น ZS ราว 15,000 คัน (ครึ่งปีแรกขายแล้ว 7,565 คัน), MG3 ประมาณ 12,000 คัน , GS ราว 2,000 คัน และ MG5 รวม MG6 อีกประมาณ 1,000 คัน ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกนั้น MG3 หมดรุ่นไป ทำให้ยอดขายหายไปจำนวนมาก”



ด้านกำลังการผลิตของโรงงาน เอ็มจี แห่งใหม่ที่ระยองนั้น สามารถรองรับการผลิตได้สูงสุดถึง 100,000 คัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงไลน์การผลิตให้เหมาะสมและเข้าที่เข้าทางตามแผนการที่วางเอาไว้ ปัจจุบันถือว่าทำเต็มความสามารถในการผลิตแล้ว

New MG ZS

“เราทราบถึงความต้องการของลูกค้า และอยากให้ลูกค้าทุกท่านอดใจรอรถอีกสักหน่อย MG ZS ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องชาวไทยเกินความคาดหมาย ทำให้มียอดจองสะสมอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถส่งมอบรถได้ทันตามกำหนด ทางโรงงานกำลังปรับปรุงให้สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการอยู่” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว



ทั้งนี้เมื่อถามถึงแผนงานในอนาคต โปรเจค สำคัญของ เอ็มจี เริ่มเดินหน้าแล้ว คือ การยื่นขอรับการสนับสนุนด้านการลงทุนจาก บีโอไอ ในโปรเจคโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชนิด ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) และในระหว่างนี้ กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นขอรับการส่งเสริมด้านการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชนิด แบตเตอรี่ (BEV) อีกด้วย
MG6 PHEV

เมื่อมองในแง่ของความพร้อมและเงินทุน เอ็มจี มีความพร้อม 100% เนื่องจากบริษัทแม่ “SAIC Motor” นั้น มีรถยนต์ทั้งชนิด ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และ อีวี ทำตลาดในประเทศจีนอยู่แล้ว ดังนั้นการทำตลาดรถยนต์ทั้ง 2 แบบในเมืองไทย จึงไม่ใช่เรื่องยากแต่ประการใด และเงินลงทุนก็ไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากกิจการของ เอ็มจี ในประเทศไทยนั้น เป็นการร่วมทุนกันระหว่าง SAIC Motor (ผู้ผลิตรถยนต์ยอดขายอันดับ 1 ของจีน) และกลุ่มซีพี ของไทย



“รถยนต์ไฟฟ้า ทั้ง SAIC และ ซีพี เห็นว่าอย่างไรก็มาแน่นอน อีวี เป็นเทรนด์ของโลกนี้ เนื่องจากใช้พลังงานน้อยกว่ารถใช้เครื่องยนต์ 2-3 เท่าตัว สำหรับ เอ็มจี นับว่ามีความพร้อมสูงมาก อย่างไรก็ตาม การจะทำตลาดขึ้นกับบริษัทแม่จะพิจารณา โดยคำนึงถึงทิศทางการส่งเสริมของภาครัฐ, ความต้องการของประชาชนและราคาเป็นสำคัญ ซึ่งรถไฟฟ้าจะเกิดเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับภาครัฐ หากฝืนกระแสมัวแต่รอ จะเสียโอกาสในการเป็นผู้นำตลาด” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว และว่า
ROEWE e550 PHEV

“ตอนนี้ เทสล่า เข้าไปตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าที่ประเทศจีนแล้ว โดยวางแผนการผลิตที่ 500,000 คันต่อปี คาดว่าจะเริ่มต้นผลิตได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หลังโรงงานก่อสร้างสำเร็จ ซึ่งแสดงให้เห็นทิศทางของยานยนต์ในอนาคตว่าจะเดินไปทางไหน ดังนั้นประเทศไทยต้องวิ่งให้ทัน อีวี เป็น Globalization ที่จะชนะกันด้วยเทคโนโลยี”



สำหรับรถยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ภายใต้เครือ SAIC ที่ทำตลาดในประเทศจีนแล้วนั้น มีหลายรุ่น เช่น ROEWE e550 PHEV, e950 และ ie6 ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว มีการเปิดตัว MG6 Plug-in hybrid ที่มีกำลังสูงสุด 228 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 622 นิวตันเมตร และมีจุดเด่น คือ อัตราการบริโภคน้ำมันต่ำกว่ารถขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร
ROEVE ERX5

ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าล้วนนั้น ทาง SAIC มีทำตลาดอยู่ภายใต้แบรนด์ โรวี่ ในรุ่น ROEWE ERX5 ที่เป็นรถแบบเอสยูวี (E จะแทนรถอีวี ส่วน e จะแทนรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด) และรถต้นแบบ 350 EV ในรูปทรงซีดาน รวมถึงการประกาศล่าสุดที่จะทำตลาด MG ZS เวอร์ชั่นอีวี ในปี 2018 นี้อีกด้วย เมื่อมองในมุมของนโยบายของบริษัทแม่ที่ทำตลาดในจีนแล้ว เห็นได้ชัดว่าสอดคล้องกับทิศทางการลุยตลาดเมืองไทยด้วยเช่นเดียวกัน



นอกจากในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเดินหน้าแล้ว ทาง เอ็มจี ยังวางแผนเจาะตลาดปิกอัพ ซึ่งทางบริษัทแม่ มีโมเดลที่ทำตลาดอยู่ในประเทศจีนด้วยเช่นเดียวกัน คือ แม็กซัส ที60 เรียกว่าพร้อมทำตลาดปิกอัพในเมืองไทย

Maxus T60
“รถปิกอัพ เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ทาง เอ็มจี ให้ความสนใจศึกษาความเป็นไปได้ในการทำตลาดอยู่ในเวลานี้ เนื่องจากตลาดปิกอัพของไทยนั้นมีขนาดใหญ่เป็นครึ่งหนึ่งของตลาดรวม ดังนั้น เราจึงมองหาช่องว่างในการเข้ามาเติมเต็มตลาดปิกอัพให้กับผู้บริโภคชาวไทย คาดว่าภายในปีหน้าจะได้เห็นอย่างแน่นอน” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว


ในส่วนการทำตลาดปิกอัพนี้ อยู่ระหว่างการเจรจากับทางฝ่ายโรงงานผลิต และผู้ผลิตชิ้นส่วน รวมถึงดีลเลอร์ โดยรถปิกอัพของ เอ็มจี จะต้องมีคุณสมบัติ คือ สมรรถนะดี ราคาดี และอัตราการบริโภคน้ำมันที่ดีมาก

Maxus T60

สำหรับโมเดลปิกอัพของ SAIC ที่ทำตลาดอยู่แล้วในประเทศจีน อย่าง แม็กซัส ที60 นั้น เป็นรถปิกอัพแบบ 4 ประตู ซึ่งทาง SAIC ประกาศเมื่อครั้งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2016 ว่า เป็นปิกอัพรุ่นแรกที่จะทำตลาดไปทั่วโลก ตามแผน 5 ปี ของ SAIC ในการบุกตลาดโลก ซึ่งประเทศไทย คือ หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่ SAIC กำหนดไว้ให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาทั้งหมด สำหรับการส่งออกไปขายทั่วโลก


ถึงบรรทัดนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทาง SAIC Motor ในฐานะบริษัทแม่ของ เอ็มจี นั้น มีความพร้อมทุกด้านที่จะลุยตลาดเมืองไทยอย่างเต็มกำลัง ส่วนจะเป็นรุ่นไหนแบบใดบ้าง คงต้องรอเวลาที่ เอ็มจี ในเมืองไทย จะดำเนินการตามแผนให้ครบถ้วน แล้วคนไทยจะได้ใช้รถที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ในราคาจับต้องได้ตามนโนบายของ เอ็มจี ที่เคยประกาศเอาไว้อย่างแน่นอน



กำลังโหลดความคิดเห็น...