xs
xsm
sm
md
lg

“มาสด้า” คุยยอดขายพุ่ง 21% ยันปีนี้ส่ง 4 รุ่นใหม่กวาดตัวเลขทะลุ 60,000 คัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ค่ายรถยนต์มาสด้าเผยผลประกอบการปีที่ผ่านมา ทำยอดขายได้ 51,355 คัน เติบโต 21% มองตลาดรวมปี 2018 ยังสดใส คาดการณ์อยู่ที่ 920,000 คัน เพิ่มขึ้น 5% ขณะที่แผนพัฒนาธุรกิจปีนี้เตรียมแนะนำรถใหม่ 4 รุ่น เน้นบริการก่อน-หลังการขาย ควบคู่กลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว เชื่อเติบโตต่อเนื่อง 15% หรือมียอดขายสูงกว่า 60,000 คัน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวและปรับตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับตัวดีของฐานรายได้จากการส่งออก การลงทุนภาครัฐที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์สูงและเร่งขึ้น, การปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติของการผลิตในภาคเกษตรและการฟื้นตัวของรายได้เกษตรกร รายได้ในภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีแนวโน้มเร่งขึ้นรวมถึงการปรับตัวดีขึ้นของตลาดรถยนต์ในประเทศ โดยเมื่อปีที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ยอดขายอุตสาหกรรมรถยนต์ไว้เกิน 800,000 คัน และขยับมาที่ 840,000 คัน แต่สามารถขายได้จริงประมาณการณ์อยู่ที่ 870,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้สูงถึง 13% เปรียบเทียบกับตัวเลขยอดรวมเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 768,788 คัน

สำหรับมาสด้ามียอดขายอยู่ที่ 51,355 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 21% และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ 5.9% โดยยอดขายในแต่ละรุ่นประจำปี 2560 ประกอบด้วย

All New Mazda2จำนวน 31,760 คัน เพิ่มขึ้น 37%
All New Mazda3จำนวน 4,979 คันเพิ่มขึ้น 21%
All New Mazda CX-5จำนวน 4,835 คันเพิ่มขึ้น 46%
All New Mazda CX-3จำนวน 3,812 คันลดลง 20%
New Mazda BT-50 PRO จำนวน 5,939 คันลดลง 16%
Mazda MX-5จำนวน 30 คันไม่มีการเปลี่ยนแปลง

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า มาสด้าประเมินสถานการณ์ตลาดรถยนต์ของประเทศไทยในปี 2561 ว่ามีแนวโน้มและทิศทางที่สดใส จะเห็นได้จากงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ที่ผ่านมา แต่ละค่ายมียอดจองที่เพิ่มขึ้น และส่วนใหญ่เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงในส่วนของมาสด้าเอง ซึ่งยอดจองที่สูงขึ้นนั้นได้แสดงให้เห็นถึงปัจจัยบวกหลายๆ ด้านที่เกิดขึ้นในประเทศ เช่น เศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับคืนมา เป็นต้น

“ถึงแม้ว่าในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยจะมีความผันผวน โดยเฉพาะจากการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการรถคันแรกเมื่อปี 2554-2555 ซึ่งกำลังจะทยอยพ้นกำหนดห้ามซื้อขาย ตามเงื่อนไขของโครงการฯ ตั้งแต่ปลายปี 2559 เป็นต้นมา ซึ่งมีผลส่งให้ในช่วงปี 2560-2562 เกิดความต้องการซื้อรถยนต์ใหม่ รวมไปถึงการที่ค่ายรถแต่ละค่ายต่างเริ่มทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ตลงสู่ตลาด ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในประเทศได้ส่วนหนึ่ง”

พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ยังได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาธุรกิจของมาสด้าในปี 2561 โดยคาดว่ายอดขายรวมของตลาดรถยนต์จะเพิ่มขึ้นประมาณ 5% หรือมากกว่า 920,000 คัน สำหรับมาสด้ามองว่ายอดขายปีนี้จะเพิ่มสูงกว่า 60,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 15% ครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 6% โดยปีนี้จะเน้นการบริการทั้งก่อนและหลังการขายด้วยการเสริมศักยภาพของทีมงาน รวมถึงการแนะนำรถใหม่เข้าสู่ตลาดอีก 4 รุ่น ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การสื่อสารที่ฝ่ายการตลาดได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น

ทางด้าน นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ปีนี้เราจะเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยเริ่มจากพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน ภายใต้รูปลักษณ์และคอนเซ็ปต์ใหม่ของมาสด้า หรือ Mazda Corporate Identity ซึ่งเป็นรูปแบบโชว์รูมที่มาสด้าได้มีการปรับปรุงภาพลักษณ์รูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับแบรนด์และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในโชว์รูม รวมไปถึงการเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ลูกค้ากับมาสด้าใกล้ชิดกันมากขึ้น ด้วยรูปแบบการสื่อสารทางออนไลน์ ซึ่งมาสด้าได้ทำอย่างครอบคลุมหรือที่เรียกว่า Mazda Digital Platform ผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th, Mobile site, Mazda Thailand Official Facebook, YouTube, LINE และ Instagram ที่จะรวมเอาข้อมูลของแบรนด์มาสด้าสำหรับผู้ที่สนใจและกลุ่มผู้ใช้รถมาสด้าสามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ได้

“สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างแบรนด์มาสด้าให้เกิดความแข็งแกร่งและยั่งยืน นอกจากนี้มาสด้ายังเป็นค่ายรถยนต์เพียงค่ายเดียวที่เข้าร่วมและสนับสนุนโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อระดมทุนซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ นำโดยคุณอาทิวราห์ คงมาลัย หรือคุณตูน บอดี้สแลม ซึ่งทำการระดมทุนด้วยการวิ่งระยะไกลจากใต้สุดไปยังเหนือสุดของประเทศไทย โดยมาสด้าได้สนับสนุนรถมาสด้าจำนวนทั้งสิ้น 6 คันร่วมไปกับการวิ่งในครั้งนี้ และหนึ่งในนั้นคือรถยนต์ขนาดเล็กอย่างมาสด้า2 เครื่องยนต์คลีนดีเซล สกายแอคทีฟ ที่ถูกใช้เป็นรถเพื่อติดตั้งนาฬิกาจับเวลาลงบันทึกใน Guinness World Record นอกจากนี้โชว์รูมมาสด้าสินธานีที่จังหวัดเชียงราย ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในจุดแวะพักของคุณตูนและทีมงานก้าวคนละก้าวก่อนที่จะมีการวิ่งต่อไปยังอำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นเส้นชัยของการวิ่งที่ผ่านมา” นายธีร์ กล่าวและว่า

อย่างไรก็ดีเมื่อปีที่แล้ว มาสด้าได้เปิดประสบการณ์กับการเดินทางที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อนโดยการนำสื่อมวลชนร่วมเดินทางเชื่อมโยงกลุ่มภูมิภาคอาเซียน ด้วยระยะทางกว่า 2,900 กิโลเมตร รวมถึงการเดินทางไปยังดินแดนที่ท้าทายอย่างไซบีเรียและรัสเซีย ด้วยระยะทางกว่า 6,500 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการรถยนต์ และยังเป็นการพิสูจน์สมรรถนะของรถมาสด้าที่ผลิตจากประเทศไทยและมาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ทั้งนี้เพื่อสานต่อการเดินทางที่ท้าทายนี้ มาสด้าเตรียมแผนงานเพื่อจะไปพิชิตเส้นทางในอีกหลายภูมิภาคต่อไปในอนาคต

ขณะที่ นายอัสสึชิ ยาซูโมโต รองประธานบริหาร กล่าวถึงบทบาทของมาสด้าประเทศไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมาสด้าว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหลายประเภทรวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ ทั้งนี้ประเทศไทยมีศักยภาพทั้งในเรื่องของแรงงานและทำเลที่ตั้ง ซึ่งเหมาะแก่การลงทุนในระยะยาว นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นตลาดหลักตลาดหนึ่งของมาสด้าในด้านยอดขายที่สูงเป็นอันดับที่ 1 ในภูมิภาคอาเซียน สูงสุดติดกันมากกว่า 10 ปี

การผลิตสำคัญๆ ที่จากเดิมผลิตในประเทศญี่ปุ่นและส่งออกมายังประเทศฐานการผลิตต่างๆ ขณะนี้ได้ถูกถ่ายทอดมายังประเทศไทยเป็นลำดับ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์ครบวงจรแห่งแรกของมาสด้านอกจากในประเทศญี่ปุ่นเอง โดยในประเทศไทยสามารถผลิตทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ รวมถึงการประกอบรถยนต์ ได้แก่ มาสด้า2, มาสด้า3, CX-3 และ มาสด้า BT-50 โปร ที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง และยังได้เพิ่มส่วนของการผลิตที่โรงงานมาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย (MPMT) โดยจะเพิ่มการผลิตไปในส่วนของการผลิต เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ซึ่งสื่อมวลชนจะได้ไปสัมผัสไลน์การผลิตแห่งใหม่ในวันที่ 19 มกราคมนี้.






















กำลังโหลดความคิดเห็น