xs
sm
md
lg

อัลลายแอนซ์ทุ่ม$พันล้านดูดสตาร์ทอัพ ดันสุดพลังโปรเจ็กต์อีวี-เอไอ-รถไร้คนขับ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

–  ไอเอ็มเอ็กซ์ ต้นแบบรถไฟฟ้าจากนิสสัน
เรโนลต์, นิสสัน และมิตซูบิชิกำลังช่วยกันเฟ้นตัวพันธมิตรในโครงการโรโบแท็กซี่ ล่าสุดประกาศลงขัน 1,000 ล้านดอลลาร์ตั้งกองทุนส่งเสริมสตาร์ทอัพเพื่อเร่งรัดทั้งโครงการอีวี รถอัตโนมัติ และเอไอไปพร้อมกัน

วันอังคารที่ผ่านมา (9) คาร์ลอส กอส์น ซีอีโอกลุ่มอัลลายแอนซ์ เรโนลต์-นิสสัน-มิตซูบิชิ มอเตอร์ ยึดเวทีงานคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ (ซีอีเอส) ในลาสเวกัส ประกาศข่าวการตั้งกองทุนร่วมลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อดึงดูดเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ๆ จากสตาร์ทอัพ และเปิดกว้างรับแผนการริเริ่มสร้างสรรค์

กองทุนนี้ซึ่งจะแยกเป็นสัดส่วนในชื่อ อัลลายแอนซ์ เวนเจอร์ จะอัดฉีดเงินปีละ 200 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อปูทางเรโนลต์-นิสสัน-มิตซูบิชิลงสนามรถอัตโนมัติและรถไฟฟ้า (อีวี) ตลอดจนถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ด้วยความพร้อมมากขึ้น และเคลื่อนไหวเพื่อช่วงชิงบริษัทหัวกะทิใหม่ๆ ได้เร็วกว่าคู่แข่ง

เรโนลต์และนิสสันจะลงขันกันแห่งละ 40% ที่เหลืออีก 20% เป็นหน้าที่ของมิตซูบิชิ

ระยะแรกนั้นอัลลายแอนซ์ เวนเจอร์จะผุดสำนักงานในปารีส ซิลลิคอนแวลลีย์ โยโกฮามา และปักกิ่ง และต่อไปอาจขยับขยายไปยังเทลอาวีฟและมุมไบด้วย

กอส์นแจงว่า แนวทางนี้จะทำให้อัลลายแอนซ์สามารถลงทุนและร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการด้านไฮเทค ซึ่งจะได้ประโยชน์จากขอบเขตครอบคลุมระดับโลกจากอัลลายแอนซ์ไปพร้อมกัน และยังบอกว่า อัลลายแอนซ์ เวนเจอร์จะเป็น “วัน-สต็อปช็อป” สำหรับสตาร์ทอัพไฮเทค ซึ่งสามารถจับคู่เทคโนโลโลยีของตนกับเรโนลต์ นิสสัน หรือมิตซูบิชิ และพัฒนาแนวคิดก่อนแชร์แนวคิดนั้นกับทั้งสามแบรนด์เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน

อัลลายแอนซ์ เวนเจอร์ยังประกาศชื่อสตาร์ทอัพรายแรกที่ได้รับเลือกคือ ไอออนนิก แมตทีเรียลส์ของอเมริกาที่กำลังพัฒนาแบตเตอรี่โซลิดสเตทพลังสูงสำหรับรถไฟฟ้า

กองทุนลักษณะนี้เกิดขึ้นมาพักใหญ่แล้วในแวดวงยานยนต์ เช่น บีเอ็มดับเบิลยูตั้งกองทุนไอเวนเจอร์ด้วยเงิน 600 ล้านดอลลาร์และเข้าซื้อหุ้นบริษัทไรด์แชริ่งและบริษัทซอฟต์แวร์การขับขี่อัตโนมัติ ฯลฯ ขณะที่เจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) บริษัทรถใหญ่ที่สุดของอเมริกา ควักกระเป๋า 240 ล้านดอลลาร์ให้จีเอ็ม เวนเจอร์ ส่วนกองทุนของพีเอสเอ กรุ๊ป ผู้ผลิตเปอโยต์ มีเงินตั้งต้นราว 100 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมรถดั้งเดิมที่อิงกับรูปแบบการซื้อรถเป็นของตัวเองของลูกค้ารายย่อย กำลังถูกคุกคามจากบริการจ่ายเมื่อใช้ เช่น อูเบอร์ ตลอดจนถึงแพล็ตฟอร์มไรด์แชริ่ง รวมทั้งความท้าทายจากกระแสอีวีและรถอัตโนมัติ

บริษัทที่มองการณ์ไกลจึงกำลังพยายามปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งทางลัดที่หลายบริษัทเลือกคือ การลงทุนโดยตรงในบริการใหม่ และการหาช่องทางเข้าถึงทรัพย์สินทางปัญญาผ่านกองทุนร่วมลงทุนที่ช่วยตัดตอนพิธีการบางอย่างในการลงทุน และช่วยให้เข้าถึงสตาร์ทอัพมีอนาคตรวดเร็วทันใจ

เรโนลต์เองเลือกวิธีนี้เช่นกัน ซึ่งรวมถึงการลงทุนในมาร์เซล แพล็ตฟอร์มไรด์แชริ่งในปารีส และเจดลิกซ์ บริษัทดัตช์ที่เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีการชาร์จรถอัจฉริยะ ฯลฯ โดยการลงทุนส่วนใหญ่หรือทั้งหมดของเรโนลต์จะโอนเข้าสู่พอร์ตของอัลลายแอนซ์ เวนเจอร์ต่อไป

นอกจากการตั้งกองทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพเทคโนโลยีแล้ว เรโนลต์-นิสสัน-มิตซูบิชิยังเล็งประกาศรายชื่อหุ้นส่วนใหม่ในโครงการโรโบแท็กซี่เร็วๆ นี้

กลุ่มอัลลายแอนซ์ต้องการร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับรถไร้คนขับอยู่แล้ว เช่น กูเกิล และอูเบอร์ เทคโนโลยีส์ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ไม่คิดผลิตและขายรถ แต่เล็งใช้เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติส่งเสริมธุรกิจหลักของตัวเองเท่านั้น

เรโนลต์, นิสสัน และมิตซูบิชิมีแผนพัฒนารถขับขี่อัตโนมัติ 15 รุ่นภายในปี 2022 ซึ่งในจำนวนนี้จะรวมถึงรุ่นที่เป็นระบบอัตโนมัติเต็มตัว

ปีที่ผ่านมา บริษัททั้งสามแห่งใช้งบประมาณการวิจัยและพัฒนารวมทั้งสิ้น 8,300 ล้านดอลลาร์ พอๆ กับจีเอ็ม

แต่กลุ่มอัลลายแอนซ์ยังตามไม่ทันจีเอ็มที่ประกาศความพร้อมในการเป็นผู้เล่นรายแรกที่จะผลิตรถไร้คนขับ และเล็งใช้บริการไรด์แชริ่ง “มาเวน” เป็นเครื่องมือหวนคืนสู่ตลาดยุโรปหลังถอนตัวออกมาด้วยการขายกิจการโอเปิลและว็อกซ์ฮอลล์เมื่อเดือนสิงหาคม

พันธมิตรกลุ่มนี้ต่างแยกย้ายกันไปหาคู่แบ่งเบาภาระในการวิจัยและพัฒนา เช่น นิสสันร่วมกับเดนา ผู้พัฒนาเกมชื่อดัง เตรียมนำแท็กซี่ขับขี่อัตโนมัติลงทดสอบในโยโกฮามาปีหน้า ขณะที่เรโนลต์จับมือทรานสเดฟ ผู้ให้บริการการขนส่งของฝรั่งเศสชาติเดียวกัน พัฒนาฟลีตรถอัตโนมัติ เมื่อปีที่แล้วกลุ่มอัลลายแอนซ์ยังตกลงร่วมลงทุนกับไมโครซอฟท์ในการพัฒนาเทคโนโลยีคลาวด์สำหรับรถอัตโนมัติ

แต่ไม่ได้มีแค่จีเอ็มและอัลลายแอนซ์เท่านั้นที่เร่งรัดพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีรถไร้คนขับ ก่อนหน้านี้มีข่าววอลโว่และเดมเลอร์ฟอร์มทีมกับอูเบอร์ ล่าสุดคือโฟล์คสวาเกน ที่ประกาศหลังปีใหม่ไม่กี่วันว่า จะร่วมกับสตาร์ทอัพ “ออโรรา” พัฒนารถให้ “โมยา” เครือข่ายไรด์เฮลลิ่งไฟฟ้าของโฟล์คสวาเกน
กำลังโหลดความคิดเห็น...