xs
sm
md
lg

จับตารถใหม่ตลาดโลก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ในปีนี้น่าจะเป็นอีกปีที่ตลาดรถยนต์ทั่วโลกจะได้มีโอกาสสัมผัสอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มของรถยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ หรือไม่ก็เป็นการเสริมทางเลือกแบบ EV ให้กับรถยนต์ที่มีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว เพราะว่าใปี 2020 ทางฝั่งยุโรป โดยเฉพาะประเทศเยอรมนีจะถือเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายในการกระตุ้นให้คนหันมาใช้รถยนต์พลังไฟฟ้ากันมากขึ้น พร้อมกับมีการตั้งเป้าว่าจะต้องมีรถยนต์ประเภทนี้แล่นอยู่บนท้องถนนรวม 1 ล้านคัน
Range Rover Sport 2018
นั่นเท่ากับว่าปี 2018-2019 จะเป็น 2 ปีในการกอบยอดขายเพื่อทำตัวเลขของรถยนต์ประเภทนี้ให้ขยับขึ้นมาอยู่ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ และการที่จะโกยยอดได้ บรรดาผู้ผลิตทั้งหลายก็จะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นรถยนต์ในกลุ่ม BEV หรือ Battery Electric Vehicle ออกมารองรับกับความต้องการของตลาดด้วยเช่นกัน

แง่มุมหนึ่งของความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าสำหรับตลาดรถยนต์ในต่างประเทศ แต่แม้ว่า EV จะเป็นกระแสฮ็อตที่ถูกพูดถึงแต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไปจะถูกลืมในบัดดล และไม่มีอะไรใหม่ๆ ออกมาขาย ซึ่งอย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ประเภทนี้ก็ยังจำเป็นอยู่ และมีบทบาทในการขับเคลื่อนผู้คนทั่วโลกต่อไปอีกสักระยะหนึ่งเลยทีเดียว และรุ่นใหม่ๆ ก็จะมีการเปิดตัวออกสู่ตลาดมาให้เราได้เห็นกันอย่างแน่นอน

ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย…อ่อ รายละเอียดทั้งหมดเป็นการเปิดตัวของรถยนต์รุ่นใหม่โดยอ้างอิงตลาดยุโรปยังไม่ เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวเมืองไทย
บรรยากาศของคันจริงขณะอยู่ในไลน์ผลิตที่สหรัฐอเมริกาสำหรับ BMW X7
ตลาด SUV ยังฮ็อตเพิ่มผู้เล่นหน้าใหม่

หลังจากเกือบวูบไปพักหนึ่งในช่วงราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นในทศวรรษที่ 2000 แต่ตอนนี้สถานการณ์ของตลาด SUV ถือว่าแฮปปี้สุดๆ และคาดว่าจะมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาร่วมจอยกันอีกหลายค่าย โดยเฉพาะพวกที่ไม่เคยมีผลผลิตประเภทนี้มาก่อน

ตรงนี้มีการรายงานว่า RR หรือ Royce Royce จะเป็นอีกค่ายที่เข้ามาร่วมแจม และคาดว่าในช่วงปลายปี 2018 จะเปิดเผยคันต้นแบบของ SUV รุ่นแรกในประวัติศาสตร์โดยจะใช้ชื่อว่า Cullinan โดยตัวรถจะแชร์พื้นฐานร่วมกับเก๋งไฮเอนด์อย่าง Phantom ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้

สำหรับบริษัทแม่ของ RR อย่าง BMW เองก็จะมีของใหม่ออกมาทำตลาดกลุ่มนี้ 2 รุ่นคือ X2 ที่จะเริ่มวางขายหลังจากที่เปิดตัวในปีที่แล้ว ขณะที่ X7 มาแน่นอนเพราะว่าทาง BMW เผยภาพคันจริงจากไลน์ผลิตออกมาให้เห็นกันสักระยะหนึ่งแล้ว โดยคาดว่าคันจริงแบบเต็มๆ ตาจะมาที่งานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2018
มาแน่นอนสำหรับ Audi e-Tron และจะเป็น SUV ที่ใช้พลังไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่จำหน่ายในเชิงพาณิชย์ด้วย
ขณะที่ทาง Range Rover เองก็จะมีการปรับโฉมตัวลุยระดับหรูของตัวเองเพื่อเพิ่มความสดใหม่ในตลาด โดยจะปรับในทุกรุ่นย่อยที่มีวางขายทั้งตัวธรรมดา Range Rover Sport, Range Rover SVR อาจจะยกเว้นแค่ตัว Velar ที่ไม่ได้ทำอะไรเพราะเพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2017

ส่วนที่น่าสนใจจริงๆ น่าจะเป็น Audi e-Tron ที่เปิดตัวในช่วงกลางปีโดยจะเป็น SUV ที่ปรับปรุงมาจากต้นแบบชื่อเดียวกันที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2015 และจะถือเป็น SUV พลังไฟฟ้ารุ่นแรกที่ผลิตขายในแบบ Mass Production ซึ่งคาดว่าราคาของ e-Tron น่าจะอยู่ราวๆ 60,000 เหรียญสหรัฐฯ พร้อมกับความสามารถในการทำระยะทางได้เกือบ 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ขณะที่ Q3 ของ Audi จะเป็นโมเดลใหม่ที่มีการเปลี่ยนโฉมในทุกรายละเอียดเพื่อเข้ามาแทนที่รุ่นเดิม ซึ่งอยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 2011 โดยตัวรถจะได้รับการพัฒนาบนพื้นตัวถังในรหัส MBQ มีให้เลือกทั้งเบนซิน ดีเซล และไฮบริดแบบ Plug-in ที่ใช้เครื่องยนต์ 1,400 ซีซี เป็นขุมพลังหลัก

สำหรับอีกรุ่นที่ทุกคนเฝ้ารอ และน่าจะรวมถึงเมืองไทยด้วย คือ เจนเนอเรอชันที่ 2 ของ Juke ซึ่งว่ากันว่าจะเปิดตัวในปีนี้และว่ากันว่าเราน่าจะได้เห็นคันจริงกันในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2018 ที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคมกันเลยทีเดียวซึ่ง Juke ใหม่คาดว่าจะมีหน้าตาที่ถูกถอดแบบมาจากงานดีไซน์ของ Micra และ Leaf ในแง่ของเอกลักษณ์ในส่วนกระจังหน้า และตัวถังที่เน้นสันเหลี่ยมรอบคัน ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้
แม้ว่าบ้านเราจะเพิ่งขายได้ 3 ปีแต่ในตลาดโลกซับคอมแพ็กต์รุ่นนี้ขายกันมาตั้งแต่ปี 2011 และว่ากันว่าจะมีการเปลี่ยนโฉมในปี 2018 กันแล้ว
ตลาดรถเก๋งคึกคักในทุกระดับ

ยังถือเป็นตลาดที่สำคัญและมีผู้เล่นมากมายหลากหลายตัวถังที่เตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ทั้งแบบโมเดลเชนจ์ และไมเนอร์เชนจ์ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในกลุ่มรถยนต์ไซส์เล็กเองนั้น คาดว่าในปีนี้จะมีการเปลี่ยนโฉมของรถยนต์รุ่นเด่นที่น่าสนใจ คือ MG3 ซึ่งแม้ว่าในเมืองไทยเพิ่งจะทำตลาดเมื่อปี 2015 แต่ในตลาดจีนเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2011 และ 2013 สำหรับตลาดยุโรป ดังนั้นอายุอานามก็ค่อนข้างนานเอาเรื่อง

อีกรุ่นที่อยู่ในกระแสความสนใจของคนไทยคือ การเปลี่ยนโฉม หรือโมเดลเชนจ์ของ Focus รถยนต์คอมแพ็กต์ของค่าย Ford ที่มีคิวเปิดตัวรุ่นใหม่ในตลาดยุโรปปีนี้และจะเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของสายพันธุ์ ส่วนเครื่องยนต์ก็จะมีทั้งเบนซิน EcoBoost และเทอร์โบดีเซล รวมถึงตัวแรงในรหัส RS
BMW-5-Series
ส่วนตลาดหรูนั้น จะมีทั้งการเปลี่ยนโฉมของ Mercedes-Benz A-Class ซึ่งเข้ามาแทนที่ปัจจุบันที่ขายมาตั้งแต่ปี 2013 ตามด้วยโฉมใหม่ของ 3-Series ซึ่งเป็นรถยนต์ยอดฮิตของ BMWโดยรุ่นใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่รหัส F30 ซึ่งขายกันมาตั้งแต่ปลายปี 2011 และรุ่นใหม่ว่ากันว่าจะถอดแบบพร้อมกับย่อส่วนตัวถังมาจาก 5 Series รุ่นปัจจุบันที่ขายอยู่ในตลาดโดยคู่แข่งสายตรงอย่าง Mercedes-Benz C-Class ก็จะมีการปรับโฉมเพื่อรับมือกับการแข่งขันในครั้งนี้ และมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลมาเป็นบล็อก 4 สูบ 2,000 ซีซี

ทางฝั่ง Audi ก็จะเดินเกมรุกตลาดรถยนต์หรูขนาดกลาง โดยหลังจากปล่อยให้คู่แข่งสำคัญอย่าง BMW 5 Series และ Mercedes-Benz E-Class เปิดตัวล่วงหน้าและฟาดฟันกันไปก่อน คราวนี้ A6 ใหม่แบบโมเดลเชนจ์ก็จะเปิดตัวออกสู่ตลาด แต่คาดว่าอาจจะต้องรอจนถึงช่วงปลายๆ ปีกันเลยทีเดียว

สำหรับรถยนต์ระดับหรูรุ่นอื่นๆ ที่มีความเคลื่อนไหวในตลาดช่วงนี้ ก็จะมีทั้งการปรับโฉมของ Maserati Ghibli, และการเปิดตัวโฉมใหม่ของ Continental Flying Spur จากค่าย Bentley
BMW Z4 ใหม่มาแน่นอนพร้อมกับการดัดแปลงรูปลักษณ์มาจากต้นแบบ Z4 Concept ที่เปิดตัวเมื่อปี 2017
ความเร้าใจจากรถสปอร์ต

ถือเป็นอีกเซ็กเมนต์ที่ถูกจับตามอง เพราะว่าคิวเปิดตัวทั้งเปลี่ยนโฉม และปรับโฉมมีหลายรุ่นด้วยกัน ที่มาแน่ๆ คือ 2 พี่น้องจากค่าย BMW คือ Z4 โมเดลเชนจ์ ซึ่งจะเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 สำหรับชื่อนี้ และเป็นที่ 4 เมื่อนับรวม Z3 เข้าไปด้วย ซึ่งรายละเอียดในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา

และอีกรุ่นที่มาแน่ๆ คือ การกลับมาของ 8 Series ซึ่งถือว่าเป็นอดีตรถสปอร์ตรุ่นใหญ่ของ BMW ที่ขายกันในช่วงทศวรรษที่ 1990 ก่อนจะเลิกผลิตไปและมี 6 Series เข้ามาแทนที่ โดยการกลับมาครั้งนี้ของ 8 Series จะขยับแนวรุกขึ้นไปลุยกับความเร้าใจของ CL Coupe ของ Mercedes-Benz ขณะเดียวกันในกลุ่มตลาดสปอร์ตไฮบริด ก็มีข่าวว่า BMW จะแตกไลน์ทางเลือกมาด้วยรุ่น Roadster หรือเปิดประทุนของ i8 ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา
T-1 ที่เปิดตัวในปี 2014 คาดว่าจะถูกปรับปรุงขนานใหญ่เพื่อเป็นรุ่นจำหน่ายจริงและใช้ชื่อว่า Toyota Supra
ส่วนในระดับท็อปนั้นๆ ก็จะมีการเปิดตัว Aston Martin ZagatoSpeedster ที่มีเพียง 24 คันในโลก เช่นเดียวกับ Lamborghini ก็จะเปิดตัวรุ่นเปิดประทุนของ Aventador S ในเวอร์ชัน Speedster ที่มีกำลังขับเคลื่อนในระดับ 700 แรงม้า ขณะที่อเมริกันสปอร์ตคาร์อย่าง Ford Mustang ก็จะมีการปรับโฉมเพิ่มความสดด้วยเหมือนกัน

สำหรับการคืนตลาดของ Toyota Supra นั้น มีการแย้มว่าเราน่าจะได้เห็นคันจริงในปี 2018 กัน แต่จะเริ่มขายปี 2019 โดยคาดว่าหน้าตาและรายละเอียดของตัวรถจะเป็นการปรับมาจากคันต้นแบบที่เปิดตัวเมื่อปี 2014 และราคาน่าจะอยู่ราวๆ 50,000 ปอนด์ หรือเกือบๆ 3 ล้านบาทเพื่อแข่งกับ Nissan GT-R และ Porsche 911
กำลังโหลดความคิดเห็น...