xs
xsm
sm
md
lg

10 รถยนต์เด่นแห่งปี 2017

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

2017 ที่กำลังจะสิ้นสุดลงนั้นถือเป็นปีที่มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของจำนวนรถยนต์ใหม่ๆ ที่มีการเปิดตัวออกสู่ตลาด เพราะในปีนี้ถือว่ามีงานมอเตอร์โชว์ระดับชั้นแนวหน้าของโลกมากมายหลายรายการ โดยเฉพาะที่เยอรมนีและญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นเวทีสำคัญที่บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ใช้ในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมา แน่นอนว่าถ้าจะนำเสนอทั้งหมดที่ถูกเปิดตัวออกมาในปี 2017 อาจจะยาวและพื้นที่ไม่เพียงพอในการนำเสนอ ดังนั้น เราจึงคัดเอารถยนต์รุ่นเด่น 10 รุ่นแห่งปี 2017 ที่เราคิดว่ามีความน่าสนใจ และมีความโดดเด่น
Alpine A110
1.Alpine A110 หลังจากเปิดตัวต้นแบบอยู่นานสองนาน ในที่สุดการคัมแบ็คของแบรนด์ดังในอดีตอย่าง Alpine ซึ่งในปัจจุบันถูกถือครองโดยทาง Renault ก็ได้ฤกษ์เสียที กับการเปิดตัวผลผลิตแรกที่ใช้ชื่อว่า A110 ออกสู่ตลาด โดยเป็นการรีเมคของรถสปอร์ตรุ่นดังในช่วงทศวรรษที่ 1970 แต่ผสมผสานความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะในเรื่องของการลดน้ำหนักด้วยการใช้วัสดุที่เบาจนทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเพียงแค่ 1,080 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนการขับเคลื่อนเป็นงานของเครื่องยนต์ 4 สูบ 1,800 ซีซี เทอร์โบ 252 แรงม้า และเมื่อความแรงและความเบามาเจอกัน ทำให้ตัวรถสามารถส่งมอบอัตราเร่งที่เร้าใจได้ ด้วยตัวเลข 4.5 วินาทีสำหรับอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
Alpine A110
McLaren Senna
2.McLaren Senna อภิมหาโปรเจ็กต์ของทาง McLaren ในการนำชื่อของอดีตแชมป์โลก F1 ผู้ล่วงลับอย่าง Ayrton Senna กลับมาเขย่าตลาดผ่านรถสปอร์ตที่พัฒนาขึ้นมาใหม่แต่อยู่บนพื้นฐานของรุ่น 720S ด้วยการปรับรายละเอียดของรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในใหม่หมด เช่นเดียวกับกำลังของเครื่องยนต์วี8 4,000 ซีซี เทอร์โบคู่ ที่รีดสมรรถนะออกมาได้ 800 แรงม้า และตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,190 กิโลกรัมเท่านั้น โดยการผลิตมีเพียง 500 คันเท่านั้นในโลก และทั้งหมดถูกจองเอาไว้หมดแล้ว
McLaren Senna
Toyota Century
3.Toyota Century เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของรถยนต์ที่ได้เจอชื่อว่าเป็นที่สุดของ Toyota โดยเป็นโมเดลที่มีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งชื่อของ Century อยู่คู่กับความหรูที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะคนในประเทศนี้มาตั้งแต่ปี 1967 ซึ่งรุ่นใหม่แม้ว่าจะเป็นการเปลี่ยนโฉม แต่ก็ถูกออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นโดยยังอ้างอิงเอกลักษณ์ และสไตล์ที่คลาสสิคของ Century แต่มีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มความทันสมัยของเทคโนโลยีในด้านยานยนต์เข้าไป นอกจากนั้นยังถือเป็นครั้งแรกที่ไม่ได้มีเครื่องยนต์วี12 เป็นขุมพลัง แต่ใช้ระบบไฮบริดในการขับเคลื่อน โดยมีเครื่องยนต์วี8 5,000 ซีซี เป็นต้นกำลังในการขับเคลื่อน เมื่อบวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยแล้วทำให้มีตัวเลขแรงม้าอยู่ที่ 394 แรงม้า
Toyota Century
Lamborghini Urus
4.Lamborghini Urus เรียกว่าเป็นการรอคอยที่นานเอาเรื่องนับตั้งแต่ Lamborghini เปิดตัวต้นแบบออกมาเมื่อปี 2012 และสุดท้ายในเมื่อเทรนด์ความต้องการของตลาดโลกกับรถยนต์ในแบบ SUV มีเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มตลาด ทำให้ค่ายกระทิงเปลี่ยวไม่อาจที่จะต้านทานกระแสตรงนี้เอาไว้ได้ และเปิดตัว Urus ออกมาสู่ตลาดโดยเป็น SUV แบบ 4 ประตูมาดสปอร์ตที่อ้างอิงพื้นฐานทางวิศวกรรมร่วมกับแบรนด์ในเครืออย่าง Porsche Cayenne, Audi Q7 และ Volkswagen Touareg ส่วนเครื่องยนต์ที่ขายในช่วงแรกก็เป็นวี8 4,000 ซีซี เทอร์โบคู่ 650 แรงม้า ซึ่งทำให้ Urus มีฝีเท้าที่จัดจ้านด้วยตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 3.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 305 กิโลเมตร/ชั่วโมง
Lamborghini Urus
Tesla Roadster
5.Tesla Roadster ความฝันของ Elon Musk ในการสร้างแบรนด์ Tesla ให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจและเป็นที่หมายปองของคนทั่วโลกเริ่มเป็นจริงมากขึ้น เมื่อเขาเปิดตัวเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของรถสปอร์ตรุ่น Roadtser ออกสู่ตลาด พร้อมความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการออกแบบที่ไม่ได้อ้างอิงหรือนำรถยนต์จากค่ายใดมาต่อยอดในการพัฒนาเหมือนกับรุ่นที่แล้ว อีกทั้งในเรื่องของสมรรถนะทั้งในแง่ของฝีเท้าและความอึดในเรื่องของระยะทางการแล่นยังเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความประทับใจในเชิงตัวเลขได้เป็นอย่างดี เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 3 ตัวสามารถสร้างพาตัวรถพุ่งทะยานด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 1.9 วินาที และสามารถทำระยะทางในการแล่นต่อการชาร์จ 1 ครั้งได้ถึง 620ไมล์ หรือมากกว่า 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว แต่แน่นอนว่าราคาของมันก็ย่อมไม่ธรรมดา มีการตั้งไว้ถึง 250,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือแพงกว่า Roadster รุ่นแรกถึงเท่าตัวเลยทีเดียว
Tesla Roadster
Nissan Leaf
6.Nissan Leaf เจนเนอเรชั่นที่ 2 ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้ชื่อว่าเป็น Mass Production รุ่นแรกของโลก โดยทาง Nissan จัดการปรับปรุง Leaf ใหม่ให้มีความสวยและความสปอร์ตบนพื้นฐานตัวถังในสไตล์แฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่มีไซส์เทียบเท่ากับรถยนต์ในคลาสคอมแพ็กต์ หรือ C-Segmentโดยสิ่งที่น่าสนใจใน Leaf ใหม่คือการปรับปรุงตัวรถให้มีขีดความสามารถในการแล่นทำระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้งเพิ่มขึ้นเป็น 320 กิโลเมตรจากเดิมอยู่ในระดับ 200 กิโลเมตรต้นๆ และยังมีการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย เฉพาะระบบ ProPILOT ที่ถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีเบื้องต้นที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนอย่างอัตโนมัติของรถยนต์ในอนาคต
Nissan Leaf
Mercedes-Benz X-Class
7.Mercedes-Benz X-Class จากต้นแบบที่อวดโฉมให้เห็นคร่าวๆ มาสู่การเป็นคันจริงเพื่อขายอย่างเต็มตัว ซึ่งทาง Mercedes-Benz นำปิกอัพของ Nissan มาเป็นต้นทางในการพัฒนาเพื่อเปิดตัวเป็นผลผลิตใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่ง X-Class จะแชร์พื้นฐานทางวิศวกรรมร่วมกับ Nissan Navara และ Renault Alaskan แต่มีการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมด เช่นเดียวกับการติดตั้งเครื่องยนต์ที่เป็นเทคโนโลยีของทาง Benz เอง โดยจะมีให้เลือกทั้งเบนซิน 4 สูบ 2,000 ซีซี เทอร์โบ 166 แรงม้า ตามด้วยเทอร์โบดีเซล 4 สูบ 2,200 ซีซี 163 แรงม้า และ 190 แรงม้า โดยมีเครื่องยนต์วี6 3,000 ซีซี 258 แรงม้าเป็นรุ่นท็อป
Mercedes-Benz X-Class
Honda Civic Type R
8.Honda Civic Type R รถยนต์ตัวแรงที่บรรดาสาวกของ Honda เฝ้ารอกับความเปลี่ยนแปลงจากตัวถังแฮทช์แบ็กกลับมาสู่การใช้เรือนร่างแบบซีดาน 4 ประตูที่ขายอยู่ในปัจจุบันเป็นต้นทางของการพัฒนาพร้อมการปรับหน้าตาให้มีความดุดันและเร้าใจแบบสุดๆ ส่วนเครื่องยนต์ที่วางอยู่ด้านหน้านั้นเป็นบล็อก 4 สูบ 2,000 ซีซี VTEC เทอร์โบรุ่นใหม่ ที่สามารถผลิตกำลังออกมาได้ในระดับ 320 แรงม้า ใช้เวลาเพียง 5.7 วินาทีเท่านั้นในการทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
Honda Civic Type R
Hennessey Venom F5
Hennessey Venom F5 ได้รับการยอมรับว่าเป็นรถยนต์จากโรงงานที่มีฝีเท้าเร็วที่สุดในโลก โดยเครื่องยนต์วี8 บล็อกใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาโดยทาง Hennessey นั้นสามารถผลิตกำลังออกมาได้ 1,600 แรงม้า และจากการทดสอบของทีมจากโรงงานนั้น ตัวรถสามารถแล่นได้เร็วกกว่ารถแข่ง F1 โดยใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาทีในการทำอัตราเร่ง 0-300 กิโลเมตร/ชั่วโมง และไม่เกิน 30 วินาทีสำหรับ 0-400 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนความเร็วสูงสุดของตัวรถนั้นทำได้เกิน 482 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับการผลิตจะมีเพียง 24 คันเท่านั้น และค่าตัวคาดว่าไม่ต่ำกว่า 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Hennessey Venom F5
Jaguar E-Pace
10.Jaguar E-Pace ก่อนหน้านี้ Jaguar เคยทำอะไรที่เป็นครั้งแรกของแบรนด์มาแล้วกับการเปิดตัว SUV รุ่นแรกอย่าง F-Pace และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งทางเลือกใหม่ลงสู่ตลาด กับรุ่น E-Pace ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ออกแบบได้อย่างสวยและสปอร์ตด้วยฝีมือการสร้างสรรค์ของ Ian Cullam และมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบ 2,000 ซีซี เบนซิน เทอร์โบที่มีให้เลือก 2 ระดับความเร้าใจ คือ 247 และ 296 แรงม้า
Jaguar E-Pace


กำลังโหลดความคิดเห็น...