xs
xsm
sm
md
lg

วิกฤตอูเบอร์นับวันยิ่งแรง ยังเชื่อได้ไหมถามใจลูกค้าดู

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

อูเบอร์กำลังเจอสารพัดข่าวฉาว ล่าสุดคือกรณีการจ่ายเงินปิดปากแฮกเกอร์และให้ทำลายข้อมูลลูกค้าและคนขับรถ 57 ล้านบัญชีทั่วโลกที่แฮกไปได้
ฝันร้ายร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับผู้บริโภค หลังอูเบอร์สารภาพจ่ายค่าปิดปากแฮกเกอร์ให้ทำลายข้อมูลลูกค้าและคนขับรถของบริษัทที่ขโมยไปได้ 57 ล้านบัญชีทั่วโลก ไหนจะคดีเก่าเรื่องข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศที่ทำให้ผู้บริหารหลายคน ซึ่งรวมทั้งซีอีโอและผู้ก่อตั้งถูกเด้งจากเก้าอี้ เพราะทั้งสองเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงโดยตรงสำหรับลูกค้า เนื่องจากบ่งชี้ว่า วัฒนธรรมองค์กรที่บกพร่องอาจถ่ายทอดไปยังพนักงานและคนขับรถของบริษัทที่มีส่วนรับผิดชอบความปลอดภัยของผู้โดยสารทั่วโลก

อูเบอร์ เทคโนโลยีส์ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการสั่งสอนอุตสาหกรรมแท็กซี่ทั่วโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องทุจริต แต่แล้วบริษัทแห่งนี้กลับแพ้ภัยตัวเอง และหากไม่รีบแก้ไข ความดีความชอบในการนำเสนอทางเลือกในการเดินทางรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้าอาจสูญสลาย กลายเป็นโอกาสให้นักเลียนแบบทั้งหลายได้ไปต่อ

ข่าวความไม่ชอบมาพากลของอูเบอร์ล่าสุดถูกตีแผ่เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วที่บริษัทแถลงยอมรับว่า ปลายปีที่ผ่านมาเคยถูกแฮกเกอร์ 2 คนเจาะระบบและขโมยบัญชีลูกค้าและคนขับไป 57 ล้านบัญชี แต่ที่รับไม่ได้คือ อูเบอร์ควักเงิน 1 แสนดอลลาร์จ่ายให้แฮกเกอร์ทั้งคู่ทำลายข้อมูลที่ขโมยไปและปิดปากให้สนิท เช่นเดียวกับบริษัทเองที่ไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าและคนขับที่ถูกขโมยข้อมูลรับรู้ รวมทั้งไม่ได้รายงานต่อหน่วยงานรักษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้ทำให้สถานะของอูเบอร์เปลี่ยนแปลงทันทีจากผู้เล่นหน้าใหม่ที่ทำลายล้างวงจรอุบาทว์ในวงการแท็กซี่กลายเป็นบริษัทที่ล้มเหลวในการปกป้องข้อมูล แถมยังไม่ยอมช่วยให้ลูกค้า นักลงทุน และสาธารณชนได้เตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับที่อิควิแฟกซ์, ทาร์เก็ต, ยาฮู และอีกหลายบริษัทเคยผิดพลาดมาก่อน

แต่ที่เลวร้ายและน่ากลัวกว่าคือ อูเบอร์ไม่ได้มีเพียงที่อยู่และข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลและประวัติการเดินทางของลูกค้าอย่างละเอียด ซึ่งแฮกเกอร์สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวตามรอยลูกค้าถึงบ้าน และยังรู้ด้วยว่า จะตามหาลูกค้าได้ที่ไหนในแต่ละช่วงเวลา

อูเบอร์ยังเป็นส่วนหนึ่งของความฟอนเฟะในวงการธุรกิจ นั่งคือกรณีการล่วงละเมิดทางเพศที่กำลังเป็นข่าวดังในอเมริกา และมีตัวละครใหม่ๆ โผล่ขึ้นมาแทบไม่เว้นแต่ละวันนับตั้งแต่ที่ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ โปรดิวเซอร์ขาใหญ่ในฮอลลีวูด ถูกเปิดโปงว่า ลวนลามและบังคับขืนใจนักแสดงหญิงหลายต่อหลายคน

เรื่องของอูเบอร์แดงมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน และวัฒนธรรมการล่วงละเมิดทางเพศที่ถูกกล่าวหาในบริษัทแห่งนี้ร้ายแรงถึงขั้นทำให้เทรวิส คาลานิก ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ถูกปลด แต่ที่กรณีนี้เลวร้ายกว่าในฮอลลีวูดหรือบริษัทอื่นๆ หรือแม้แต่ในรัฐสภา ก็เพราะนโยบายที่หย่อนยานกับปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศของอูเบอร์อาจถ่ายทอดไปยังพนักงานและคนขับรถของบริษัทที่มีส่วนรับผิดชอบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารนับล้านคนทั่วโลก

อีกปัญหาที่อูเบอร์ต้องแก้ไขให้ลุล่วงคือ ข้อกล่าวหาว่า บริษัทแข่งขันด้วยวิธีสกปรก ซึ่งดูมีมูลขึ้นมาทันตาหลังจากมีข่าวออกมาเมื่อปีที่แล้วว่า อูเบอร์จ้างอดีตพนักงานของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ขุดคุ้ยเรื่องไม่ชอบมาพากลของทนายความฝ่ายตรงข้ามที่กำลังต่อสู้กันในศาล

ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นพายุใหญ่ที่สามารถสร้างหายนะด้านการประชาสัมพันธ์สำหรับอูเบอร์ แม้อาจมีบางคนแก้ต่างว่า ความพยายามปกปิดบางอย่างไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่กรณีของอูเบอร์นั้น การขาดความโปร่งใสต่อสาธารณชนดูเหมือนกลายเป็นนิสัยปกติของบริษัทนี้ไปแล้ว

และต้องไม่ลืมว่า อูเบอร์ยังมีชนักติดหลังเรื่องการจ่ายใต้โต๊ะให้นักการเมืองและนักทุนนิยมระบบพวกพ้องทั่วโลก แม้เรื่องนี้อาจเป็นเพียงเครื่องเตือนสติว่า อูเบอร์ต้องระมัดระวังภาพลักษณ์ของตัวเองมากขึ้นก็ตาม แต่การหมกเม็ดและการใช้วิธีการสกปรกกับคู่ต่อสู้เป็นวิธีที่โง่บรม หากต้องการให้สังคมเห็นใจและเข้าข้างในศึกการเมืองและการเงินที่อาจเกิดขึ้น

เดิมพันครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ชะตากรรมของอูเบอร์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงวัฒนธรรมธุรกิจโดยรวมของอเมริกาที่กำลังถูกท้าทายจากเรื่องอื้อฉาวของการถูกแฮกและการล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีอูเบอร์อยู่กลางเวที และกลยุทธ์การรับมือของบริษัทแห่งนี้อาจกลายเป็นรากฐานสำคัญสำหรับธุรกิจอเมริกันในอนาคต
กำลังโหลดความคิดเห็น...