xs
sm
md
lg

“โฟล์ค”ทุ่ม$40,000ล้าน ขอเป็นเบอร์ 1 รถไฟฟ้า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

โฟล์คสวาเกนกับแผนการครั้งใหม่ในการเป็นผู้เล่นเบอร์ 1 วงการรถไฟฟ้าโลก
โฟล์คสวาเกนอนุมัติแผนการใช้จ่ายระยะ 5 ปี มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์ ในการพัฒนารถไฟฟ้า ระบบขับขี่อัตโนมัติ และบริการโมบิลิตี้ใหม่ๆ เพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นชัยในการเป็นผู้เล่นเบอร์ 1 ในวงการยานยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2025

งบประมาณก้อนใหม่ที่มัททิอัส มุลเลอร์ ประธานบริหารโฟล์คสวาเกนขึ้นเวทีแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17) มากกว่าที่เคยประกาศไว้เมื่อสองเดือนก่อนสำหรับการปลุกปั้นรถไฟฟ้าและรถอัตโนมัติภายในปี 2030 ถึง 17,000 ล้านดอลลาร์

แม้เป็นกุญแจสำคัญสำหรับการขนส่งในอนาคต แต่บรรดาผู้บุกเบิกอย่างเทสลาและบริษัทอื่นๆ ยังคิดไม่ตกว่า จะทำเงินจากนวัตกรรมยานยนต์ทั้งสองประเภทนี้อย่างไร ภายใต้สถานการณ์ที่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จยังอ่อนแอ ต้นทุนแบตเตอรี่สูง และระยะทางในการขับขี่จำกัด ที่ร่วมกันถ่วงดีมานด์รถไฟฟ้า

โฟล์คสวาเกนเองตอบรับกระแสรถไฟฟ้าและเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติอย่างไม่ยินดียินร้ายเท่าไหร่ จนกระทั่งเมื่อสองปีที่แล้วที่บริษัทยอมรับว่า โกงการทดสอบการปล่อยไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซล

กรณีฉาวนี้ประกอบกับการกำหนดโควตาสำหรับรถไฟฟ้าของจีนที่จะมีผลบังคับใช้ในอีก 2 ปีเป็นตัวกระตุ้นอย่างดีในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สู่เครื่องยนต์ปลอดมลพิษและเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ กระทั่งถือได้ว่า โฟล์คสวาเกนมีเป้าหมายทะเยอทะยานที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์วันนี้

โฟล์คสวาเกนประกาศว่า เงินลงทุนสำหรับรถไฟฟ้าทั้งหมดจะอยู่ที่ 84,000 ล้านดอลลาร์โดยประมาณในปี 2022 ซึ่งส่วนหนึ่งได้มาจากการลดต้นทุนปฏิบัติการต่างๆ อาทิ การพัฒนารถยนต์ การบริหารจัดการ และการผลิต รวมทั้งเงินสดสำรองที่มีอยู่ค่อนข้างมาก

ค่ายรถใหญ่สุดของยุโรปในแง่ยอดขายแห่งนี้วาดฝันว่า จะเพิ่มยอดขายรถไฟฟ้าเป็น 3 ล้านคัน หรือ 1 ใน 4 ของยอดขายรถทุกประเภทในปี 2025 ภายใต้สมมติฐานว่า ยอดขายรถทั้งหมดจากทุกแบรนด์ในเครือจะขยายตัวต่อเนื่องเป็น 12 ล้านคันในช่วงกลางทศวรรษหน้า จาก 10.3 ล้านคันเมื่อปีที่แล้ว

แถลงการณ์ของโฟล์คสวาเกนระบุว่า เงินทุนส่วนใหญ่จะทุ่มให้กับการผลิตรถทุกรุ่นของกลุ่มในเวอร์ชันระบบไฟฟ้าและไฮบริด โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้เผยโฉมอีวี 3 สไตล์ที่จะนำเสนอ ได้แก่ แฮตช์แบค ครอสโอเวอร์ และไมโครบัส ซึ่งจะเริ่มผลิตกันในอีกไม่กี่ปีนี้

อย่างไรก็ตาม แม้การลงทุนและพัฒนาเป็นไปตามแผน แต่โฟล์คสวาเกนยังต้องห้ำหั่นกับคู่แข่งมากมายที่แห่ลงสนามรถไฟฟ้าเนืองแน่น โดยเฉพาะเทสลา ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ถูกขาใหญ่หลายรายเขม่น

ปีหน้าจะเป็นกำหนดชี้ชะตาว่า บริษัทรถไฟฟ้าจากแคลิฟอร์เนียแห่งนี้จะรุ่งหรือร่วง จนถึงวันนี้ เทสลาเพิ่งผลิตรถไฟฟ้าสำหรับตลาดมวลชนรุ่นแรกคือ โมเดล 3 และทำออกมาได้แค่ 260 คัน ณ สิ้นไตรมาส 3 เนื่องจากปัญหาการติดขัดในการผลิต จากที่ตั้งเป้าผลิตให้ได้มากกว่า 1,500 คัน ล่าสุด เทสลาต้องเลื่อนเป้าหมายดังกล่าวออกไปอีก 3 เดือน รวมทั้งคาดว่า จะผลิตซีดานรุ่นนี้สัปดาห์ละ 5,000 คันตั้งแต่ไตรมาสแรกปีหน้า จากเดิมที่กำหนดไว้เดือนธันวาคม

วันพฤหัสฯ ที่แล้ว (16) เทสลายังเปิดตัวต้นแบบรถบรรทุกไฟฟ้า “เทสลา เซมิ” ที่คาดว่า จะเริ่มขึ้นสายการผลิตในปี 2019 พร้อมโชว์รถสปอร์ตไฟฟ้า “โรดสเตอร์” ที่พร้อมลงตลาดในอีก 3 ปี

ในส่วนโตโยต้า มอเตอร์นั้น เล็งผลิตรถปลอดไอเสียอย่างเดียวตั้งแต่ปี 2050 แม้ที่ผ่านมาลงแรงไปมากกับไฮบริด “พรีอุส” และเทคโนโลยีรถยนต์ไฮโดรเจน แต่พี่ใหญ่จากแดนปลาดิบยืนยันว่า ไม่ได้ต่อต้านอีวี แถมลงทุนก้อนโตกับเทคโนโลยีรถไฟฟ้า เช่น แบตเตอรี่โซลิด-สเตทที่อาจช่วยลดต้นทุนรถไฟฟ้าได้ และเมื่อไม่กี่วันมานี้ยังประกาศบุกตลาดรถไฟฟ้าจีนและอินเดียพร้อมกันตั้งแต่ปี 2020

พันธมิตรเรโนลต์-นิสสันถือเป็นผู้นำรถไฟฟ้ายุคใหม่ด้วยยอดขาย 490,000 คันจนถึงปัจจุบัน อันเนื่องมาจากความสำเร็จของนิสสัน ลีฟและเรโนลต์ โซ ที่เปิดตัวเมื่อ 7 ปีที่แล้วและ 2 ปีก่อนตามลำดับ พันธมิตรกลุ่มนี้ที่รวมมิตซูบิชิ มอเตอร์ด้วยนั้น เตรียมส่งรถไฟฟ้าเต็มระบบลงตลาด 12 รุ่นในปี 2022

เฉพาะนิสสันกำลังเล็งผลิตรถปลอดไอเสียให้ได้ 1 ใน 5 ของกำลังผลิตทั้งหมดภายในปี 2020 แต่ขณะเดียวกัน ก็วางเดิมพันกับรถไฮบริดไฟฟ้า-เบนซิน “โน้ต อี-พาวเวอร์” ด้วย

เจเนอรัล มอเตอร์มีแผนเปิดตัวรถไฟฟ้าตระกูลใหม่ในปี 2021 ซึ่งจะมีต้นทุนการผลิตลดลงเพื่อให้สามารถทำกำไรได้ และตั้งเป้ายอดขาย 1 ล้านคันในปี 2026 โดยฝากความหวังไว้กับตลาดจีนและเชฟโรเลต โบลต์ที่เชื่อกันว่า เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับเทสลา

ฟอร์ด มอเตอร์จัดสรรงบประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์พัฒนารถไฟฟ้าภายในปี 2022 และเปิดตัวรถไฟฟ้าอย่างน้อย 13 รุ่นทั่วโลกภายใน 5 ปี

เดมเลอร์ทุ่มทุน 12,000 ล้านดอลลาร์ในเทคโนโลยีรถไฟฟ้าและไฮบริด และกำลังเตรียมเปิดตัวรถไฟฟ้า “อีคิว” พร้อมเล็งทำยอดขายอีวีปีละ 100,000 คันภายในปี 2020 และอีก 2 ปีหลังจากนั้น เดมเลอร์มีแผนเผยโฉมรถที่มีอยู่ในเวอร์ชันไฟฟ้าหรือไฮบริดอย่างน้อย 50 รุ่น ขณะที่แบรนด์สมาร์ทจะเลิกผลิตรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปในปี 2020

บีเอ็มดับเบิลยูที่แม้ได้ชื่อว่า เป็นผู้บุกเบิกรถไฟฟ้า แต่ยอดขายไอ3 ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2013 ยังต่ำมากจนต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ กระทั่งเดือนกันยายนที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยูประกาศผลิตรถไฟฟ้าแบบมวลชนให้ลุล่วงในปี 2015 โดยจะประกอบด้วยรถไฟฟ้าเต็มตัว 12 รุ่น พร้อมสมรรถนะการขับขี่ถึง 700 กิโลเมตร เฉพาะปีนี้บริษัทรถหรูจากเมืองเบียร์แห่งนี้ตั้งเป้าจัดส่งอีวีทั่วโลก 100,000 คัน

ปิดท้ายด้วยวอลโว่ คาร์ที่ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า รถวอลโว่ทุกรุ่นที่จะเปิดตัวหลังปี 2019 จะเป็นรถไฟฟ้าหรือไฮบริด ถือเป็นค่ายรถดั้งเดิมแห่งแรกที่กำหนดเวลาแน่นอนในการบอกลารถที่ใช้น้ำมันและเครื่องยนต์สันดาปภายใน
กำลังโหลดความคิดเห็น...