xs
xsm
sm
md
lg

คาดรถไฟฟ้าอัตโนมัติรวมร่างไรด์เฮลลิ่ง เขย่าโลกยานยนต์เทียบชั้นกำเนิดไอโฟน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

วิชัน อีคิว ฟอร์ทู ต้นแบบรถไฟฟ้าอัตโนมัติสำหรับบริการไรด์เฮลลิ่งที่เดมเลอร์ส่งเข้าร่วมปฏิวัติวงการยานยนต์
ด้วยความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากบริการไรด์เฮลลิ่งและเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ รถไฟฟ้ากำลังจะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่แบบเดียวกับที่แอปเปิลเคยส่งไอโฟนปฏิวัติวงการโทรศัพท์มือถือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

การถือกำเนิดของเทสลาและคู่แข่งอาจได้รับการส่งเสริมจากบริการของอูเบอร์และเวย์โมของอัลฟาเบต เช่นเดียวกับที่ไอโฟนเคยปั้นระบบเศรษฐกิจแอปพลิเคชันและโมบายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งทำให้บริษัทมือถือยักษ์ใหญ่อย่างโนเกียหมดท่าจนถึงวันนี้

การผสมผสานของเทคโนโลยีเหล่านี้ที่กลายมาเป็นรถไฟฟ้าอัตโนมัติให้บริการตามสั่ง อาจเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางและหักล้างการคาดการณ์ที่ว่า รถพลังงานแบตเตอรี่จะส่งผลต่อความต้องการน้ำมันเพียงจำกัดในช่วงทศวรรษหน้า

เดวิด ไอตัน ประธานฝ่ายเทคโนโลยีของบีพี บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษ บอกว่า ลำพังรถไฟฟ้าอย่างเดียวคงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าผนวกกับไรด์เฮลลิ่งตัวเลขจะชัดเจนมาก

ทิม ฮาร์ตฟอร์ด นักเศรษฐศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังหนังสือและสารคดีทางสถานีวิทยุบีบีซีว่าด้วยนวัตกรรมที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ต่อเศรษฐกิจ เชื่อว่า การปฏิวัติจากรถไฟฟ้ามีนัยกว้างไกลกว่าเพียงแค่เครื่องยนต์สันดาปภายในถูกแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน

ตอนนั้นไอโฟนไม่ได้แค่ทำให้เรามีวิธีโทรออก-รับสายแบบใหม่เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจใหม่ที่สร้างรายได้เป็นพันล้านให้บริษัทมากมาย เช่น โรวิโอ เอนเตอร์เทนเมนต์ ผู้พัฒนาเกมแองกรี้เบิร์ดส์ หรือวอตส์แอป ลักษณะพื้นฐานของธุรกิจมือถือเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง และเจ้าตลาดอย่างโนเกียกับแบล็กเบอร์รีถูกแทนที่โดยแอปเปิล รวมทั้งผู้ผลิตมือถือระบบแอนดรอยด์อย่างซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์

วันนี้ เทสลาของอีลอน มัสก์ และบริษัทรถเจ้าเก่าอย่างเจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) กำลังพยายามปลุกปั้นให้รถไฟฟ้ากลายเป็นผลิตภัณฑ์ยอดปรารถนาของผู้บริโภค ขณะที่บริษัทอย่างอูเบอร์และลิฟต์ กำลังทำให้การเดินทางกลายร่างเป็นบริการตามสั่ง และเวย์โมคร่ำเคร่งทดสอบรถอัตโนมัติเต็มรูปแบบบนถนนบางสายในแคลิฟอร์เนียและแอริโซนา

RethinkX กลุ่มคลังสมองที่วิเคราะห์การทำลายล้างจากแรงขับเคลื่อนทางเทคโนโลยี บอกว่า เมื่อสามปรากฏการณ์นี้มาบรรจบกัน ตัวอย่างเช่นผ่านการลงทุนของอัลฟาเบตในลิฟต์ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือการเดินทางใหม่ในรูปแบบบริการทางเลือกราคาย่อมเยาและน่าสนใจแทนการเป็นเจ้าของรถแบบเดิม

ผู้ผลิตรถอย่างเดมเลอร์กำลังนำเสนอวิสัยทัศน์ที่แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทสอดคล้องต้องกับกระแสยานยนต์แห่งอนาคต ด้วยการเปิดตัววิชัน อีคิว ฟอร์ทู ต้นแบบรถไฟฟ้าอัตโนมัติสำหรับบริการไรด์เฮลลิ่งในงานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ที่เพิ่งจบไปไม่กี่วัน

ฟรานเชสโก สตาเรซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ของเอเนล บริษัทสาธารณูปโภคใหญ่สุดในอิตาลี บอกว่า ข้อดีอย่างหนึ่งของรถไฟฟ้าคือ ไม่มีความซับซ้อนเชิงกลทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานกับเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ

เช่นเดียวกัน หลังจากถอดรื้อชิ้นส่วนเชฟโรเลต โบลต์ออก ยูบีเอส กรุ๊ปลงความเห็นว่า รถไฟฟ้ารุ่นนี้ของจีเอ็มเกือบจะไม่ต้องการการซ่อมบำรุงเลย ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ได้เพียง 3 ชิ้น เทียบกับเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดสี่สูบที่มีถึง 133 ชิ้น

ขณะที่บลูมเบิร์ก นิว อิเนอร์จี ไฟแนนซ์ (BNEF) คาดว่า ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าและรถใช้น้ำมันโดยรวมจะถึงระดับที่เท่ากันในปี 2020 สำหรับฟลีตรถไรด์แชริ่ง หรือเร็วกว่ารถส่วนตัว 5 ปี

ก่อนที่สำนักงานการขนส่งลอนดอนจะประกาศระงับการต่อใบอนุญาตอูเบอร์เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทแห่งนี้มีแผนให้บริการด้วยรถไฟฟ้าหรือไฮบริดในเมืองหลวงของอังกฤษภายในสิ้นปี 2019 ภายใต้ชื่อ อูเบอร์เอ็กซ์ ขณะที่คู่แข่งอย่างลิฟต์ ตั้งเป้าให้บริการด้วยรถไฟฟ้าอัตโนมัติแก่ลูกค้าอย่างน้อยหนึ่งพันล้านเที่ยวต่อปีภายในปี 2025 เนื่องจากเชื่อว่า มีประสิทธิภาพมากกว่ารถเครื่องยนต์เบนซิน

สตีเวน มาร์ติน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิตอลและรองประธานอิเนอร์จี คอนเน็กชันในเครือเจเนอรัล อิเล็กทริก บอกว่า เมื่อไหร่ที่ไรด์เฮลลิ่งให้บริการด้วยรถอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เมื่อนั้นเขาคงกระตือรือร้นน้อยลงที่จะมีรถเป็นของตัวเอง

BNEF คาดว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ฟลีทรถอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์อาจไม่รวดเร็วเท่าการปฏิวัติของสมาร์ทโฟน เนื่องจากติดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ กฎหมาย จรรยาบรรณ และพฤติกรรม ซึ่งจะส่งผลให้กว่าที่เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติจะได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางจริงๆ ก็คงตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป

การเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้ายังทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงราว 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน (บีพีดี) ภายในปี 2040 หรือมากกว่าปริมาณการส่งออกของซาอุดีอาระเบียในปัจจุบัน 1 ล้านบีพีดี และจะส่งผลอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมัน ทั้งนี้ ตอนที่ทั่วโลกใช้น้ำมันลดลง 1.7 ล้านบีพีดีในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008-2009 นั้น ราคาน้ำมันรูดจาก 146 ดอลลาร์เหลือแค่ 36 ดอลลาร์

แต่ไม่ได้หมายความว่า บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่างบีพีหรือเอ็กซอน โมบิลของอเมริกา กำลังจะตกที่นั่งเดียวกับโนเกียเมื่อสิบปีก่อน เพราะแม้เชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งเป็นรายได้หลัก แต่บริษัทเหล่านี้ยังมีธุรกิจขนาดใหญ่ในการเปลี่ยนน้ำมันดิบเป็นสารเคมีที่ใช้สำหรับทุกสิ่งตั้งแต่พลาสติกจนถึงปุ๋ย และยังผลิตก๊าซธรรมชาติและพลังงานที่สามารถสร้างใหม่ได้ ซึ่งจะได้อานิสงส์จากดีมานด์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

สเปนเซอร์ เดล หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบีพียังเชื่อว่า แม้รถไฟฟ้าเติบโตรวดเร็วอย่างที่ BNEF คาดการณ์ แต่โลกวันนี้ยังบริโภคน้ำมันถึง 95 ล้านบีพีดี และดีมานด์จะโตต่อไปไม่หยุด บีพีคาดว่า รถไฟฟ้าอาจทำให้ดีมานด์น้ำมันลดลงแค่ 1 ล้านบีพีดีในปี 2035 แต่ยอมรับว่า ผลกระทบอาจหนักหนากว่านี้ถ้ารถไฟฟ้าสามารถสร้างปรากฏการณ์ได้เท่าไอโฟน แม้ว่าตอนที่สตีฟ จ็อบส์ เปิดตัวนวัตกรรมนี้ ยังมีน้อยคนมากที่คาดคิดว่า ไอโฟนจะสร้างปัญหาให้ทุกอย่างตั้งแต่กล้องไปจนถึงหมากฝรั่ง

โทนี ซีบา นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและหนึ่งในผู้ก่อตั้ง RethinkX เห็นด้วยว่า การผนึกกำลังระหว่างไรด์เฮลลิ่ง รถไฟฟ้า และเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ อาจทำลายทุกสิ่งตั้งแต่ธุรกิจที่จอดรถ ประกันภัย ดีมานด์น้ำมัน ไปจนถึงวงการค้าปลีก
กำลังโหลดความคิดเห็น...