xs
xsm
sm
md
lg

เชคอัพ“เชฟโรเลต” “อุณา ตัน”ยันลุยต่อ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อหลายปีก่อนสำหรับการถือกำเนิดขึ้นของแบรนด์ “เชฟโรเลต” ในประเทศไทย หนึ่งในแบรนด์ของ จีเอ็ม ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ที่ก้าวเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ตลาดที่ใครหลายคนเรียกว่า “ปราบเซียน” ไม่ว่าคุณจะเคยขายดี หรือประสบความสำเร็จมาจากที่ไหน เมื่อมาถึงเมืองไทยโปรดเตรียมใจไว้เผื่อได้เลย

เชฟโรเลต ประเดิมตลาดไทยด้วยการปล่อย “ซาฟิร่า” รถเอนกประสงค์แบบเอ็มพีวีเป็นรุ่นแรก เมื่อปี 2000 ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ และได้ทยอยปล่อยรถยนต์รุ่นใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันที่ดูจะมีความสงสัยในหมู่ผู้บริโภคเกี่ยวกับไลน์การขายรถยนต์ของแบรนด์เชฟโรเลต MGR มอเตอริ่ง จึงสัมภาษณ์ “อุณา ตัน” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย ถึงสถานการณ์ของแบรนด์เชฟโรเลตในเมืองไทย

การปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เป็นอย่างไร ?
ทางบริษัทฯ แม่ ได้มีการปรับโครงสร้าง โดย แต่งตั้ง เอียน นิโคลส์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะควบคุมดูแลตลาดใหญ่ 3 แห่งที่เป็นหลักของเราคือ ไทย, อินโดนีเซีย และเวียดนาม รวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ด้วย โดยจะเข้ามานั่งประจำการที่ประเทศไทยเป็นหลัก
ซึ่งจากเดิมจะมีกรรมการผู้จัดการดูแลแต่ละประเทศ แต่การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะเหลือหัวเรือใหญ่สั่งการควบคุมนโยบายต่างๆ เพียงคนเดียวในการดูแลทั้งภูมิภาค เพื่อความเป็นเอกภาพในการบริหารงาน

ยังทำตลาดในประเทศไทย ?
ยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตที่สำคัญเรามีโรงงานประกอบรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งยังคงดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปจำหน่ายกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ดังนั้นจึงมั่นใจได้เต็ม 100%ว่าจะยังคงทำตลาดต่อไป
ทั้งนี้รวมถึงการดูแลรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่เราจำหน่ายและยุติการจำหน่ายไปแล้ว บริษัทฯ จะมีการสำรองอะไหล่ตามมาตรฐานคือ ไม่น้อยกว่า 10 ปี ตามอายุโมเดลแต่ละรุ่นที่จำหน่าย ซึ่งศูนย์บริการทุกแห่งของเชฟโรเลต ยังคงให้บริการหลังการขายทุกรุ่นได้ตามปกติ

ไลน์อัพรุ่นรถยนต์ที่ขายในเมืองไทย ?
ปัจจุบัน เราจะเน้นไปที่การขาย 2 รุ่นหลัก ได้แก่ “เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ และ โคโลราโด” ขณะที่แคปติวา ยังคงผลิตและจำหน่ายอยู่ตามปกติ ส่วนครูซยังคงมีจำหน่ายอยู่ด้วยเช่นกัน แต่หยุดการผลิตไปแล้ว โดยมั่นใจได้ว่าบริษัทฯ จะดูแลด้านหลังการขายและอะไหล่อย่างครบถ้วน ส่วนอนาคตจะมีรุ่นอื่นเข้ามาทำตลาดอย่างไร รอดูกันต่อไป

ทิศทางการทำตลาด ?
ยอดขาย 6 เดือนแรกของเราดี ยอดรถเกระบะและเอสยูวี กระแสตอบรับดีมาก โคโลราโด จะเป็นตัวหลักในการทำตลาด เพราะเรามีประวัติการทำรถกระบะมาอย่างยาวนานนับร้อยปีแล้ว ดังนั้นชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือจึงมีมากเป็นพิเศษ ผู้บริโภคจริงๆ จะใช้งานรถกระบะด้วยความหลากหลายไม่เฉพาะเพื่อการบรรทุกเพียงอย่างเดียว
สำหรับตัวเลขสัดส่วนการตลาด ระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2016 เชฟโรเลตครองแชร์ 2% และในช่วงมกราคม-กรกฎาคม 2017 เป็น 2.1% ส่วนตัวเลขยอดขายรวม ระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2016 อยู่ที่ 7,912 คัน มกราคม-กรกฎาคม 2017 อยู่ที่ 9,952 คัน เติบโต 25%

กลยุทธ์นับจากนี้ ?
มุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่น สร้างแบรนด์ ให้แข็งแกร่ง พร้อมชูจุดเด่นความแตกต่าง ในความเป็นตัวตนของอเมริกันแบรนด์ เมื่อคิดถึงความบึกบึน ความแข็งแกร่ง รถเอสยูวีหรือรถกระบะต้องนึกถึงรถอเมริกัน ซึ่งรถของเราเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร มีพละกำลังสูงสุดถึง 180 แรงม้า รถเอสยูวีดีเซลของเราผู้บริโภคไว้ใจ และขอให้มั่นใจได้ว่ายังไงเราก็ดูแลได้แม้รถรุ่นที่หยุดจำหน่ายไปแล้วเราก็ยังคงดูแลตามมาตรฐานสูงสุดของเชฟโรเลต

ถึงบรรทัดนี้ สำหรับผู้ใช้รถเชฟโรเลตทุกคนคงอุ่นใจได้ว่า แบรนด์นี้จะยังคงทำตลาดอยู่ดูแลกันไป ไม่ทิ้งไปไหน แม้ว่ารุ่นในการจำหน่ายจะน้อยลงไปบ้าง ขอให้มั่นใจในความเป็นอเมริกันแบรนด์
กำลังโหลดความคิดเห็น...