xs
sm
md
lg

รถยนต์ไฟฟ้า(ไม่)มานะเธอ รัฐสับสนเอกชนรอพร้อม

เผยแพร่:

วัดใจลุงตู่ รอลุ้นรัฐฯ จัดมาตรฐานสนับสนุน “รถยนต์ไฟฟ้า” จะ “แท้ง” หรือ “แจ้งเกิด” เดือนนี้รู้ รมว.พลังงานเปรียบสถานีชาร์จไฟกับรถยนต์ไฟฟ้า เหมือนไก่กับไข่ ไม่รู้ใครจะเกิดก่อนกัน ส่วน “นิสสัน” ส่งสัญญาณพร้อมลุย “ลีฟ” เปิดตัวใหม่ในญี่ปุ่น ลุ้นทำตลาดในไทย ภาคเอกชนประสานเสียงรถยนต์ไฟฟ้าจะแจ้งเกิดได้ สถานีชาร์จไฟต้องพร้อม สวนทางผู้สร้างสถานีชาร์จ โอดทำไป ไร้รถมาเติมไฟ

จากกระแสของยานยนต์โลกใบนี้ที่ทิศทางมุ่งไปว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” กำลังมาอย่างชัดเจน โดยเวลานี้อยู่ในช่วงที่เรียกกันว่า “จังหวะเปลี่ยนผ่าน” ซึ่งจะกินเวลานานขนาดไหน 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี ยังไม่มีใครทราบได้อย่างแน่ชัด แต่ที่เริ่มประกาศเรียบร้อยแล้วคือ “การห้ามจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในหรือใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมัน” ของหลายๆ ประเทศในยุโรป เริ่มตั้งแต่นอร์เวย์ไวที่สุดคือ ภายในปี ค.ศ. 2025 ถัดมาเป็น เยอรมนี, ฝรั่งเศส และอังกฤษ ที่ระบุปี ค.ศ.2030 ซึ่งทำให้รถยนต์ทุกค่ายต่างต้องเร่งปรับตัวให้ทันตามกระแส แม้จะยังคงมีเวลาอีกหลายปี

ตลาดโลกกำลังมุ่งไปทิศทางนั้น ย้อนกลับมาดูประเทศไทยกันบ้าง “รัฐบาลลุงตู่” เองก็ค่อนข้างชัดเจนว่า สนใจที่จะสนับสนุนให้รถยนต์ไฟฟ้า สามารถแจ้งเกิดในเมืองไทยให้สำเร็จได้ หลายๆ ครั้ง เราได้เห็นการนั่งและขับรถไฟฟ้าโชว์ออกสื่อของท่านนายกฯ

ขณะที่การผลักดันทางด้านภาษี ก็มีกระแสข่าวว่า จะเคาะตัวเลขการสนับสนุนที่ชัดเจนในห้วงเดือนกันยานยนนี้ แต่จนถึงบัดนี้ ยังคงมีเพียงการสนับสนุนด้านนโยบายที่ผ่านทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งมีเงื่อนไขหลายประการ ในการจะได้รับสิทธิประโยชน์นั้น แล้วเหตุใดจึงยังไม่มีความคืบหน้า ลองมาดูความเห็นจากหลายๆ ฝ่าย
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
เริ่มกันที่เรื่องของเจ้าภาพ โดย พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวไว้ในงานสัมมนาวิชาการ “Energy 4.0 ...โอกาสของอุตสาหกรรมไทย” มีใจความสำคัญถึงประเด็นใหญ่ คือ การมี 2 เจ้าภาพใหญ่ ได้แก่ “กระทรวงพลังงาน” ในเรื่องของการจัดการเกี่ยวกับสถานีชาร์จไฟฟ้า และ “กระทรวงอุตสาหกรรม” ในเรื่องเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า

รมว.กระทรวงพลังงาน กล่าวยอมรับว่า การมี 2 เจ้าภาพ มีประเด็นสำคัญที่เป็นอุปสรรคยังหาข้อยุติไม่ได้ เนื่องจากเมื่อกระทรวงพลังงานจัดสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าแล้ว แต่ไม่มีรถยนต์ไฟฟ้าเข้าไปเติม ขณะที่ฝากฝั่งของกระทรวงอุตสาหกรรมเองบอกว่า จะมีรถยนต์ไฟฟ้าได้ ต้องมีสถานีชาร์จไฟก่อน

“ปัญหาดังกล่าว เปรียบเหมือน ไก่กับไข่อะไรจะเกิดก่อนกัน ทางกระทรวงพลังงานเองมีแผนชัดเจนในการขยายสถานีชาร์จไฟฟ้า ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ 150 สถานีภายในสิ้นปีนี้ และเราก็ยังคงดำเนินการต่อไป แม้จะไม่มีรถเข้าไปเติมไฟฟ้าก็ตาม” พล.อ.อนันตพร กล่าว

ซึ่งในงานสัมมนาเดียวกันมีตัวแทนจากทางการไฟฟ้าทั้ง 3 ราย และปตท. ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย เข้าร่วม โดยทางฝั่งของการไฟฟ้า แสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า มีกำลังไฟฟ้าเพียงพอ แต่ปัญหาคือ ปัจจุบันสถานีชาร์จไฟฟ้าที่สร้างขึ้นแล้วนั้นไม่มีใครมาเติม มีค่าเฉลี่ยของ รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้บริการ เพียง 1 คัน/วัน/สถานี ทั้งที่ชาร์จไฟฟรี ทำให้ยากในแง่ของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาลงทุนสร้างสถานีเพิ่ม
นตวน บาร์เตส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
ขณะเดียวกัน นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางของธุรกิจสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ ทางปตท. มองว่า รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV นั้นมาแน่นอน ซึ่งปตท. ได้นำร่องสร้างสถานีชาร์จไฟไว้รองรับแล้ว และยังได้มองไปถึงการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าเองอีกด้วย ทุกอย่างอยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูลและมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น

เห็นได้ชัดเจนว่าทางฝั่งของผู้เกี่ยวข้องด้านพลังงานไฟฟ้าต่างเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในรอบนี้ แม้จะยังมีอุปสรรคอยู่แต่ยังเดินหน้าต่อไป มาดูความเห็นของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ากันบ้างว่าเป็นอย่างไร เริ่มจากค่ายที่ออกตัวแรงมาตั้งแต่เริ่มแรก “นิสสัน”

ค่าย “นิสสัน” ดูจะเป็นค่ายแรกที่เอาจริงเอาจังที่สุดในเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่แรกเริ่มโครงการ ซึ่ง นายอันตวน บาร์เตส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าไว้ ดังนี้

รถยนต์ไฟฟ้า จะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบไปด้วย 2 หัวข้อใหญ่ หนึ่งคือ การสนับสนุนของภาครัฐเพื่อทำให้เกิดความต้องการของผู้บริโภค นั่นก็คือเรื่องของการทำให้ราคารถอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคซื้อได้ และสองคือ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า แปลง่ายๆ ว่า ต้องมีสถานีชาร์จไฟฟ้าที่เพียงพอ

“สำหรับการสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐที่ออกมาแล้วผ่านทางบีโอไอ ถือว่าดี แต่ติดเรื่องของเงื่อนไขที่ต้องหาผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในเมืองไทยยังไม่มีผู้ผลิตแบตเตอรี่ดังกล่าว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องหาแบตเตอรี่ให้ได้ก่อน เพราะเป็นหัวใจหลักของรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนการสนับสนุนอื่นๆ คงต้องรอประกาศอีกครั้ง” นายอันตวน กล่าว
นิสสัน ลีฟ
ทั้งนี้ นิสสัน ตอกย้ำความเอาจริงเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า ล่าสุดกับการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก “นิสสัน ลีฟ” ถือเป็นเจนเนเรชันที่สองของลีฟที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา นับเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่า จะทำตลาดรถยนต์ นิสสัน ลีฟ ในประเทศไทย แม้จะยังไม่ชัดเจน 100% แต่มีความเป็นไปได้สูง

อย่างไรก็ตาม นิสสัน ลีฟ ปัจจุบันนำเข้ามาจำหน่ายให้กับ บริษัทฯ หรือองค์กรต่างๆ ที่ต้องการนำรถไปใช้งาน เพื่อทดสอบหรือทดลองอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีการขายแบบเป็นการทั่วไปให้กับผู้บริโภค ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ารวมถึงรถที่ใช้เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ นิสสันได้มีการนำเข้ามาทดสอบวิ่งในประเทศไทยทุกรุ่น เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของนิสสัน

ขณะที่ทาง โตโยต้า ยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ค่อนข้างชัดเจนในแผนการดำเนินงานกับการมุ่งไปในทางของ “ไฮบริด” ที่เพิ่งประกาศแผนการลงทุนมูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่ถึงกับปฏิเสธแผนการทำรถยนต์ไฟฟ้าไปเสียทีเดียว เนื่องจากมีการนำรถยนต์ไฟฟ้า เข้ามาทดลองวิ่งใช้งานในลักษณะของ คาร์แชร์ริ่ง หรือเช่าใช้นั่นเอง

สำหรับค่ายยุโรปอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู ที่มีการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายด้วยเช่นกัน แต่เป็นแบบปลั้กอิน (PHEV) ซึ่งมีเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เพียงแต่สามารถชาร์จไฟฟ้าและวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ ส่วนหัวใจหลักของการขับเคลื่อนยังเป็นเครื่องยนต์อยู่ ทั้ง2ค่ายเองก็ยังคงรอความชัดเจนจากภาครัฐดังเช่นที่เราเคยนำเสนอข่าวไป

ด้านผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ โดย นายโจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าวว่า รถยนต์ไฟฟ้ามาแน่นอน แค่เร็วหรือช้าเท่านั้น ส่วนปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเกิดได้ คือ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศและสถานีชาร์จไฟฟ้า ต้องพร้อม รวมกับราคาค่าไฟที่เหมาะสม

“สำหรับเมืองไทยกำลังอยู่ระหว่างสำรวจตลาดเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ในแง่ของเทคโนโลยี บ๊อชมีความพร้อมเต็มที่ ซึ่ง บ๊อช ที่เยอรมนีลงทุนด้านวิจัยปีละ 400 ล้านยูโร เพื่อศึกษาเรื่องของชิ้นส่วนเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า EV ทั้งหมดรองรับความต้องการของผู้ผลิตรถยนต์ ดังนั้นหากมีการสั่งชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า บ๊อชพร้อมทันที แต่เวลานี้ยังไม่มีคำสั่งซื้อแต่อย่างใด” นายโจเซฟ กล่าว

ถึงบรรทัดนี้ พอจะเห็นปัญหาสำคัญของการแจ้งเกิดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ฟากผู้ลงทุนสร้างสถานีชาร์จไฟ สร้างขึ้นแล้ว แต่ไม่มีรถเข้าไปเติม นั่นหมายความว่า ยิ่งสร้างยิ่งเจ๊ง ถ้าสายป่านไม่ยาวพอ ขณะที่อีกฝั่งระบุให้สถานีชาร์จไฟฟ้าต้องพร้อม แล้วปริมาณเท่าไหร่จึงจะพอเพียง ดังนั้น รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นเหมือนไก่กับไข่ ดังเช่นท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไว้หรือไม่ หรือทางออกคือดันให้ไก่กับไข่เกิดพร้อมกันไปในคราวเดียว งานนี้วัดใจลุงตู่เต็มๆ

ขอปิดท้ายด้วยการนำคำกล่าวของหนึ่งในผู้ร่วมงานสัมมนา Energy 4.0 ที่กล่าวว่า “ให้ลองนึกภาพเราชักชวนเพื่อนมาลงทุนผลิตรถยนต์ในเมืองไทย เพื่อนก็มาลงทุนอย่างมากมาย แล้วจู่ๆ หากเราหันไปสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าให้แจ้งเกิดในทันที มันก็จะเหมือนเราหักหลังเพื่อนที่เราชักชวนมาลงทุนแล้วหรือเปล่า ลองคิดกันดู”
กำลังโหลดความคิดเห็น...