xs
xsm
sm
md
lg

“เกีย”เล็งส่งรถใหม่บุกตลาด'สปอร์ตเทจ'-'นีโร ไฮบริด'

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เกีย ยุคใหม่ภายใต้การบริหารของเจเนอเรชั่นที่ 3 ตระกูล “ลีนุตพงษ์ ” มุ่งเพิ่มรถรุ่นใหม่เพื่อสร้างความหลากหลายเจาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว - สร้างภาพลักษณ์แบรนด์เกีย ให้ทันสมัย-ขยายโชว์รูม ศูนย์บริการ ให้ครอบคลุมทั่วไทย พร้อมเป้าปีนี้ 700-800 คัน หวังเรือธง เกีย แกรนด์คาร์นิวัล เอ็มพีวี 11 ที่นั่ง ,กระบะ เค 2500 และเก๋งอีก 3 ตัวควงมากับมาแคมเปญทำยอดช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนรถใหม่เล็ง เกีย สปอร์ตเทจ และ เกีย นีโร ไฮบริด ลงตลาดบ้านเรา

ด้วยตัวเลขยอดขายรถยนต์ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเพียงแค่ 0.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่งผลให้ค่ายรถกุมขมับกันทั่วหน้า ทั้งนี้ต่างกังวลกับตัวเลขปลายปีจะไม่เข้าเป้าที่ตั้งใจไว้ โดยเฉพาะค่ายรถเล็กอย่าง “เกีย”

ธันยนันท์ ลีนุตพงษ์ กรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจ เกียมอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์เกียในประเทศไทย เปิดเผยกับ “ผู้จัดการมอเตอริ่ง” ว่า ตนเองหลังเข้ามาบริหารงานแบรนด์รถยนต์เกียเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับปรุงและพัฒนานโยบายด้านต่าง ๆ ของเกียให้เหมาะสมกับตลาดและมีความทันสมัยมากขึ้น


แม้ว่าช่วงนี้ตลาดรถยนต์จะซบเซาตามสภาพเศรษฐกิจแต่รถยนต์เกียก็ยังจำหน่ายได้พอสมควร โดยเฉพาะรถธงของเกียคือ เกียแกรนด์คาร์นิวัล เอ็มพีวี 11 ที่นั่ง ยังคงได้รับความนิยมอยู่ เพราะเป็นรถครอบครัวที่ให้ความสะดวกสบายเหมาะสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ที่ใส่ใจในความปลอดภัยและสมรรถนะ ส่งผลให้ 8 เดือนที่ผ่านมามียอดจำหน่ายถึง 242 คัน ส่วนอีกรุ่นเป็นเกีย เค2500 กระบะพื้นเรียบที่เหมาะกับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี เนื่องจากสามารถขนถ่ายสินค้าได้อย่างสะดวกสบายด้วยความจุของท้ายบรรทุกและข้อได้เปรียบเรื่องไม่ติดเวลาขนส่งก็สามารถทำตัวเลขยอดขายได้ดีพอสมควร คือ 134 คัน
Sportage
ธันยนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนรถยนต์นั่ง ปัจจุบันมีด้วยกัน 3 รุ่น คือ เกียโซล , เกีย เซอราโต้ คูป และเกีย โซเรนโต้ มียอดขายรวมกันในช่วง 8 เดือน ประมาณ 40 คัน สำหรับเซกเมนท์ รถยนต์นั่งนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะนำสินค้าใหม่มาเพิ่มในอนาคตแน่นอน ส่วนเป้ายอดขายในปีนี้ตั้งไว้ 700-800 คัน และ ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมามียอดขายทั้งสิ้น 416 คัน และไตรมาสสุดท้ายกำลังดูว่ามีแคมเปญพิเศษอะไรให้กับลูกค้าบ้าง กำลังดำเนินการอยู่

นโยบายหลักตอนนี้ของรถเกียคือ การเพิ่มรุ่นรถยนต์เกียที่จะนำเข้ามาในเมืองไทยให้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ ดีลเลอร์ให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค ยกระดับการบริการให้ได้มาตรฐานเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าเกียทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ที่สำคัญตั้งใจจะสร้างภาพลักษณ์รถเกียในไทยให้มีความทันสมัยเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์เป็นเอกลักษณ์ไม่ช้ำใคร ด้วยเทคโนโลยี และสมรรถนะที่เยี่ยมยอด และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“ตอนนี้เราได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการเปิดไลน์ประกอบรถยนต์เกียในไทยอยู่ แต่ยังเป็นช่วงศึกษารายละเอียดถึงความเป็นไปได้ คาดว่าคงอีกไม่นานน่าจะมีบทสรุปออกมา ส่วนการแผนการลงทุนยังไม่มีในช่วงนี้ จะขอเน้นการเพิ่มยอดขาย การขยายตลาด และเพิ่มจำนวนสาขา-ศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศก่อนอันดับแรก ”

ปัจจุบัน รถยนต์เกียมีโชว์รูมและศูนย์บริการรวม 19 สาขา ทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯและปริมณฑล 8 สาขา ต่างจังหวัด 11 สาขา

สำหรับรถรุ่นใหม่ที่จะนำเข้ามาจำหน่าย ธันยนันท์ กล่าวว่า สนใจรถเอสยูวี เพราะเป็นตลาดที่ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและคาดว่าคงอีกหลายปี ทางบริษัทฯกำลังพิจารณาจะนำเข้ามาเปิดตัว โดยรุ่นรถที่เล็งไว้คือ เกีย สปอร์ตเทจ หรือ เกีย นีโร ทั้งนี้อยู่ในขั้นพิจารณารายละเอียดกันอยู่ขณะนี้ บวกกับรถยนต์ไฮบริดในบ้านเรามีแนวโน้มค่อนข้างดี ดังนั้นโอกาสที่จะเห็นรถไฮบริดจากเกีย อย่าง เกีย นีโร (KIA NIRO) ก็มีความเป็นไปได้สูง

เกีย สปอร์ตเทจในต่างประเทศมีเครื่องยนต์หลากหลายให้เลือกทั้งเบนซินและเทอร์โบ ตั้งแต่ความจุ 1,600-2,400 ซีซี แต่ที่เป็นไฮไลน์เด่นเป็นเครื่องยนต์บล็อกเบนซิน GDi Turbo แบบ 4 สูบ 1,600 ซีซี 169 แรงม้า บนตัวถังแบบ 5 ประตูที่มีระยะฐานล้อ 2,670 มิลลิเมตร ส่วนเกีย นีโรเป็นเอสยูวีที่เน้นความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว แม้ว่าตัวรถแบบ 5 ประตูจะมีระยะฐานล้อถึง 2,700 มิลลิเมตร แต่ทว่า Kia ก็วางแนวคิดให้เป็น Subcompact Hybrid Utility Vehicle คือ รถยนต์อเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริด
ขุมพลังที่วางอยู่เป็นแบบลูกผสมซึ่งมีเครื่องยนต์เบนซิน 1,600 ซีซีเป็นต้นกำลัง มีกำลังสูงสุด 103 แรงม้า และมีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 43 แรงม้าเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อน ซึ่งเมื่อทั้งระบบรวมกันสามารถผลิตกำลังออกมาได้ 146 แรงม้า บวกกับความประหยัดจากการทดสอบของ Kia มีตัวเลข 4.7 ลิตร/100 กิโลเมตร หรือ 21.3 กิโลเมตร/ลิตร และส่งกำลังด้วยเกียร์คลัตช์คู่แบบ 6 จังหวะ อย่างไรก็ตามรถทั้ง 2 รุ่น จะนำเข้ามาเป็นแบบใด ก็ต้องมาลุ้นกันดู
Niro
“ไม่หนักใจเลย เพราะเกียเป็นรถที่มีคุณภาพโดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย สมรรถนะที่ดีเยี่ยมและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทำให้เกียเป็นรถที่มีศักยภาพในการทำตลาดได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างให้แบรนด์เกียเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมของคนไทยได้อย่างแน่นอน ” เป็นคำกล่าวของ ทายาทรุ่นที่ 3 ของ ตระกูล “ลีนุตพงษ์” ต่อการรุกตลาดรถเกีย ในสไตล์ที่มุ่งมั่น ตั้งใจ ของผู้หญิงคนหนึ่ง ในฐานะผู้บริหารยุคใหม่


Soul

กำลังโหลดความคิดเห็น...