xs
xsm
sm
md
lg

BOYS NEXT DOOR ทำความรู้จัก 3 หนุ่ม 3 มุม x 2

เผยแพร่:   โดย: Marsmag



เซอร์ไพรส์พอสมควรที่ตำนานซิตคอมในยุค 90s อย่าง 3 หนุ่ม 3 มุม ถูกนำมาตีความใหม่ใน พ.ศ.นี้ ทิ้งเวลาไปกว่า 20 ปี ที่เลือกใช้คำว่า ‘ตีความใหม่’ เพราะไม่ใช่การรีเมกสร้างใหม่นักแสดงชุดเดิม กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง และมอส-ปฏิภาณ ปฐวิกานต์ ยังคงพร้อมหน้าเพิ่มเติมคือความแก่ของทั้งสามหนุ่มที่กลายเป็นรุ่นพ่อ และส่วนที่เพิ่มเติมมาคือลูกชายหน้าตาหล่อเหลาทั้งสามคน บี-เสถียรพงษ์ ชมภูพลอย, ปีโป้-ณัชพัณณ์ ปรมะเจริญโรจน์ และซี-ปรัตถกร คัยนันทน์

3 หนุ่ม 3 มุม x 2 จึงกลายเป็นส่วนผสมของ 2 เจเนอเรชั่นที่น่าสนใจระหว่าง Gen X และ Gen Z ซึ่งตรงกับบริบทปัจจุบัน ที่ช่องว่างระหว่างเจนบวกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างโซเชียลมีเดีย เข้ามามีบทบาททำให้วิถีชีวิตวิธีคิดของคนต่างวัยมีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว มาทำความรู้จักกับรุ่นลูก บี, ปีโป้ และซี แล้วไล่ชม 3 หนุ่ม 3 มุม x 2 ย้อนหลังให้จุใจ


Q : แนะนำตัวกันหน่อย

บี : สวัสดีครับ ผม ‘บี-เสถียรพงษ์ ชมภูพลอย’ ครับ ลูกพ่อเอกพลครับ แสดงเป็นหนึ่งครับผม

ปีโป้ : สวัสดีครับผม ‘ปีโป้-ณัชพัณณ์ ปรมะเจริญโรจน์’ รับบทเป็นเฟิร์ส หรือว่าลูกของพ่อทศพลครับ

ซี : สวัสดีครับผม ‘ซี-ปรัตถกร คัยนันทน์’ ครับ รับบทเป็นอูโน่ลูกพ่อพีรพลครับผม

Q : ปีนี้อายุเท่าไรกันแล้ว

ซี : โป้กับบีเท่ากันครับ 21 ส่วน ผม 19 ปีครับ

Q : เคยคุยกับพ่อหรือแม่ หรือพี่ป้าน้าอาหรือไม่ว่าป้าๆ แม่ๆ เคยดูซิตคอมเรื่องนี้ไหม 

ปีโป้ : เคยดูอยู่แล้วครับ อย่างบ้านโป้ครับ พี่สาวคนโตสุดหรือว่าคนที่ 2 ก็เคยดูอยู่แล้ว เขาจะพูดบ่อย แล้วเราก็เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ จนติดหู ประมาณว่าแค่เดินกับเพื่อน 3 คน หรือว่าอยู่ด้วยกัน 3 คน คุณครูหรือผู้ใหญ่ก็จะว่าเอ๊ย 3 หนุ่ม 3 มุม หรือเปล่า อะไรอย่างนี้ครับ นั่นคือสิ่งที่ได้ยินมา 

บี : 3 หนุ่ม 3 มุม คือติดหูมาตั้งแต่เด็กแล้ว โดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันคือซิตคอม เพิ่งมารู้ตอนที่จะได้มาแคสต์น่ะครับว่าคือซิตคอม 

ซี : ผมก็เพิ่งรู้ตอนที่ได้มาแคสต์ครับ แล้วก็กลับไปถามแม่ว่ารู้จักหรือเปล่า เขาก็ร้อง อ๋อ ทันทีเลย


Q : กดดันไหมว่า ตอนที่เรารู้ว่าเราจะต้องมาเล่นเป็นลูกของพี่ทั้ง 3 คน พี่กบ พี่แท่ง พี่มอส

ซี : แรกๆ โอ้โฮ เจอครั้งแรกนี่ทรุดเลย

ปีโป้ : วันแรกก็เครียดเหมือนกัน เพราะว่าอย่างตัวพี่แท่งครับ จะเป็นคนค่อนข้าง open mindset ไม่ค่อยมีกำแพง แต่ว่าเราก็เกรงใจเขาแหละ เพราะเขาผู้ใหญ่มากๆ อาจจะรู้สึกว่าเราจะได้เล่นกับตำนานทั้ง 3 ท่านได้เหรอ อะไรอย่างนี้ แล้วก็กดดันตัวเอง

บี : กดดันมากครับ เพราะว่าเป็นผลงานชิ้นแรกของผมในวงการบันเทิงครับ แล้วก็ได้เล่นเป็นลูกพี่กบ แล้วยิ่งพี่กบเป็นคนขรึม เวลาเขาทำอะไร เขาจะชอบอยู่คนเดียวกับตัวเอง ผมก็เลยกลัว เวลาเข้าบทกับเขานี่กลัวมาก แต่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มโอเคแล้ว

ซี : ผมก็กดดันมากๆ เพราะว่าเป็นเรื่องแรกเหมือนกันครับผม แล้วก็ตอนที่เจอพี่มอสครั้งแรก พี่มอสก็เดินเข้ามาเลย เราก็ตกใจแล้ว ตอนแรกเรากดดันอยู่ แล้วพี่มอสก็ดึงไปกอด เราก็ผ่อนคลายขึ้น รู้สึกเป็นกันเอง จากที่เครียดๆ ก็ค่อยๆ หายไป

Q : ย้อนกลับไปคำถามแรกที่บอกว่ากดดัน ที่เคยคุยกับพี่น้องหรือญาติว่า 3 หนุ่ม 3 มุม ในอดีตเป็นอย่างไร ตอนนั้นรู้ไหมว่าเรื่องนี้เป็นซิตคอมที่ดังมากในยุค 90

ปีโป้ : เป็นซีรีส์ที่ดังมาก เพราะว่าใครๆ ก็พูดถึงเนาะ แต่คือเราอาจจะเกิดไม่ทัน แบบไม่ทันแล้วนิดหนึ่ง อีกนิดเดียว อาจจะเหลื่อมๆ กับของเรา ของซีก็ไม่น่าจะทันหมดเลย ไกลเลย

ซี : ใช่ ผมก็ไม่รู้ว่ามันดังมากขนาดไหนครับ แต่พอได้มาคุยกับใครหลายๆ คน เขาบอกเฮ้ยมีคอนเสิร์ตด้วยนะเว้ย มันไม่ใช่เล่นๆ นะมีคอนเสิร์ตในยุคนั้น


ปีโป้ : แล้วความกดดันเราก็เพิ่มขึ้นนะ เพราะว่าเรารู้สึกว่าแต่ก่อนซิตคอมนี้เรื่องนี้ดีมากๆ คนรักคนปลื้มมากๆ พอเราต้องแสดง เรากลัวว่าเราจะทำภาพลักษณ์เก่าๆ เสีย เรายิ่งกดดันตัวเองว่าเราต้องทำออกมาให้ดีนะ ห้ามทำให้ภาพลักษณ์มันดูแย่นะ

ซี : ใช่ครับ

Q : ตัวจริงกับคาแรกเตอร์ในเรื่องเป็นอย่างไร

ปีโป้ : ไม่ได้แตกต่างกันมากเลย เหมือนกับเบลนด์ๆ กัน เหมือนกับมีเส้นบางๆ กั้นอยู่นิดเดียวเอง

Q : สามคนนี้จะมีปีโป้ที่อยู่วงการมาก่อนใช่ไหม เข้ามาตั้งแต่ฮอร์โมน อีก 2 คน เข้ามาจากโครงการอะไร

บี : The Next One ครับ

Q : เล่าให้ฟังหน่อย ตอนนั้นไปประกวด The Next One ได้อย่างไร

ซี : ไปประกวดได้อย่างไรใช่ไหมครับ ตอนนั้นมันเป็นเรื่องบังเอิญครับ คือตอนไปเดินเล่นในห้างพอดีแล้วพี่ๆ เขาเรียกเข้าไป เขาแบบยื่นบัตรให้ ลองมาแคสต์ดู แต่ถามแม่ก่อนนะ แม่บอกไปเลยลูก แม่อยากให้เราไป เลยเข้าไปที่ Central World ครับ


บี : ของผมมีรุ่นพี่ครับ เป็นเจ้าของคลินิกศัลยกรรมที่เชียงใหม่ เขาบอกว่าเฮ้ยบีลองไปดูไหม ได้พี่เดี๋ยวลองไปดู เลยลองไปที่ Central Festival ที่เชียงใหม่

Q : ตอนที่รู้ว่ามาถึง 8 คนสุดท้ายความรู้สึกจากวันแรกมาจนถึงวันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

บี : ภูมิใจในตัวเองนะครับ เหนื่อยมาก โดนกดดันมาก แล้วผมอยู่เชียงใหม่นะครับ ต้องไปมากรุงเทพฯ ตลอด ผมคิดว่ามันคุ้มนะสำหรับผม มันคุ้มกับความเหนื่อย ต้องแลกกับการไปๆ มาๆ

Q : กับพี่กบ พี่แท่ง พี่มอส เราสร้างความคุ้นเคยกันนานไหม

ปีโป้ : ไม่นะ เพราะว่าเขา อย่างที่บอกว่าเขาแบบไม่ค่อยมีกำแพงกับพวกเราเลยอะไร เพราะว่าด้วยความเป็นพ่อด้วย เขาเอ็นดูเรามากๆเลยค่อนข้างไม่ค่อยใช้เวลานานมาก

บี : ใช่ เพราะว่าอยู่กอง เราพยายามเข้าหาพวกเขา ถามพวกเขาเรื่องนั้นเรื่องนี้ เพื่อความสนุกเวลาเข้าฉากครับ


Q : เคยถามพี่กบ พี่แท่ง พี่มอส ไหมว่า บรรยากาศการถ่ายทำ 3 หนุ่ม 3 มุม ยุคนั้นกับปีนี้ต่างกันอย่างไร 

ปีโป้ : พี่แท่งเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนนะยังไม่มีมือถือ จะต้องมาที่กองตามเวลา แต่ก่อนทุกคนจะมารวมตัวกันตอนตีห้าครึ่งหกโมง แล้วจะถ่ายอยู่ตรงนั้นยาวๆ นอนตรงนั้น อยู่ด้วยกันตรงนั้น

บี : พี่กบบอกว่ายุคนี้สบาย อยู่ที่เดียว ห้องเย็นติดแอร์ เมื่อก่อนคือต้องถ่ายแบบไปนู่นไปนี่บ้างอะไรอย่างนี้ ไม่มีอะไรติดต่อ ถนนหนทางก็ไปลำบาก

ซี : ตอนนั้นพี่มอสเล่าให้ฟัง ตอนที่พี่มอสติดเรียน พี่มอสเขาจะถ่าย แล้วทุกคนต้องรอพี่มอสคนเดียว ทุกคนต้องรอพี่มอสเรียนเสร็จ

Q : ความสัมพันธ์ของลูกกับพ่อในซิตคอม 

ปีโป้ : คืออย่างโป้กับพี่แท่งนะ เหมือนมีแบบมีไลฟ์สไตล์ค่อนข้างตรงกันเยอะมากๆ อย่างโป้ไปกินข้าว โป้ก็นั่งกินข้าวปกติของโป้ แต่พอกำลังจะกลับแล้ว เพิ่งมาเจอ อ้าว พ่ออยู่ร้านเดียวกัน คือไลฟ์สไตล์จะค่อนข้างใกล้เคียงกัน อย่างเตะบอล กินข้าวที่ไหนอะไรอย่างนี้ ไลฟ์สไตล์ค่อนข้างตรงกันเยอะครับ 

บี : ของผมอาจจะมีระยะกันนิดหน่อยสำหรับพี่กบ เพราะว่าพี่กบเขาดูเป็นผู้ใหญ่มาก เลยจะต้องสร้างความคุ้นเคยกัน เวลาผมไหว้เขาผมจะเข้าขอไปกอด มากอดเลย ไม่เป็นไร ค่อยๆ สร้าง


ปีโป้ : อย่างที่บอกว่าพี่กบเป็นคนที่ชอบนั่งคนเดียวอยู่ในกอง บีก็เป็นครับ ค่อนข้างมีระยะห่าง

ซี : กับพี่มอสเหมือนกันไหม เหมือนนะ คือแบบพี่มอสเขาจะมีความเป็นพ่อไปแล้วใช่ไหมครับ แล้วจะมีความตลกเฮฮา ผมไม่รู้เหมือนกันว่าต้องให้คนอื่นบอกว่าเหมือนหรือเปล่า คือเขาจะมีความเป็นเหมือน เป็นทั้งพี่ เป็นทั้งพ่อ เป็นทั้งครู คอยพูดให้เฮฮาตลอดเวลาคอย สร้างสีสันตลอดเวลา

Q : ได้ถามพ่อแม่ที่บ้านไหมว่าหลังจากที่เขาดูผลงานของเราไปแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง

ปีโป้ : จริงๆ ป่าป๊าชอบนะ หม่าม้าชอบมากครับ หม่าม้าดีใจที่ได้เข้าไปจอยใน Project ใหญ่ครับ 

บี : พ่อแม่ดีใจครับ เพราะว่าไปไหนก็มีคนทักพ่อทักแม่ว่าเห็นลูกไปเล่น 3 หนุ่ม 3 มุม x 2

ซี : แม่ไม่ได้บอกเลยว่าชอบ แต่ว่าทุกคืนเวลาผมเดินไปอาบน้ำ ห้องแม่กับห้องผมติดกันครับ ติดห้องน้ำ ก็จะมีเสียง 3 หนุ่ม 3 มุมตลอด คืนนี้เปิดอีกแล้วเหรอ ถ้าเป็นพ่อจะไม่ได้เปิดขนาดนั้น แต่แชร์บ้าง แต่ส่วนย่าบอกทั้งอำเภอที่ฉะเชิงเทรา เขาคงรู้จักผม คือย่าโปรโมตเก่งมาก

Q : ตอนนี้เรียนอะไรกันอยู่

ปีโป้ : ของโป้เรียน Communication Arts ครับ อยู่ที่ ม.กรุงเทพ อินเตอร์เนชั่นแนล คอลเลจ ครับ 

บี : ผมเรียนครูพละ ราชภัฏเชียงใหม่ครับ 

ซี : ผมเรียน Broadcasting ม.กรุงเทพครับ เพิ่งเข้าปี 1 เลยครับ สดๆ ร้อนๆ




Q : มองอนาคตในวงการบันเทิงไว้อย่างไรบ้าง

ปีโป้ : โป้มองว่าทำให้มันดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต้องพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่าตอนนี้มันมีคนเข้ามาใหม่ๆ เยอะมาก แล้วคนเก่าๆ ต้องพัฒนาให้ตัวเองแข็งแรง แล้วเตรียมพร้อมกับการพัฒนามากขึ้น เช่นว่าตอนนี้อยากเรียนร้องเพลง อยากลองเล่นหนังสัก 1 เรื่อง หรือว่าอยากเล่นละครเวทีสักรอบหนึ่งครับ 

บี : ผมคิดว่าอยากทำงานชิ้นนี้ให้ดีก่อน แล้วให้มันดีเท่าที่ผมจะทำได้ เพราะผมไม่รู้ว่าข้างหน้ามันจะมีโอกาสแบบนี้ให้ผมไหม คงต้องทำตรงนี้ให้ดีก่อน 

ซี : ผมอยากพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ครับ อยากเก่งหลายๆ ด้าน อยากพร้อมที่จะเผชิญกับหลายๆ อย่าง แล้วให้ตัวเองรู้สึกว่าตรงนี้เราเริ่มแข็งแรงแล้ว เราเริ่มเก่งขึ้นเรื่อยๆ แล้วอยากจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ

Q : ประเมินผลงานชิ้นแรกของตัวเองอย่างไรบ้างเต็ม 10 ให้กี่คะแนนดี

ซี : ผมให้ตัวเองประมาณ 7 ครับแต่บางจุดที่เรายังไม่พอใจก็อยู่ในระดับ 3 คะแนน

บี : ผมให้ 3 เพราะว่าผมคิดว่าผมอยากพัฒนาตัวเองให้มันเก่งกว่านี้ ให้มันทำได้ดีกว่านี้ อันนี้ยังมือใหม่ ครั้งแรกผมพยายาม เหมือนแบบไม่ต้องให้ผู้กำกับบอก ไม่ต้องให้ผู้กำกับไกด์ ผมอยากเป็นแบบนั้น


ปีโป้ : ประมาณ 6.5 ครับ เพราะรู้สึกว่ามันมีทั้งวันที่เราเอนเนอร์จีมาเต็ม แล้วก็วันที่เราเอนเนอร์จีมาไม่เต็ม รู้สึกว่าบางซีนที่มันถ่ายไปแล้วรู้สึกว่าเราเสียดาย เราคิดว่าเราจะทำให้ดีที่สุด แต่เอนเนอร์จีเราไม่ไหวแล้วจริงๆ เราถ่ายกันแบบยันเที่ยงคืน แล้วโป้ลากยาวหมดเลย คือเอนเนอร์จีจะดรอปหน่อยครับ ถามว่าชอบไหม ชื่นชอบนะ ซีนที่เอนเนอร์จีเยอะ เอนเนอร์จีแบบแรกๆ มาเต็ม รู้สึกว่าเราทำเต็มที่แล้ว แล้วดีด้วย แต่พอเอนเนอร์จีมันดรอปไปก็รู้สึกว่าแบบมันไม่ดีเท่าแรกๆ ที่เอนเนอร์จีเหลือ

Q : ปีโป้อยู่วงการมาก่อนน่าจะรับมือกับแฟนคลับได้ดี สองคนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ เรื่องแฟนคลับเริ่มมีมาบ้างหรือยัง

บี : มีครับ แต่จะมีผู้จัดการคอยกั้นให้อะไร อันไหนที่มันควรไม่ควร เขาก็บอก

ซี : มีรู้จักบ้างนะครับ เวลาไปซื้อน้ำเต้าหู้ให้แม่ที่ตลาด เขาก็จะทักใช่หรือเปล่าครับ ใช่ไหมครับ ใช่ก็ได้ครับ เป็นแม่ค้าด้วย เก่งมากเลยนะเรา

Q : ปรับตัวทันไหม

บี : สำหรับผมไม่ค่อยนานนะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ผมก็มีฐานแฟนคลับนิดหน่อยแล้วครับ มีผู้จัดการข้างนอกมีงานอีเว้นต์ข้างนอก  
ซี : ไม่นานเท่าไหร่เพราะว่ามีพี่โป้พี่บีคอยแนะนำ พี่บีคอยแนะนำเลยว่าเวลาถ่ายรูปแฟนคลับต้องแบบโค้งอะไรอย่างนี้ครับ

Q : ไลฟ์สไตล์วันหยุดเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าไม่มีเรียนไม่มีงานถ่ายทำ

ปีโป้ : ชอบหากิจกรรมทำครับ อย่างเช่นปีนผา ตีแบตล่าสุดไปเรียนดำน้ำแบบ freediving แบบไม่มีแทงก์ ผมเป็นคนที่ชอบแข่งขันกับตัวเองครับ


บี : ผมเล่นฟิตเนส แล้วก็ไปเล่นฟุตบอล ฟุตซอลครับ 

ซี : ผมชอบไปว่ายน้ำ ไปว่ายน้ำเสร็จแล้วก็มาเล่นเกม เล่นเกมเสร็จไปหาอะไรกิน แล้วกลับมาดูซีรีส์ต่อ ผมชอบดูซีรีส์เกาหลี ฝรั่งไม่ค่อยดู ฝรั่งนี่คือดูแบบนานๆ ที

Q : นอกจากงานแสดงแล้วอยากทำอะไรอีกไหมในวงการบันเทิง 

ปีโป้ : อย่างที่บอกแหละครับ พวกเราอยากเป็นนักร้อง อยากทำเพลงกันเอง ส่วนตัวอยากเล่นหนัง อยากเล่นละครเวทีสักเรื่อง


บี : ผมอยากร้องเพลง ผมอยากเล่นดนตรีสักอย่างหนึ่ง แล้วก็คิดว่าอยากเล่นภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่ง เพราะว่า เมื่อก่อนเคยดูสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก เออลองคิดถ้าเราไปแสดงเราจะทำได้มั้ย

ซี : ผมอยากเป็นนักร้องครับ คืออย่างเวลาแบบเขา Performance บนเวที เวลาผมเห็น โอ้โฮดึงคนได้ขนาดนี้เลย เขาดึงเราเข้าไปอยู่ในโลกที่เขาร้องเพลง

Q : สุดท้ายฝากผลงานซิตคอมเรื่องแรกหน่อย

ปีโป้ : บอกเลยว่าซิตคอมเรื่อง 3 หนุ่ม 3 มุม x 2 นะครับ ก็จะมีความอบอุ่น ความแฮปปี้เฮฮาปาจิงโกะ หรือว่าจะมีความอึมครึมบ้างอะไรนิดๆ หน่อยๆ จะเป็นแบบfeel good ของความเป็นครอบครัว หรือว่าการมีครอบครัวมันดีอย่างไร แล้วก็การแก้ปัญหาของครอบครัว เขาช่วยกันคอยซัพพอร์ตกัน คอยดูแลเทคแคร์อะไรอย่างนี้

บี : คือแบบพอเวลามีปัญหาอะไรกันอย่างนี้ครับ ครอบครัวมันตีกันแรงๆ ผมว่าสุดท้ายแล้วครอบครัวก็คือครอบครัวครับ


ซี : อยากฝากให้ทุกคนช่วยติดตามดู 3 หนุ่ม 3 มุม x 2 ครับ เพราะว่าเราจะมีปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว ผมคิดว่าครอบครัวต้องเจอครับ แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมอยากให้ทุกคนติดตามชม 3 หนุ่ม 3 มุม x 2 ครับ ทุกวันเสาร์ 20.15 น. ผ่านทางช่อง One 31 และดูย้อนหลังที่ Application iQIYI หรือ iq.com ครับผม ฝากด้วยนะครับ




กำลังโหลดความคิดเห็น...