xs
xsm
sm
md
lg

ทุกอย่างอีซี่ด้วย NEW MG ZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: Marsmag


OMG! ถึงกับต้องร้องอุทาน สิ้นสุดการรอคอยของรถยนต์ไฟฟ้ากันสักที รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใครหลายๆคนอยากมีจับจองเป็นของตัวเองสักคัน เพราะเทียบความคุ้มค่า สมรรถนะในการขับขี่ รวมไปถึงเรื่องการประหยัดพลังงานแล้วแทบทุกองค์ประกอบล้วนชี้ชวนให้เป็นเจ้าของกันง่ายๆ MARS Homme พาไปทำความรู้จักและเจาะลึกรายละเอียดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ว่ากันว่าใช้ไฟฟ้า 100% แถมเป็นรถยนต์เอสยูวีตัวแรกที่เป็นไฟฟ้าและกำลังมาแรงสุดๆจากค่าย MG ในรุ่น NEW MG ZS EV ที่เขาการันตีไว้ว่ารถยนต์รุ่นนี้จะทำให้ประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สัมผัส

ถ้าพูดถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแล้วอันดับแรกต้องนึกถึงเรื่องการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยไว้ในใจว่ารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้านั้นจะเร็วและแรงเทียบเท่ากับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วๆ ไปได้หรือไม่ รวมไปถึงเรื่องการชาร์จไฟกรณีที่แบตเตอรี่หมดจะต้องทำอย่างไร เรามีคำตอบให้ในย่อหน้าถัดไป


Easy Drive :
ความโดดเด่นของรถยนต์รุ่น NEW MG ZS EV ว่ากันว่าแม้จะเป็นรุ่นที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมด หายห่วงเรื่องอัตราความรวดเร็วมาพร้อมการขับขี่ที่เงียบ ไร้เสียงรบกวน เพราะมีระบบควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีพละกำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรสามารถเร่งจาก 0-50 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ด้วยระยะเวลาแค่ 3.1 วินาที และให้ระยะทางขับเคลื่อนสูงสุด 337 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC หรือมาตรฐานการทดสอบความประหยัดน้ำมันและมลพิษของยุโรป และยังมีมอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ได้รับการพัฒนาให้ส่งกำลังได้ดีเยี่ยม และช่วยระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น พร้อมแบตเตอรี่ แบบลิเธี่ยม ไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ผ่านการรับรองและทดสอบตามมาตรฐานสากล โดยสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 เซนติเมตร ในขณะที่แบตเตอรี่ยังคงสามารถทำงานได้ตามปกติอีกทั้งยังมีระบบการปกป้องแบตเตอรี่แบบ 360 องศา

ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็เป็นหัวใจหลักที่ทาง MG ไม่เคยมองข้าม สำหรับรุ่นนี้เขามีระบบ Advanced Synchronized Protection System ทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย (FSF) ระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System ทั้งหมด 9 ระบบ และระบบเสริมความปลอดภัยในขณะขับขี่ Advanced Driver-Assistance Systems เป็นต้นว่า ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light) ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold) ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) พร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 จุด รวมถึงกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ น่าจะช่วยให้หมดกังวลไปได้สำหรับเรื่องนี้

Easy Charging :
ความกังวลอันดับแรกๆก่อนจะซื้อรถไฟฟ้า เชื่อแน่ว่าต้องเป็นเรื่องของที่ชาร์จ ความกังวลใจในเรื่องนั้นจะคลี่คลายลงไปเมื่อเราได้ข้อมูลมาว่า ทางเอ็มจี ได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เพื่อติดตั้งสถานีชาร์จ EA anywhere ให้กับโชว์รูมของเอ็มจี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ถึง 107 แห่งทั่วประเทศ และกำลังจะขยายเป็น 130 แห่งภายในปีนี้ อีกทั้งยังได้ลงนามความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการติดตั้งที่ชาร์จ เพื่อเป็นการลดข้อจำกัดและคลายความกังวลของผู้บริโภคในการที่จะตัดสินใจใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

ชาร์จไฟขณะขับขี่
NEW MG ZS EV ยังมาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถ ชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) ที่สามารถเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ถึง 3 ระดับ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ 3 รูปแบบ โหมดการขับขี่แบบ Eco เพื่อการประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น แบบ Normalสำหรับการขับขี่ทั่วไป และ แบบ Sport เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจส่วนการชาร์จไฟของรถยนต์รุ่น NEW MG ZS EV มี 2 รูปแบบด้วยกัน คือการชาร์จไฟแบบธรรมดา (Normal Charge) ผ่าน MG Home Charger ใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-100% ในระยะเวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และการชาร์จไฟแบบเร็ว (Quick Charge) ผ่านสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะ (Public Charging Station) โดยใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-80% ในระยะเวลาเพียง 30 นาที

Easy Connect : i-SMART
i-SMART ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี ใน 3 แกนหลัก ด้วยการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย หรือ SMART Command เชื่อมต่อผ่านหน้าจอภายในรถ หรือ SMART Connect และด้านการตรวจเช็ครถจากมือถือ หรือ SMART Check ซึ่งผู้ขับขี่ NEW MG ZS EV จะสามารถเช็คระดับพลังงานคงเหลือของแบตเตอรี่ การเช็คสถานะและระยะเวลาของการชาร์จแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์ รวมไปถึงการค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าใกล้เคียง หรือสถานีชาร์จที่โชว์รูมทั่วประเทศ ครอบคลุมไปถึงการสั่งการ MG Home Charger สำหรับการชาร์จไฟที่บ้านได้อีกด้วย


Design :
รถยนต์รุ่น NEW MG ZS EV มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ SUV ตามแบบฉบับของเอ็มจีที่ผสมผสานระหว่าง ความสวยงาม ความเป็นสากล และความทันสมัยในสไตล์รถยุโรปเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เริ่มตั้งแต่ “สีฟ้า Copenhagen Blue” สีตัวถังแบบพิเศษ กระจังหน้าทันสมัยพร้อมการติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า ลงตัวด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว

ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งโทนสีดำ พร้อมการตกแต่งคอนโซลหน้า วัสดุนุ่มแบบ Soft touch ให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับมากขึ้น พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้เพียงปลายนิ้วอยากให้อ่านตรงนี้ทวนสัก 3 รอบในเรื่องของระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ถือว่าดีงามสุดๆ และนอกจากภายในห้องโดยสารกว้างสบายแล้ว ไฮไลท์ที่ไม่อยากให้ละสายตาคือ หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ลองจินตนาการยามค่ำคืนว่าจะสวยงามขนาดไหน



Easy Maintenance
อีกหนึ่งไฮไลท์หลักในข้อกังขาและความกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมแต่ละครั้ง ทาง MG บอกมาว่าด้วยความที่รถยนต์รุ่น NEW MG ZS EV เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ระบบขับเคลื่อนที่มาจากแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก จึงทำให้ชิ้นส่วนอะไหล่น้อยลง การดูแลรักษาเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นอีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง

Easy Own
อ่านจบบทความนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนเตรียมจองรุ่นนี้แน่ๆ หรือใครที่เล็งๆไว้ก็อย่าช้า เพราะของอย่างนี้ใครขับก่อนเท่ก่อน และยังประหยัดก่อนอีกด้วย ด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ เพียง 1,190,000 บาท

สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรก จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น
- ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
- ฟรี! ชุดอุปกรณ์ชาร์จไฟในบ้าน หรือ MG Home Charger มูลค่า 45,000 บาท
- ฟรี! ค่าติดตั้ง MG Home Charger มูลค่า 20,000 บาท
- ประกันแบตเตอรี่แบบไม่จำกัดระยะทาง ตลอดระยะเวลา 8 ปี
- ประกันคุณภาพรถยนต์ 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร



กำลังโหลดความคิดเห็น...