xs
xsm
sm
md
lg

บาส Go Went Go การเดินทางไม่ใช่จุดหมาย แต่สิ่งสำคัญคือความสุขที่เกิดระหว่างทาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: Marsmag



“ผมชอบที่จะตื่นขึ้นมากับการมีเป้าหมายทำสิ่งนั้นสิ่งนี้เมื่อทำไปถึงจุดหนึ่งไม่มีพลังเหลืออยู่กับสิ่งนั้นแล้วก็ตั้งเป้าหมายใหม่ถามว่ามันจะจบไหมไม่มีวันจบหรอกก็คงเป็นแบบนี้ไปจนตายแต่การเดินทางมันไม่ได้สำคัญที่จุดหมายความสุขมันเกิดขึ้นระหว่างทาง”

ไปรู้จักโลกใบใหม่ในชีวิตของ ‘บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์’ ชายหนุ่มที่คนอาจคุ้นหน้าในบทบาทมือกีตาร์วง Better Weather นักแสดงซิทคอมเรื่องดัง และอีกบทบาทหนึ่งกับการเป็นผู้ก่อตั้งเพจ Go Went Go : เที่ยว เว้น เที่ยว ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 5 แสนคน กับเส้นทางชีวิตที่เขาค้นพบทั้งความฝัน ความสนุก และความหมายของชีวิตในวันนี้

ยุคนี้การใช้ชีวิตเดินทางท่องเที่ยวเป็นยูทูบเบอร์ คงเป็นอาชีพในฝันของใครหลายๆ คน สำหรับบางคนอาจเริ่มต้นเส้นทางนั้นด้วยความบังเอิญ จากคอนเทนท์ที่ทำขำๆ แต่ดันฮิต จนต่อยอดขยายไปสู่การเป็นคนทำคอนเทนท์ที่มีผู้ติดตามมากมาย นำไปสู่การมีอาชีพเป็นยูทูบเบอร์แบบไม่ตั้งใจ

แต่สำหรับ ‘บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์’ ชายหนุ่มที่บางคนอาจคุ้นหน้าเขากับบทบาทมือกีตาร์วง Better Weather และนักแสดงซิทคอมเรื่องดัง ทุกสิ่งที่เขาทำกับเพจ Go Went Go : เที่ยว เว้น เที่ยว ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 5 แสนคน นั้นถูกออกแบบมาด้วยความตั้งใจ บนช่วงเวลาที่เขาตั้งคำถามถึงความหมายของการมีชีวิต ซึ่งปัจจุบันสิ่งที่เขาทำได้เปิดให้เขาเจอกับโลกใบใหม่ ซึ่งบรรจุความฝันในวัยเด็กเอาไว้เต็มเปี่ยม

ลองไปรู้จักเรื่องราวที่มาที่ไปของชีวิตที่เขาค้นพบทั้งความรัก ความสนุก และความหมายในชีวิตของผู้ชายคนนี้

“เมื่อเราประสบความสำเร็จมันจะมีความท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือสิ่งที่จะมาพร้อมเงินการได้เงินมาจากสิ่งที่เราทำมันเป็นไปได้ที่จะทำให้ความสุขของเราเริ่มลดลง”

ทำไมจากชีวิตนักดนตรี นักแสดง ถึงกลายมาเป็นยูทูบเบอร์ได้
ตอนเด็กๆผมมีความฝันว่าอยากเที่ยวรอบโลกแต่พอโตขึ้นเราก็ทำงานเก็บเงินๆหาเงินได้เยอะขึ้นแต่สิ่งที่มันต่างออกไปก็คือว่าเราเริ่มเก็ทแล้วว่าเวลาหาเงินได้เยอะขึ้นสิ่งที่หายไปคือเวลามัวคิดว่าวันหนึ่งเราคงจะได้ไปเที่ยวจนเมื่อ 3 ปีที่แล้วผมอายุครบ 30 พอถึงวัยนั้นผมเชื่อว่าหลายๆคนคงเป็นเฮ้ยกูอายุ 30 แล้วเหรอวะเป็นวันเกิดที่งงที่สุดในชีวิตสมัยก่อนเราต้องไปฉลองกับเพื่อนไปฉลองกับครอบครัวแต่วันนั้นเป็นวันเกิดที่เราตั้งคำถามในหัวตัวเองเยอะมากที่สุดในชีวิตถามตัวเองว่า 30 ปีที่ผ่านมาเราได้ทำสิ่งที่เราอยากทำหรือยังคำตอบก็ชัดว่ายังและไม่รู้ว่าจะได้ทำเมื่อไหร่

โจทย์ตอนนั้นที่ต้องหาคำตอบให้ตัวเองคืออะไร
ผมว่าบล็อกเกอร์หรือยูทูบเบอร์บางคนอาจจะเริ่มต้นด้วยความบังเอิญทำแล้วเวิร์กมีคนชอบเลยต่อยอดมาเป็นงานนี้แต่สำหรับผมไม่ใช่ผมตั้งใจว่าสิ่งนี้ต้องเป็นงานตั้งแต่วันแรกที่ผมทำผมคิดตั้งแต่วันแรกเลยว่าต้องทำให้สำเร็จ ปักธงเลยว่าต้องทำให้ได้พอคิดแบบนั้นผมเลยมาเริ่มศึกษาว่าแล้วเราต้องทำอย่างไร โอเคต้องถ่ายรูปสวยต้องทำวิดีโอเป็นต้องทำคอนเทนต์หัดทำ Vlog ทำเพจทำยูทูบขึ้นมาแล้วเราก็ปรับให้สิ่งที่ทำยังมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่เพราะผมคิดว่าต่อให้เราทำมันเป็นงานแต่เราต้องรู้สึกว่าเราทำแล้วเรายังเป็นตัวเองทำให้เรายังมีความสุขกับสิ่งที่เราทำเพราะว่าเมื่อเราประสบความสำเร็จมันจะมีความท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือสิ่งที่จะมาพร้อมเงินการได้เงินมาจากสิ่งที่เราทำมันเป็นไปได้ที่จะทำให้ความสุขของเราเริ่มลดลงถ้าตั้งโจทย์คือเงินจะมีบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่อยากทำผมชัดเจนว่าสิ่งที่ทำต้องมีความเป็นตัวเองอยู่ซึ่งผมก็ต้องตัดหลายๆงานออกไป

บาลานซ์อย่างไรงานเงินกับความเป็นตัวเอง
เวลาผมทำงานผมจะตั้งเป้าไว้ว่าต้องมี 3 win หนึ่งตัวเราต้อง win ก่อนเราต้องรู้สึกก่อนว่าเราแฮปปี้ที่จะทำสิ่งนั้นจริงๆอย่างที่สองถ้าเรามีคนที่ติดตามมาแล้วคนดูต้อง win เขายังต้องได้ดูสิ่งที่เขาชอบมีประโยชน์ต่อเขาและอย่างสุดท้ายคนที่จ่ายเงินสนับสนุนเราก็ต้อง win ด้วย ถ้าเขาอยากขายของเขาต้องขายได้อยู่ไม่ได้คิดว่าฉันเอาตัวเองเป็นหลักถ้าลูกค้าเจ้าไหนจ่ายเงินเขามาแล้วเราพรีเซนต์โปรดักต์เขาไม่ได้ผมก็จะไม่รับนี่เป็นเรื่องยากและอุปสรรคในการทำงานของยูทูบเบอร์มากที่สุดวันที่เราประสบความสำเร็จปุ๊บทำไมงานที่เราทำออกไปไม่เหมือนเดิมผมเองยังเป็นเลยเวลามาดูสิ่งที่เราทำตอนแรกๆซึ่งก็ต้องตบกลับมาแล้วการที่จะทำให้สมดุลได้มันคือการวางแผนระยะยาวและถ้าเราทำให้มัน 3 win เราจะอยู่ได้ด้วยความบาลานซ์อาจจะไม่ได้รวยสุดหรืออยู่ด้วยอุดมการณ์อินดี้สุดๆไม่สนโลกแต่เราจะอยู่ได้อย่างสมดุล

การเป็นยูทูบเบอร์ทำง่ายหาเงินง่ายอย่างที่เขาพูดกันจริงไหม
ผมว่ามันเป็นช่วงแรกมากกว่าเพราะสิ่งนี้มันใหม่มากในไทยแต่พอถึงจุดหนึ่งก็จะมีคนทำเยอะขึ้นเรื่อยๆพอมันเยอะขึ้นก็จะไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้วเกิดการแข่งขันสุดท้ายแล้วก็เหมือนทุกวงการคนที่จะอยู่ได้ก็คือมืออาชีพ

“ยุคนี้บางคนอาจจะทำคอนเทนท์ขึ้นมาแล้วดังในชั่วข้ามคืนเลยก็ได้แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องทำสิ่งนั้นซ้ำให้ได้เพราะเมื่อคุณทำซ้ำได้นั่นแสดงว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว”

ความหมายของมืออาชีพคืออะไร
สำหรับผมคำว่ามืออาชีพก็เหมือนทุกงานมีความรับผิดชอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นจริงๆคุณต้องรู้จริงในเรื่องนั้นๆมีความสม่ำเสมอมีจริยธรรมจรรณยาบรรณที่จะทำให้คุณอยู่ได้เหมือนคนเป็นหมอเขาก็ต้องมีคนที่มาทำยูทูบเบอร์ก็ต้องมีเหมือนกันไม่ใช่ทำเล่นๆ

ผมว่าทุกวันนี้โลกกำลังถูกแบ่งกลุ่มสมัยก่อนคนที่ดังก็จะอยู่ในสื่อหลักและมีคนรู้จักทั้งบ้านทั้งเมืองแต่เดี๋ยวนี้เราเจอคนที่มีคนติดตามเป็นล้านเลยนะแต่บางคนบอกว่าใครไม่รู้จักเป็นอย่างนั้นเพราะอะไรเพราะว่าบางคนไม่ได้อยู่ในกลุ่มทาร์เก็ตของเขาไงในยุคนี้เราแค่ต้องสื่อสารกับทาร์เก็ตของเราให้ได้สมมุติคุณทำเพจบิ๊กไบค์ถ้าประเทศไทยมีคนขับบิ๊กไบค์ 1 แสนคนและคุณมีคนติดตามเพจ 1 แสนคนก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วผมว่าตัวเลขไม่ใช่สิ่งที่เอามาวัดว่าใครประสบความสำเร็จมากกว่ากันยุคนี้บางคนอาจจะทำคอนเทนท์ขึ้นมาแล้วดังในชั่วข้ามคืนเลยก็ได้แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องทำสิ่งนั้นซ้ำให้ได้เพราะเมื่อคุณทำซ้ำได้นั่นแสดงว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว

เวลาทำคอนเทนท์คุณเริ่มจากอะไร
คือบางคนพยายามทำอะไรให้มันสุดบ้าไปเลยเพื่อให้คนมองว่าแปลกดีว่ะผมว่ามันก็ไม่ผิดนะแต่ผมไม่รู้ว่ามันจะไปตันตรงไหนสุดกว่านี้ต้องไปดวงจันทร์แล้วแหละ (หัวเราะ) แต่ตัวผมพยายามทำอะไรให้มันเรียบง่ายและทำสิ่งที่คิดว่าคนส่วนใหญ่น่าจะทำตามผมได้ด้วยบางครั้งผมไปเที่ยวก็เที่ยวแบบทัวริสต์เลยคอนเทนท์หลังๆบางคนอาจมองว่าอี๋เป็นทัวริสต์ไปเที่ยวแลนด์มาร์กแต่แล้วไง ในใจผมคิดว่าทำไมผมไปเที่ยวแบบนั้นไม่ได้ในเมื่อผมยังไม่เคยไปทำไมเราต้องไปตัดสินว่าเราไม่ไปที่นี่เพราะว่าใครๆก็ไปเพราะสุดท้ายบางทีก็มีบางคนที่อยากดูคอนเทนท์เกี่ยวกับแลนด์มาร์กเหล่านี้อยู่ก็ไม่เห็นผิดอะไร

การฟังคนอื่นมากๆบางครั้งทำให้เป้าหมายของเราผิดไป
เมื่อตอนเด็กๆผมก็เป็นนะเวลาชอบวงอินดี้สักวงหนึ่งแล้วพอเขาดังก็เริ่มแอนตี้เฮ้ยแม่งแมสแต่ว่าแมสแล้วไงวะผมว่าแมสเราก็ควรดีใจกับเขาสิผมว่ามันไม่มีอะไรผิดอะไรถูก

การไปเที่ยวเยอะๆให้สิ่งใดกับคุณกลับมาบ้าง
การไปเที่ยวมันทำให้เรารู้จักตัวเองแน่นอนเพราะว่ามันจะบังคับให้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ชีวิตปกติไม่ได้เจอคุณไม่รู้หรอกว่าบางครั้งคุณไปแล้วจะคุณตกเครื่องคุณไปแล้วโดนตำรวจจับคุณไปแล้วโดนขโมยของมันมีประสบการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดฝันไม่เหมือนทุกวันที่คุณตื่นเช้าไปทำงานแล้วกลับบ้านไปเรียนแล้วกลับบ้านวนอยู่แบบเดิมสถานการณ์แปลกทำให้เราได้รู้จักอารมณ์ของตัวเอง ว่าเราเครียดเราตื่นเต้นเรากลัว เราใจเย็นเป็นการสำรวจตัวเองที่ดีมากยิ่งคุณออกเดินทางไกลคุณยิ่งรู้จักตัวเองมากขึ้น

แต่จริงๆ การเดินทางมันเป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาให้เราเจออะไรเร็วขึ้นเท่านั้นนะจริงๆการที่เราใช้ชีวิตอยู่เฉยๆเราก็ได้เจอการเรียนรู้อะไรเหมือนกัน อยู่ที่เราจะปล่อยให้มันสอนเราหรือเปล่าเช่นเวลาเราเจอเรื่องผิดหวังในชีวิตถ้าเรามองว่ามันเป็นครูเราก็ได้เรียนรู้แต่ถ้าเรามองว่าเป็นความผิดคนอื่นเราก็จะรู้สึกแย่และมันจะกลายเป็นแค่ความทรงจำที่ไม่ดี

ได้สังเกตตัวเองไหมว่ามองโลกเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
เวลาไปเที่ยวจะมีคนสองแบบคนที่ไปเที่ยวอย่างเดียวไม่สนโลกถ่ายรูปอย่างเดียวแต่เวลาผมไปผมชอบตั้งคำถามทำไมต้องเป็นสิ่งนี้เขาทำไอ้นี่ไปทำไมแล้วเวลาเราหาคำตอบเราจะได้อะไรใหม่ๆในเวลาที่เราไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ๆทำอะไรใหม่ๆมันกระตุ้นให้สมองเราทำงานมันเริ่มมีไอเดียต่างๆว่าแบบนี้เอามาปรับใช้กับเราได้ไม่ว่าคุณทำอาชีพอะไรการเดินทางช่วยในแง่นี้

“ผมชอบที่จะตื่นขึ้นมากับการมีเป้าหมายทำสิ่งนั้นสิ่งนี้เมื่อทำไปถึงจุดหนึ่งไม่มีพลังเหลืออยู่กับสิ่งนั้นแล้วก็ตั้งเป้าหมายใหม่ถามว่ามันจะจบไหมไม่มีวันจบหรอกก็คงเป็นแบบนี้ไปจนตายแต่มันไม่ได้สำคัญที่จุดหมายการเดินทางความสุขมันเกิดขึ้นระหว่างทาง”

แล้วการเดินทางมากๆทำให้คุณ Toxic บ้างไหม
โชคดีว่าผมรู้จักตัวเองมากๆ เพจ Go Went Go ชื่อภาษาไทยบอกอยู่แล้วว่าคือเที่ยวเว้นเที่ยวเพราะผมรู้จักตัวเองก่อนที่จะทำเพจว่าผมไม่ชอบที่จะเดินทางบ่อยเกินไปและก็เป็นคนอยู่บ้านนานๆแล้วเบื่อนี่เป็นสิ่งที่เราต้องบาลานซ์สมมุติช่วงนี้แน่นมากอีกเดือนผมอาจจะหยุดเดินทางไปครึ่งเดือนเพื่ออยู่บ้านอย่างเดียวเพราะว่าเราต้องรักษาใจตัวเองเอาไว้ไม่ให้ตัวเองเบื่อทำให้การอยากออกไปมันมีคุณค่าและทำให้การกลับมามีคุณค่าเหมือนกันผมรู้สึกดีใจที่ตัวเองคิดแบบนี้มันทำให้เรามีพลังทุกวันที่จะทำอะไร

ดูเหมือนจะหาสมดุลได้ดีมากมีอะไรที่ไม่ชอบในชีวิตยูทูบเบอร์ไหม
อาจเพราะผมไม่ได้ทำสิ่งนี้อย่างเดียวมั้ง ผมมีธุรกิจส่วนตัวอย่างอื่นด้วยสิ่งที่ทำไม่ใช่รายได้หลักอย่างเดียวถ้าผมทำอาชีพนี้เป็นอาชีพหลักผมคงกังวลน่าดูเพราะผมไม่รู้ว่ารายได้เราจะมาเยอะหรือน้อยคนจะดูเราเยอะอย่างนี้อีกไหม

ผมว่าถ้าเราทำให้เรื่องเงินมันเป็นความสำคัญอันดับสองอันดับสามของชีวิตได้เราจะทำสิ่งใดๆ ก็ตามได้อย่างมีความสุขผมไม่รู้ว่าคนที่ทำสิ่งนี้เป็นอาชีพเขาจะเครียดไหมแต่ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าวันหนึ่งไปต่อไม่ได้ผมก็ไปทำอย่างอื่นอาจเพราะผมทำอย่างอื่นมาถึงจุดหนึ่งแล้วค่อยมาทำสิ่งนี้มั้งพอเราตัดกังวลเรื่องเงินมันทำให้สมองของเราสามารถสร้างสรรค์และทำอะไรได้มากขึ้นแต่ถ้าเราทำด้วยความรู้สึกว่าเสียไม่ได้เราไม่กล้าเสี่ยงไม่กล้าลองจะทำให้เรามีทางเลือกน้อยมาก

สิ่งสำคัญที่ต้องบอกตัวเองคืออะไร ในเมื่อคุณก็บอกเองว่าการเป็นยูทูบเบอร์คงไม่ใช่สิ่งสุดท้ายในชีวิต
ผมว่าเวลาที่คนเราประสบความสำเร็จระดับหนึ่งเราต้องไม่หลงระเริงว่าเราประสบความสำเร็จแล้วส่วนตัวผมมองว่าคุณต้องนึกตลอดว่าคุณเก่งได้มากกว่านี้คุณต้องพัฒนาทุกเวลาผมว่าความรู้มันไม่ได้จบแค่ที่มหาวิทยาลัยทุกวันนี้เราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดและเราก็รู้สึกเลยว่าเราต้องรู้เรื่องใหม่ตลอดเพียงแต่ว่าเรื่องที่เราเรียนรู้และพัฒนามันต่อยอดชีวิตคุณได้ไหมถ้าคุณอยากอยู่รอดในวันนี้คุณต้องวิ่งเร็วกว่าโลกเท่านั้นเอง

แล้วชีวิตช่วงนี้มีความสุขกว่าตอนทำงานวงการบันเทิงหรือเปล่า
ชีวิตช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมมีความสุขที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลยมันอาจจะเป็นเพราะโตแล้วด้วยมั้ง เราได้ตกผลึกอะไรมาเยอะไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานเรื่องชีวิตส่วนตัวเรื่องความรักผมเชื่อว่าอีกสามปีห้าปีโจทย์ของผมก็คงเปลี่ยนไปอีกและถ้าผมทำโจทย์นั้นได้อีก ผมก็คงมีความสุข

สิ่งที่ได้กลับมามากที่สุดในการเปลี่ยนชีวิตครั้งนี้คืออะไร
ไม่รู้จะตอบว่าอะไรมันบวกๆกันแล้วมีความสุขผมชอบที่จะตื่นขึ้นมากับการมีเป้าหมายทำสิ่งนั้นสิ่งนี้เมื่อทำไปถึงจุดหนึ่งไม่มีพลังเหลืออยู่กับสิ่งนั้นแล้วก็ตั้งเป้าหมายใหม่ถามว่ามันจะจบไหมไม่มีวันจบหรอกก็คงเป็นแบบนี้ไปจนตายแต่มันไม่ได้สำคัญที่จุดหมายการเดินทางความสุขมันเกิดขึ้นระหว่างทาง



กำลังโหลดความคิดเห็น...