xs
xsm
sm
md
lg

7 สิ่งที่ทำให้ผู้ชายอย่าง ‘โทนี่ สตาร์ค’ น่าหลงใหลกว่า ‘กัปตันอเมริกา’

เผยแพร่:   โดย: Marsmag


ใครตามจักรวาลมาเวลมาโดยตลอดจะเห็นว่า ‘โทนี่ สตาร์ค’ ดูจะเป็นคนที่แก้ปัญหาไม่เป็นโล้เป็นพายเท่าไหร่ (แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสำเร็จ) แถมยังสติแตกง่ายๆ บ่อยๆ เมื่อเทียบกับ 'กัปตันอเมริกา' ที่ดูสุขุม นุ่ม เนี้ยบ แต่ถึงอย่างนั้น ในภาคจบของมหากาพย์ 11 ปี Avengers: Endgame ผู้ชมส่วนใหญ่ต่างตกหลุมรักและหลั่งน้ำตาให้กับ ‘โทนี่ สตาร์ค’ อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว!!

ทำไมเราถึงตกหลุมรักผู้ชายอย่าง ‘โทนี่ สตาร์ค’ และ ‘โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์’ ...เรื่องนี้เรามีคำตอบ



1. มีความเป็นแบดบอยเต็มรูปแบบ
มันเป็นเรื่องโบราณนานมาแล้วกับการตั้งคำถามว่า ‘ทำไมผู้หญิงที่ชอบผู้ชายแบดบอย’ ซึ่งก็มีหลายทฤษฏีมาอธิบาย แต่ที่ชัดสุดก็เห็นจะเป็นทฤษฏีวิวัฒนาการ โดยอิงจากญาติทางเผ่าพันธุ์ที่ใกล้เราที่สุดก็คือ ‘ชิมแปนซี’ ซึ่งจ่าฝูง (Alpha) จะเป็นที่หมายปองของเพศเมียมากกว่าตัวที่อ่อนแอ นั่นเพราะกลไกทางธรรมชาติที่ถูกเขียนไว้ใน DNA ให้เพศเมียรับและส่งต่อเผ่าพันธุ์กับเพศผู้ที่แข่งแรงสุดเพื่อความอยู่รอดทางธรรมชาติ ซึ่งในคนก็เป็นเช่นกัน โดยเฉพาะกับผู้ชายลุคแบดบอยที่แข็งแกร่ง มีความเป็นจ่าฝูง (จ่าฝูงย่อมปกป้องลูกได้ เข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นในการเลี้ยงลูกได้) ย่อมมีผู้หญิงเข้าหามากกว่าและตัดสินใจที่จะมีอะไรๆ ด้วยกันมากกว่าผู้ชายที่ติ๋มๆ และดูแสนดี ซึ่งผู้ชายอย่าง ‘โทนี่ สตาร์ค’ มีครบ ทั้งความแข็งแกร่ง เป็นจ่าฝูง และเข้าถึงทรัพยากร(รวย) จึงไม่น่าแปลกใจที่ ‘กัปตันอเมริกา’ แม้จะหล่อเหลา กล้ามใหญ่ ใจพ่อพระ กลับมีเสน่ห์ดึงดูดน้อยกว่า



2. มีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานที่จะทำอะไรให้สำเร็จ
ถ้าดูจากการแก้ไขวิกฤตเพื่อเอาชีวิตรอด ‘โทนี่ สตาร์ค’ ตั้งแต่ไอรอนแมน ภาค 1-3 จนไปถึง Avengers นั้นจะเห็นว่า ‘โทนี่ สตาร์ค’ นั้นมีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานสูงมาก ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในภาคแรกที่โดนลักพาตัวและแอบสร้างเกราะเหล็กเพื่อหนีเอาชีวิตรอดมาได้สำเร็จ รวมถึงหลายๆ ฉากที่ ‘โทนี่ สตาร์ค’ หมกมุ่นอยู่กับแล็บใต้ดินของตัวเองเพื่อที่จะสร้างไอรอนแมน มาร์คต่างๆ ขึ้นมาต่อกรกับเหล่าร้าย จนกระทั่งใน Avengers: Endgame ที่เราได้เห็นหัวจิตหัวใจลึกๆ ที่ ‘โทนี่ สตาร์ค’ ทุ่มเทให้กับภารกิจสุดท้ายมากกว่าจะมาออดแอดเสียดายชีวิต เหล่านี้คือความมีเสน่ห์ที่ผู้หญิงหลายต่อหลายคนหลงใหล



3. ไม่แสนดีเกินไป มีเซอร์ไพรส์เสมอ
ความเป็นเพลย์บอยของ ‘โทนี่ สตาร์ค’ เป็นสิ่งที่ผู้ชายหลายคนอยากเป็น เพราะมันคือความสำเริงสำราญในฐานะมนุษย์เพศผู้คนหนึ่งที่จะเก็บเกี่ยวจากโลกนี้ได้ มีผลการสำรวจในต่างประเทศว่า ผู้หญิงที่อยากมีความสัมพันธ์ระยะสั้นนั้น มักจะลงเอยค่ำคืนอันดื่มด่ำไปกับผู้ชายมาดแบดบอยหรือลุคเพลย์บอยมากกว่าผู้ชายที่ดูแสนดี (ดีๆ ทั้งหลายมักจะถูกดีดไปอยู่มุม Friend Zone ซึ่งกัปตันอเมริกาก็เข้าข่ายนี้) แต่ในสัมพันธ์ระยะยาวผู้หญิงมักเลือกผู้ชายที่มีความเป็น ‘พ่อ’ มากกว่า ซึ่ง ‘โทนี่ สตาร์ค’ เข้าข่ายทุกมุม (หากดูจากประวัติ ‘โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์’ เองก็เป็นคนเช่นนั้น) ผิดกับ กัปตันอเมริกา ที่แสนดีเหลือหลายจนบางครั้งก็ดูน่าเบื่อ เพราะแทบไม่มีอะไรแปลกใหม่ และเดาทางชีวิตได้หมด



4. ไม่ติดวังวนกับผู้หญิงในอดีต
‘โทนี่ สตาร์ค’ ไม่เคยเหลือเยื่อใยกับผู้หญิงในอดีตทุกคน (สังเกตได้จากความสัมพันธ์กับนักข่าวเซ็กซี่และนักวิทย์สาวในไอรอนแมน) แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อตกลงปลงใจจะคบกับ ‘เปปเปอร์ พอร์ต’ อย่างเป็นตัวเป็นตนเขาก็ไม่พรรณนาพร่ำเพ้อถึงคนในอดีตที่ผ่านมา (ซึ่งผู้หญิงทุกคนชอบมุมนี้) ผิดกับกัปตันอเมริกาที่เว้าวอนถึงคนรักเก่าอยู่บ่อยๆ และไม่ยอมก้าวเดินต่อกับความรักใหม่ ซึ่งหากเป็นชีวิตจริงที่เวลาเดินหน้าแบบไม่มีวันย้อนกลับ การกระทำของ ‘กัปตัน อเมริกา’ แม้จะถูกเชิดชูว่าเป็นรักแท้ แต่อีกด้านก็คือมนุษย์ที่อมทุกข์อยู่กับอดีตเช่นกัน



5. ไม่อายที่จะแสดงออกในความเป็นมนุษย์สีเทา
หลังๆ มานี่ฮอลลีวู้ดชูประเด็น ‘แอนตี้ฮีโร่’ ขึ้นสู่จอบ่อยครั้ง เพราะนั่นมันคือความเป็น ‘มนุษย์’ ที่หลายคนเข้าถึงและสัมผัสได้
ฮีโร่สมัยก่อนจะมีนิยามแห่งความเป็นฮีโร่อยู่สูงส่งดุจดั่งเทพเจ้าแสนดีมาจุติ แต่หลายๆ ครั้งเราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ฮีโร่แบบนี้มีอยู่จริงไหมในสังคมมนุษย์แท้ๆ แต่ ‘โทนี่ สตาร์ค’ ก็ทำให้เราเห็นได้เห็นว่า ‘มนุษย์เทาๆ’ เช่นเขาที่มีทั้งเรื่องดีและไม่ดีปนกันก็ลุกขึ้นมาเป็นฮีโร่ของทุกคนได้ เมื่อเวลาและสถานการณ์เหมาะสม ซึ่งหากเทียบกับกัปตันอเมริกาที่ถูกสร้างมาให้เป็นฮีโร่โดยกำเนิดแล้วกลับดูน่าคลางแคลงใจมากกว่าว่า จะมีคนเช่นนี้ที่ดีบริสุทธิ์ขนาดยกค้อนของเทพเจ้าธอว์ในสังคมจริงๆ ได้หรือไม่?



6. มองโลกในแง่จริง และยืดอกยอมรับ
‘โทนี่ สตาร์ค’ น่าจะเป็นตัวละครใน Avengers ไม่กี่คนที่สร้างความโกลาหลให้กับโลกไม่น้อยหน้าตัวร้ายอื่นๆ เริ่มตั้งแต่ขายอาวุธสงคราม ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ นำไปใช้เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ สร้างตัวร้ายขึ้นจากอีโก้ของตัวเอง (จากไอรอนแมน 2-3 และ The Avengers 2 Age of Ultron) แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเขาก็ไม่ได้โทษใคร กล้ายืดอกยอมรับและแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้น (เรียกว่าแบดบอยแต่ก็มีความแมนอยู่ในตัวเองสูง) และนำปัญหาในอดีตมาแก้ไขปรับปรุงตัวเอง (ซึ่งจะเห็นได้จากประกาศเลิกผลิตอาวุธหลังรอดจากถูกลักพาตัวมาได้ และเน้นไปที่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อคนยุคต่อไปในสตาร์ค เอ็กโปร์)
เช่นกัน ในภาคชีวิตจริงของ ‘โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์’ ก็เป็นคนเช่นนั้น เคยติดยา เคยเสเพลย์ จนถึงขึ้นเกือบหมดอนาคต แต่เมื่อตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เข้าก็ยืดอกยอมรับอดีตที่ผิดพลาด ไม่โทษใคร แต่ไปแก้ไขตัวเองในปัจจุบัน เพื่อจะก้าวไปสู่ความเป็นคนใหม่ซึ่งเราได้เห็นแล้วในปัจจุบัน
โดยเมื่อเทียบกับ ‘กัปตันอเมริกา’ ผู้เอาแต่โหยหาอดีตแล้ว (เพื่อนและคนรัก) มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนแบบนี้จะมีความสุข และพัฒนาตัวเองให้สอดคล้องกับความเป็นมนุษย์ปัจจุบัน



7. มีส่วนหนึ่งเหมือนเรา
เมื่อพูดถึงความเป็น ‘มนุษย์สีเทา’ ในตัว ‘โทนี่ สตาร์ค’ แล้วนั้นก็คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้มีเหมือนกัน ด้านมืดและด้านสว่างในตัวเราต่างทะเลาะตบตีกันอยู่ทุกวัน แต่ ‘โทนี่ สตาร์ค’ ก็ทำให้เราเห็นว่า การจะเข้าช่วยเหลือสังคมนั้นก็ไม่จำเป็นที่ต้องทิ้งความเป็นตัวเองแต่อย่างใด กลับกันหากยอมรับ และมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งดี แม้จะโดนตำหนิก็ยังดีกว่าแสร้งเป็นคนอื่นเพื่อทำความดี เพราะความจริงแท้ในแบบตัวเรานั้น อยู่นานกว่าการแกล้งเป็นใครให้คนอื่นพึงพอใจ


กำลังโหลดความคิดเห็น...