xs
xsm
sm
md
lg

10 คู่ดาราที่เล่นหนังด้วยกัน แต่ไม่ถูกกัน

เผยแพร่:   โดย: Marsmag

ขึ้นชื่อว่าวงการบันเทิงแล้วสามารถเนรมิตได้ทุกอย่าง ทุกอย่างล้วนเป็นมายาแทบทั้งสิ้น วันนี้ขอนำเสนอเรื่องของดาราดังๆที่เล่นหนังด้วยกันแล้วเห็นในหนังสนิทกันมาก แต่ความจริงแล้วพวกเขาไม่ถูกกันจนแทบจะไม่อยากมองหน้านี่คือ 10 คู่ซดเกาเหลาระบือโลกฮอลลีวู้ด ที่บางคู่ในจอนั้นรักกันปานจะกลืนกินหัวกันอยู่รอมร่อ แต่พอผู้กำกับฯสั่งคัต! เท่านั้นแหละ เขาแทบจะฆ่ากันตายคากองถ่าย มีคู่ไหน ในหนังเรื่องอะไรบ้าง มาดูกันเลย

1. Harrison Ford กับ Josh Hartnett ในหนังเรื่อง Hollywood Homicide (2003)

เกิดการผิดคิวระหว่างเข้าฉาก ถึงขนาดทำให้ดั้งจมูกของจอช หักกลางกองถ่าย ซึ่งก็แหงล่ะ เป็นฝีมือของรุ่นปู่อย่างฟอร์ดนั่นเอง แต่ไม่มีการขอโทษขอโพยกันใดๆ ทั้งสิ้น จึงมีการด่าทอกันระหว่างนักแสดงคราวหลานกับสตาร์รุ่นใหญ่ หนังเลยออกมาเละเทะอย่างที่เห็น ในหนังสองคนนี้เป็นคู่หูต่างวัยกัน แต่เพราะความอคติในกองถ่าย เลยทำให้การแสดงไม่อิน คนดูไม่รู้สึกว่าสองคนนี้สนิทกันเลย สรุปคือหนังเจ๊งไม่เป็นท่า และโดนนักวิจารณ์สวดยับไปตามๆ กัน แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็เดินสายโปรโมตหนังด้วยกันชื่นมื่น

2. Patrick Swayze กับ Jennifer Grey ในหนังเรื่อง Dirty Dancing (1987)

หนังคู่รักนักเต้นเรื่องนี้ อย่างที่รู้ๆ คือสเวซี่ เขาทุ่มเทกับบทนี้มาก เขาฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงเพื่อที่งานจะได้ออกมาเพอร์เฟ็กต์ เขาหวังว่ามันจะเป็นหนังที่ทำให้เขามีชื่อเข้าชิงรางวัลต่างๆ แต่สาวเกรย์ นั้นไม่ค่อยจะยี่หระสนใจฝึกซ้อมการเต้น หรือการท่องจำบทสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะวุฒิภาวะที่เธอยังเด็ก บวกกับการใส่ใจของฝ่ายสเวซี่นั้นมากเกินไป มันเลยทำให้การเข้าฉากเต้นคู่กันนั้นเป็นไปอย่างทะลักทุเลสเวซี่โมโหฟาดงวงฟาดงา เพราะการเทคยับของนางเอกอย่างเกรย์นั่นเอง ทำให้เกิดร้าวฉานระหว่างพระนางคู่นี้ แต่หนังก็ปิดกองไปได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหนังออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยจริงๆ คู่พระนางในจอรักกันดี เข้าขากันสุดๆ คนดูอินจนมันเป็นหนังรักแนวเต้นที่ดีและคลาสสิมากๆ

3. Val Kilmerกับ Tom Sizemore ในหนัง Red Planet (2000)

อาจจะเขม่นกันมาตั้งแต่เล่นหนัง Heat ของผู้กำกับฯ Micheal Mann ด้วยกันมาแล้วก็ได้ พอได้มาประกบคู่เป็นเพื่อนรักนักท่องอวกาศในหนังไซไฟเรื่องนี้ มันเลยแตกหัก เหมือนไฟกับน้ำมันที่วางใกล้กัน เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อ Tom Sizemore มักเรื่องมากให้คนในกองถ่ายลากเอาเครื่องออกกำลังกายราคาแพงของเขาไปในทุกที่ที่ถ่ายทำ จึงมักเกิดการล่าช้า และดูมีอภิสิทธิ์มากเกินไป Val Kilmer ที่ในขณะนั้นก็ถือเป็นพระเอกดัง ก็เกิดอาการรับไม่ได้พร้อมวีนแตก ด่าทอกันจนเกือบลงไม้ลงตีน นี่คือเรื่องโจ๊กอมตะที่เล่าขานกันมาในฮอลลีวู้ด เพราะทางสตูดิโอต้องเสียเงินจ่ายค่าทำสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ CG ให้สองคนนี้ดูเหมือนเป็นเพื่อนรักกัน ยอมตายแทนกันได้ โดยถ่ายทำกันคนละซีนแล้วมาตัดแปะใส่กันทีหลัง เพราะพวกพี่แกเล่นไม่ยอมเข้าฉากด้วยกันเลย บทสรุปคือ หนังเจ๊งไปตามระเบียบ และโดนด่ายับ แถมขาดทุนมโหฬาร เพราะงบที่ตั้งไว้บานปลายไปกับการถ่ายคนละซีนของสองดารานำ และการทำ CG ให้สองคนสนิทกัน เรียกได้ว่าไร้สปริริตกันจริงๆ เลยครับ และหลังจากหนังเรื่องนั้นมา ดาราสองคนนี้ก็กู่ไม่กลับอย่างที่เห็น งานน้อย จนต้องได้ไปเล่นหนังเกรดรองลงไป ทั้งๆ ที่ Val Kilmer กำลังจะรุ่งแท้ๆ

4. Leonardo DiCaprioกับ Claire Danes ในหนัง Romeo + Juliet (1996)

เป็นคู่เกาเหลาที่เซอร์ไพรส์มากๆ ไม่คิดว่าจะใช่ แต่กิตติศัพท์ของลีโอในเรื่องการเป็นนักปาร์ตี้ นักดื่ม และนักล่าสวาทตัวพ่อ มีให้ได้ยินกันจนคนในวงการต่างรู้ดีในสมัยนั้น และนั่นทำให้ Claire Danes ที่ตั้งใจกับหนังเรื่องนี้มากๆ รับพฤติกรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของลีโอไม่ได้ เพราะลีโอทำให้กองถ่ายเกิดปัญหาบ่อยครั้ง มีการปะทะคารมกันหลายดอก จนแทบไม่อยากมองหน้ากันเลย แต่ด้วยสปิริตของทั้งคู่ เลยทำให้ผ่านพ้นไปได้ ในจอพวกเขาดูรักกันดีมากๆ มากจนจะกลืนกินกันทั้งตัวอยู่แล้ว แต่พอผู้กำกับฯสั่งคัต! นั่นหมายถึงบรรยากาศเริ่มไม่ดีมาปกคลุมกองถ่าย จนทีมงานต้องมีการห้ามมวยกันบ่อยๆ และเพราะนี่คือหนึ่งในคู่รักอมตะของโลก ที่นักแสดงจำเป็นต้องทำให้คนเชื่อว่ารักกันมาก คนที่น่าปรบมือให้ดังๆเห็นจะเป็นสาว Claire Danes นี่แหละครับ

5. Robert Shaw กับ Richard Dreyfussในหนัง Jaws (1975)

เนื่องด้วย Robert Shaw เป็นประเภทขี้เมาหยำเปมาแต่ไหนแต่ไร เขาเข้าซีนทุกครั้งต้องมีกลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด สร้างความรำคาญใจให้ Richard Dreyfuss เป็นอย่างมาก จึงเกิดสงครามเย็นระหว่างสองคนนี้ขึ้น และจุดแตกหักก็ตอนที่ริชาร์ดระเบิดอารมณ์ใส่ชอว์แต่ชอว์ตอบโต้ได้หน้ามึนมากๆคือ "ที่เห็นกูเมาแบบนี้ มึงไม่รู้หรอกว่านี่คือการตีความตัวละครของกู มันต้องเมาๆแบบนี้ถึงจะเล่นได้พลิ้ว มึงไม่เข้าใจหรอกว่ะ" นั่นทำให้ริชาร์ดโกรธจัดจนเกือบๆจะมีการลงไม้ลงมือกัน ทำให้ตลอดการถ่ายทำนั้นเมื่อสิ้นเสียงคัต! จากผู้กำกับฯ พวกเขาแทบจะคำรามใส่กันเหมือนหมาเลยจริงๆ แต่ก็ไม่ได้มีผลกับหนังอมตะเรื่องนี้เลย เพราะนี่คืองานที่น่าจดจำมากๆ ของSteven Spielberg แหม่...ตีความตัวละครได้ร้ายกาจจริงๆนะพ่อชอว์เอ้า...ชนแก้ว

6. Norman Mailer กับ Rip Torn ในหนัง Maidstone (1970)

นี่คือหนังที่ Norman Mailer กำกับฯเองแสดงเอง มีฉากหนึ่งที่ตัวละครของนอร์แมนกับริปต้องต่อสู้กัน โดยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า นอร์แมนกลับเล่นชกต่อยจริงๆ โดยที่ริปไม่ได้ตั้งตัว เกิดการมะรุมมะตุ้มกันขึ้นจริงๆ โดยที่กล้องก็ยังถ่ายไปไม่มีการสั่งคัต ก็แหงล่ะ นอร์แมนเป็นผู้กำกับฯ เองนี่ จนในที่สุดลูกเมียในชีวิตจริงของริปกับคนในกองถ่ายต้องวิ่งเข้าไปห้ามทั้งสองเพราะเห็นท่าไม่ได้การแล้ว เมียของริปทั้งด่าทอตบตีนอร์แมนเป็นการใหญ่ และพอถึงการฉายจริงของหนัง นอร์แมนไม่ได้ตัดเอาฉากตีกันจริงๆ นี้ออกแต่อย่างใด เราจึงเห็นในหนังออกมาเป็นการตีกันจริงๆ และนี่อาจเป็นฉากตีกันที่สมจริงที่สุดในประวัติศาสตร์การแสดงหนังก็เป็นได้ (5555) นี่คือฉากที่ว่า http://www.youtube.com/watch?v=6AzmhorISf4

7. Bill Murray กับ Lucy Liu ในหนัง Charlie's Angels (2000)

มีการเข้าฉากถึงเนื้อถึงตัวกันของเมอร์เรย์และลูซี่ ลิว แต่เมอร์เรย์เล่นเกินจริงไปหน่อย ทำให้สาวเอเซียอย่างลิวรับพฤติกรรมหัวงูแบบนี้ไม่ได้ จึงเกิดปากเสียงกันขึ้น และสาปส่งกันในตลอดการถ่ายทำ นี่ดีนะครับที่บทของเมอร์เรย์ไม่ใช่บทหลัก ออกมาแค่ไม่กี่ฉาก ไม่งั้นมีหวังโดนสาวเอเซียเตะไข่กางกองถ่ายแน่ เพราะเมอร์เรย์ไปเจ๊าะแจ๊ะ มือปลาหมึกกับลูซี่ ลิวบ่อยครั้ง แต่ในหนังนั้นทำออกมาน่ารักน่าชังดีนะครับ เป็นหัวหน้ากับลูกน้องที่ดูสนิทสนมน่ารักกุ๊กกิ๊กกันดีเชียว

8. Marlon Brando กับ Val Kilmer ในหนัง The Island OfDr Moreau (1996)

Val Kilmer อีกแล้ว...หมอนี่เคยถูกกับใครบ้างมั้ยเนี่ย อันนี้เรียกได้ว่าคิลเมอร์ แกไปปีนเกลียวใส่รุ่นปู่อย่างแบรนโดก่อนนะครับ เพราะแบรนโดแกแก่มากๆแล้ว และเป็นช่วงสุดท้ายในชีวิตการทำงานของปู่แกจริงๆ จะเดินจะเหินก็ลำบากลำบน เกิดทำให้คิลเมอร์รำคาญและไม่สบอารมณ์ เขาจึงวีนแตกด่าแบรนโด ด่าทีมงานว่าบทของแบรนโดนี้เอาใครมาเล่นก็ได้ บทไม่ได้เยอะแยะอะไรเลย เสียเวลาชิบหาย เอาตัวถ่วงมาเล่นทำไม แต่แบรนโดหาได้แยแสกับคำปีนเกลียวของรุ่นหลานแต่อย่างใด (ถ้าเป็นสมัยหนุ่มๆมีตบคว่ำแน่ๆ) และนั่นทำให้คิลเมอร์ร้อนรุ่มสุมอกอยู่เพียงฝ่ายเดียว สรุปคือหนังเจ๊งและโดนด่าไปตามระเบียบครับ ซึ่งนั่นอาจสรุปได้ว่าที่คิลเมอร์ตกอับอยู่ในทุกวันนี้ ต้องเป็นผลพวงมาจากอุปนิสัยหยิ่งผยอง ขี้รำคาญ ของเขาแน่ๆ

9. Colin Farrell กับ Jamie Foxx ในหนัง Miami Vice (2006)

ในหนังเป็นเพื่อนรักกันมาก...แค่มองตาก็รู้ใจและตายแทนกันได้ แต่ในกองถ่ายต่างรู้ดีว่า สองคนนี้ไม่กินเส้นกัน เพราะ Jamie Foxx เพิ่งได้ออสการ์จากหนัง Ray มาหมาดๆ แต่การที่ผู้กำกับฯ Michael Mann เทบทไปที่ Colin Farrell มากกว่า โดยเฉพาะในตอนท้ายเรื่องที่ฟ็อกซ์แทบไม่ได้โชว์ออฟเลย เขาคือเจ้าของออสการ์นะ ให้มาเป็นลูกไล่ไอ้ดาราขี้เก๊กอย่างหมอนี่ได้ไง ทำให้ฟ็อกซ์เกิดต่อต้าน และมีปากเสียงกับฟาเรลบ่อยๆ แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้เพราะมีปัญหากันในตอนที่หนังถ่ายไปได้ครึ่งเรื่องแล้ว นี่ถ้ามีปัญหากันตอนต้นของการถ่าย เราอาจจะไม่ได้เห็นJamie Foxx ในบททับบ์ก็เป็นได้

10. Wesley Snipes กับ Ryan Reynolds ในหนัง Blade Trinity (2004)

อาจเป็นเพราะความห้าวเป้ง และเป็นรุ่นใหม่ไฟแรงในวงการ Ryan Reynolds จึงตำหนิทีมงานว่า บทของเขาในหนังก็เด่นพอๆกับสไนป์ แต่ทำไมไม่โปรโมตชื่อเขาบ้าง เอะอะอะไรก็สไนป์ๆๆๆ จนเขาจะอ้วกออกมาเป็นสไนป์อยู่แล้ว มันเลยทำให้เขางอนตุ๊บป่องๆ เป็นเด็กสามขวบอยู่คนเดียว โดยที่ตัวสไนป์เองและทีมงานทุกคนไม่แยแส เพราะเมื่อเขาเกิดวีนขึ้นมาเมื่อไร ก็จะมีแต่คนคอยบอกและชี้ให้เขาดูชื่อหนัง และให้เขาทำความเข้าใจใหม่ซะว่าหนังมันควรจะเน้นขายใคร อันนี้ก็งอแงเกินไปนะว่ามั้ย หลังสั่งคัต เขาเลยต้องนั่งเงียบๆ ในมุมของเขาคนเดียวไปจนถ่ายทำเสร็จ

กำลังโหลดความคิดเห็น...