xs
xsm
sm
md
lg

3NVY หากต้องตกอยู่ในชั่วโมงต้องมนต์

เผยแพร่:   โดย: Marsmag


3NVY  หากต้องตกอยู่ในชั่วโมงต้องมนต์

บ่ายวันหนึ่ง ณ ย่านถนนพระราม 4 อากาศร้อนภายนอกผลักดันให้เรารีบเดินกึ่งวิ่งเข้ามาภายในตัวอาคารอันเป็นที่นัดหมาย ซึ่งทันทีที่ผลักประตูเข้าไป นอกจากไอเย็นๆ ที่ปะทะหน้า เราพบกับตรอกซอยให้ได้สงสัยพอสังเขปว่าหากเดินผ่านม่านสีแดงตรงหน้าแล้วจะเจอเข้ากับอะไร

แม้จะรู้ว่าตรงหน้าตอนนี้ไม่ใช่ดินแดนมหัศจรรย์แบบที่เคยได้ยินชื่อ แต่บรรยากาศฉากภาพของการตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์เผลอทำให้คิดว่าตัวเองเป็นอลิซที่หลับฝันข้ามดินแดนมาก็ไม่ปาน และทันทีที่ได้พบกับ 'ออย-ธัญธร วจะโนภาส’ เจ้าของร้านคนสวย เราก็ไม่รีรอ ขอให้เธอเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของสถานที่แห่งนี้

"ก่อนหน้านี้เราทำขนมมาตลอด ซึ่งพอต้องมาทำร้านจริงจังที่เป็น stand alone โจทย์สำคัญก็คือต้องดึงคนมาที่ร้านให้ได้ จริงๆ พวกเราไม่ได้วางแผนจะเปิดร้านใหญ่ขนาดนี้ เราแค่อยากมีพื้นที่ขายขนมของเรา ซึ่งมีฐานลูกค้าในอินสตาแกรมอยู่ประมาณหนึ่ง แต่ด้วยความที่ลักษณะตัวอาคารร้านเราเป็นตึกแถว ความคิดที่จะทำแค่ร้านขนมอย่างเดียวคงไม่พอ จึงตัดสินใจเปลี่ยนจาก Envy patisserie มาเป็น Envy Cafe โดยดัดแปลงจากพื้นที่ออฟฟิศเก่าของคุณพ่อ ซึ่งทำกันเองกับเพื่อน (นิรมล ชูศิลป์กุล) ทั้งเขียนแบบและคุมงานกันเอง"

ใครที่ลังเลอยู่ว่าร้านนี้อ่านออกเสียงอย่างไร เราขอให้คุณลองฟังที่มาของชื่อร้านกันดู แล้วจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านนี้ถึงมีเอกลักษณ์แตกต่างจากร้านขนมทั่วไป

"ที่มาของชื่อ 3nvy นั้นมาจากตัวตนและความขี้ประชดประชันเล็กๆ ของเรา คือเราเรียนจบสถาปัตย์มา ก่อนเรียนทำขนมต่อที่เลอ กอร์ดอง เบลอ เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนชอบกินขนมอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงหวานแหววแบบสาวขนมอบทั่วไป ออกจะห้าวๆ ด้วยซ้ำ พอมีโอกาสทำร้านจึงตั้งชื่อร้านว่า Envy ออกแนวประชดเล็กๆ ว่า ฉันไม่สาวหวานนะ และเปลี่ยนตัว E เป็นเลข 3 เพราะเลข 3 เป็น lucky number ของตัวเราเอง อีกความหมายก็คือเหมือนตัว E กลับหลัง

"คอนเซ็ปต์ของร้านที่เราตั้งใจไว้ คืออยากให้ข้างนอกกับข้างในแตกต่างกันเหมือนคนละโลก เริ่มตั้งแต่เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอเข้ากับตรอกเล็กๆ ก่อนจะแหวกม่านผ่านเข้ามาในตัวร้าน เราก็ไม่แน่ใจว่าควรเรียกว่าสไตล์ไหนเพราะมันเกิดจากการรวมตัวกันในสิ่งที่เป็นเรา อย่างผนังของร้าน มาจากไอเดียเราอยากได้อารมณ์แบบป่าๆ ทึมๆ แทนที่จะเป็นผนังสีพาสเทลจ๋าแบบร้านขนมหวานน่ารักทั่วไป เพราะสะท้อนตัวตนและความชอบของเราออกมาได้มากกว่า

"ผนังวอลเปเปอร์เป็นงานออกแบบของพี่พิมพ์จาก Teaspoon Studio โดยโจทย์ออกมาเป็นบรรยากาศในป่า ซึ่งไม่ได้น่ากลัวหรือแฟนตาซีแบบในนิทาน แต่ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ซึ่งหากมองดูให้ดีจะเห็นตัวอีกาซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ และจะเห็นว่าโลโก้ของทางร้านเป็นอีกา เนื่องจากเป็นนกที่มีอิสระแต่เจ้าเล่ห์ และก็เหมาะกับชื่อร้านด้วย ดังนั้นจะให้เป็นหงส์ก็คงไม่ใช่ (หัวเราะ)

"ส่วนที่เห็นว่ามีสระว่ายน้ำในร้านนั้น เริ่มจากแต่เดิมส่วนนี้เป็นห้องใต้ดินใช้เก็บเอกสาร จึงตั้งใจทำพื้นที่ตรงนั้นให้เป็นเหมือนห้องลับ แต่ก็เกรงว่าจะทึบและอับเกินไป จึงเปลี่ยนไอเดียเป็นสระว่ายน้ำ แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งระบบน้ำ ระบบความชื้น ก็ทำไม่ได้ จึงเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่คล้ายสระว่ายน้ำจริง แล้วให้เพื่อนทำกราฟฟิกลายน้ำฉายผ่านเครื่องโปรเจ็กเตอร์

การตกแต่งพื้นที่ชั้นสอง จะเหมือนเราได้นั่งอยู่ในเรือนกระจก จะเห็นว่าในแต่ละมุมแต่ละส่วนของร้านจะมีเส้นเขตความเป็นส่วนตัว ให้ลูกค้าที่มารู้สึก cozy ที่จะใช้เวลากับเพื่อน มากกว่าจะทำร้านใหญ่โตมีพื้นที่นั่งเยอะๆ จนเสียบรรยากาศ ดังนั้นร้านนี้จึงสะท้อนบุคลิกตัวเราที่เป็นคนที่มีหลายมิติ หลายอารมณ์ จะว่าไปเรียกว่าในความ hard core ก็ยังมีความมุ้งมิ้งอยู่” (หัวเราะ)

อาหารที่นี่จะเป็นสไตล์ Contemporary Italian ที่คนไทยทานได้เพราะรสชาติไม่เลี่ยนเกินไป เริ่มต้นกันที่เมนูสายสุขภาพอย่าง Rocket with sausage หรือร็อกเกตสลัดที่เสริ์ฟพร้อมไส้กรอกอิตาเลียนรสชาติเข้มกับน้ำสลัดที่ให้รสเข้ากันพอดีเป็นที่สุด ตามด้วยเมนูเนื้อ ได้แก่ Salmon หรือสเต๊กแซลมอนชิ้นโต กับการนำเสนอที่น่ารักกว่าใคร เพราะปกติทั่วไปจะใช้มันสีเหลือง แต่ที่นี่ใช้มันสีม่วง ทำให้สีสันของเมนูจานนี้สวยงามน่ากินเข้าไปอีก ทั้งสีส้มชวนหิวจากเนื้อปลาแซลมอน ตัดกันดีกับสีม่วงของมันที่ปาดจานเป็นฉากหลัง ราดด้วยซีฟู้ดซอสรสชาติเผ็ดนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ และผักเคียงจานสีตัดกันแบบคัลเลอร์บล็อก

มาร้านอาหารอาหารสไตล์อิตาเลียนทั้งที แล้วไม่สั่งพาสต้าแสดงว่าคุณยังมาไม่ถึงร้าน ความพิเศษของเมนูพาสต้าของ 3nvy นอกจากเอกลักษณ์ที่เส้นเฟตตูชินี่สีชมพูธรรมชาติจากบีทรูทแล้ว รสชาติที่เต็มคำของเส้นและเครื่องที่ใส่มาถึงใจ อร่อยจนเราเอาหัวเป็นประกันเลยว่าคุณต้องชอบอย่างแน่นอน ว่าแล้วก็ลองสั่งเมนู Dried Chili with Tiger Prawn หรือพาสต้าผัดพริกแห้งที่เสิร์ฟพร้อมกุ้งใหญ่ ให้รสชาติเผ็ดๆ ตามแบบคนไทย จนต้องแอบร้องซี๊ดเล็กๆ ก่อนจะแกล้มด้วยเนื้อหนุบหนับของกุ้งตัวโต นอกจากจะมีเมนูอาหารอัดแน่นให้คุณเลือกลองมากมายแล้ว ในช่วงสายวันอาทิตย์ หากคุณไม่มีธุระไปไหน เราอยากให้ลองเมนูไข่อย่าง Sunday Brunch Omelette ไข่นุ่มๆ ที่จะทำให้เช้าวันอาทิตย์ของคุณละมุนละไมกว่าใคร ซึ่งวันอาทิตย์ร้านจะเปิดให้บริการเร็วกว่าปกติ นั่นคือเปิดบริการตั้งแต่เวลา 9 โมงเป็นต้นไป

เติมเต็มมื้ออร่อยๆ ด้วยขนมหวานฝีมือคุณออยเจ้าของร้าน ลองเมนู Daydream หรือชีสเค้กเนื้อแน่นที่เสิร์ฟพร้อมเสาวรสและผลไม้สดจัดเต็ม รวมถึงเมนูเค้กช็อกโกแลตขึ้นชื่อของทางร้านอย่าง Begrudge รสชาติเข้มข้นจนคุณต้องเผลอยกมือขออีกชิ้นเลยทีเดียว นอกจากเมนูขนมหวานที่ร้านยังมีเสิร์ฟไอศกรีมและน้ำแข็งไสเหมาะกับบรรยากาศร้อนๆ แบบนี้อีกด้วย สำหรับเมนูเครื่องดื่ม ต้องไม่พลาดเมนูลิ้นจี่โซดาแสนสดชื่น และน้ำ 3nvy ซึ่งเป็นไซรัสโรสกับสตรอว์เบอร์รี่ผสมกันก่อนเทโซดาลงไป ให้รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ สดชื่นอย่าบอกใคร
ที่ตั้ง
3nvy
1246 ถนนพระราม 4 คลองเตย กรุงเทพฯ 10330
(รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีคลองเตย ทางออกที่ 1)

เปิดบริการ
วันอังคาร -วันเสาร์ เวลา 11:00-21:00 น.
และวันอาทิตย์ เวลา 09:00-15:30 น.
โทร 08 4459 6266
www.facebook.com/3nvy3nvy
Instagram : 3nvycafe
เรื่อง : นภษร ศรีวิลาศ
ภาพ : พาณุวัฒน์ เงินพจน์
กำลังโหลดความคิดเห็น...