xs
xsm
sm
md
lg

LIFE IS A JOURNEY ขิม-จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์

เผยแพร่:   โดย: Marsmag


LIFE IS A JOURNEY  ขิม-จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์

ในเช้าวันนี้ เรานัดกับ ‘ขิม-จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์’ ที่คาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งย่านอารีย์ผ่านตัวแทนของเธอซึ่งบอกเราว่าเธอจะมาเองคนเดียว สำหรับหญิงสาวอายุ 20 ต้นๆ เธอเป็นคนที่ทำงานอย่างมืออาชีพคนหนึ่ง เธอใส่ใจ เข้าใจ และมีมุมมองชีวิตที่ขนาดเรายังต้องตะลึงจนอดถามไม่ได้ว่า ทำไมเธอถึงรู้จักชีวิตได้มากขนาดนี้ เธอยิ้มตาปิด ยิ้มสไตล์ขิมแล้วเล่าให้ฟังว่า ความคิดแบบนี้ได้มาจากการเลี้ยงดูสไตล์บุฟเฟต์ของที่บ้าน โดยปล่อยให้เธอลองทำทุกอย่างขณะเดียวกันก็ต้องอยู่ในความเหมาะสม แต่ความคิดของเธอไม่ได้มีแค่การมองโลกในแง่บวกยามรถติด ในหัวและหัวใจของเธอมีอะไรมากกว่านั้น ซึ่งคุณจะสัมผัสได้ในบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้

The Beginning
“ขิมเริ่มถ่ายแบบตั้งแต่อายุประมาณ 17 ตอนนั้นเป็นเด็กมัธยมธรรมดาทั่วไป แต่เผอิญมีรุ่นพี่ที่รู้จักเขาอยากให้เราไปเป็นแบบให้ ก็คงเป็นเพราะหน่วยก้านน่าจะได้อยู่ แล้วก็ได้มาทำ เราชอบนะสนุก ตอนมัธยมเราคิดแค่ว่าเป็นงานเสริม เป็นขนมหวานไป ทำแล้วได้ค่าขนม ได้มีเงินเก็บของตัวเอง แต่พอทำไปสักพัก มันเริ่มจริงจังมากขึ้น เริ่มได้ทำงานที่ค่อนข้างเป็นทางการ มีช่างภาพ พอเราเขยิบมาถึงจุดที่เป็นนักแสดงเต็มตัว มันทำให้เราเข้าใจทุกกระบวนการ เพราะเริ่มตั้งแต่จุดที่ไม่มีอะไรเลย จุดที่เป็นแค่ภาพนิ่ง ค่อยๆ ขยับๆ เคลื่อนๆ มา ทำให้เราเข้าใจในตัวงานมากขึ้น”

My Passion
“ณ ตอนนี้เรารู้สึกสนุกและชอบการแสดงอยู่ แต่ว่าอนาคตเรายังไม่รู้ ตอนนี้มันท้าทายชีวิตเรา เราชอบที่จะได้รับบทบาทใหม่ๆ ชอบที่จะได้ลองคิดว่าคาแร็กเตอร์ที่ได้รับโจทย์มานั้นควรจะเป็นอะไร เป็นคนอย่างไร มันคือการทำความเข้าใจตัวละคร เพราะบางทีการแสดงมันไม่ใช่แค่ท่องบท แต่ต้องทำความเข้าใจว่าตัวละครนั้นคิดอะไรก่อนหน้านี้ เพราะอะไรตัวละครนั้นถึงตัดสินใจแบบนี้ คือการเข้าใจคนคนหนึ่งจริงๆ แม้ว่าคนนั้นจะเป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นก็ตาม เราเลยแฮปปี้ที่ได้ทำและยังได้ทำตรงนี้อยู่ แต่ว่าอนาคตมีอย่างอื่นที่อยากจะทำ อย่างขิมเรียนแฟชั่นดีไซน์ อยากจะทำเสื้อผ้า อยากเปิดแบรนด์ แต่ว่าตอนนี้เรายังแฮปปี้กับตรงนี้”

Art & Design
“ขิมกำลังเรียนคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี 3 ความสนุกของสาขาวิชานี้มันคือโจทย์ คณะขิมจะเป็นศิลปะและการออกแบบเชิงพาณิชย์ ที่มันจะต้องมีโจทย์จากลูกค้า จะไม่ใช่ art for life หรือศิลปะเพื่อตัวเอง แต่เป็นศิลปะเพื่อการสร้างสรรค์ ซึ่งเรารู้สึกว่ามันสนุกนะ เพราะบางทีการทำอะไรตามโจทย์ที่ตัวเองอยากทำมันง่ายมาก เราอยากทำอะไรเราก็ทำเต็มที่ สนใจเรื่องไหนเราก็ทำเต็มที่ แต่การทำตามโจทย์จากคนอื่น แล้วทำให้ทั้งเราชอบด้วย คนอื่นชอบด้วย นั่นแหละเป็นสิ่งที่ยากกว่า ทำให้คนวงกว้างชอบ มันยากกว่าทำให้ตัวเองชอบ ซึ่งมันเหมือนการถ่ายแบบ ลูกค้าเลือกใช้เราเพราะเป็นเรา แต่จะทำอย่างไรให้ยังคงเป็นเราอยู่แต่นำเสนอสินค้าของเขาได้ด้วย สิ่งนี้คือจุด เราต้องเข้าใจว่าเราจะนำเสนออย่างไรให้เสื้อผ้านั้นๆ ยังดูสวย แต่สวยในแบบของเรา เพราะถ้าเขาเลือกเราเพราะเป็นเรา เขาก็คงอยากให้เราใส่เสื้อผ้าและยังมีความเป็นเราอยู่ ในขณะที่คนอื่นก็เข้าใจได้”

Khim’s Design
“จริงๆ อยากทำแบรนด์เสื้อผ้ามานานแล้ว เมื่อก่อนเราขายของมือสองกับเพื่อนๆ เป็นเสื้อผ้าของเราเอง ทีนี้รู้สึกอยากมีแบรนด์จริงจังสักที แต่ว่าตอนนี้ยังไม่เข้าที่นะเพราะเพิ่งเปิด จะมีส่วนหนึ่งที่ไปรับมา และอีกส่วนที่ทำเอง อย่างพวกถักๆ เราจะถักตัวอย่างก่อน 1 ตัว ในแต่ละแบบทรง แล้วค่อยเอาไปคุยกับช่างว่าเราต้องการแบบนี้นะ เดินเส้นแบบนี้ สีแบบนี้ ช่างก็จะเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการ แต่มันค่อนข้างใช้เวลาในการถักเพราะเป็นงาน handmade หนึ่งตัวจะใช้เวลาประมาณ 4-5 วันถ้าทำทั้งวัน หลายคนเลยอาจจะมองว่าทำไมขายแพงจัง เพราะใช้เวลาในการถักกว่าจะได้ผืนหนึ่ง อย่างเสื้อไหมพรมใส่ถ่ายแบบวันนี้ก็เป็นของร้านเราเอง”

The Real Me
“จริงๆ คนส่วนใหญ่มักจะบัญญัติขิมด้วยคำว่า ฮิปสเตอร์ แต่ส่วนตัวเรารู้สึกว่าคำนั้นมันกว้าง และมักใช้เรียกคนเจเนอเรชั่นใหม่ ไม่ใช่แต่ละบุคคล ซึ่งขิมคิดว่าคำว่าฮิปสเตอร์เป็นแค่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่คนเขาบัญญัติขึ้นมา อย่างการไปคาเฟ่ นั่งดื่มกาแฟ ไปสถานที่ดีๆ ขิมเองก็มีด้านอื่น เรายังชอบไปนวด วันว่างๆ เราไม่ได้เข้าร้านกาแฟทุกวันหรอก บางทีรีบๆ กาแฟเซเว่นก็ได้ หรือเบอร์ดี้ก็ได้ ขิมว่าทุกคนมีด้านนี้ ด้านที่มันเป็นปกติ แต่แค่คนจะมองเราจากภายนอกเป็นสิ่งแรก”

Memorable Trip
“เราชอบไปเที่ยว มันเหมือนเป็นการชาร์จแบตตัวเองไปด้วย อย่างทริปที่ประทับใจมากคือ ทริปปารีสกับอัมสเตอร์ดัม
โดยสองเมืองนี้ เราเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนมากเลย ความสนุกมันอยู่ที่คนส่วนใหญ่จะชอบอัมสเตอร์ดัมเพราะเป็นเมืองฝั่งเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก จะเป็นประเทศฝั่งที่มีคุณภาพชีวิตดีมาก ดีแบบว่าไม่มีอาชญากร ไม่มีเรื่องการเมืองวุ่นวาย ทุกอย่างจะเพอร์เฟ็กต์ แต่ส่วนตัวเราแล้วแม้จะโดนฉกโทรศัพท์ที่ปารีส ก็ยังรู้สึกชอบปารีสอยู่ดี ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเมืองอัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองใหม่ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ แต่กับปารีสเรารู้สึกว่าผู้คนมีวัฒนธรรม เขายังยึดติดกับวิถีบางอย่าง เหมือนคนอีสานที่ชอบกินส้มตำ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนเขาก็ยังชอบกินส้มตำ ซึ่งคนปารีสเป็นแบบนั้น เขาจะมีความ nice ในขณะเดียวกันก็มีความ bullshit เล็กน้อย แต่ปารีสก็ยังเป็นปารีส เรารู้สึกว่านี่แหละคือความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์มีทั้งด้านดีและไม่ดี มีอารมณ์เสีย มีอารมณ์ดี มีความละมุนน่ารัก หล่อหลอมทำให้เป็นปารีสได้”

Happiness of Life
“พอเริ่มมีผลงานในวงการก็เริ่มมีคนชอบ เริ่มมีคนไม่ชอบ ซึ่งเรารู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา ธรรมชาติมาก แค่ยอมรับและเข้าใจ เพราะบางทีบางอย่างเราไม่สามารถทำให้มันถูกใจใครได้หรอก ขิมค่อนข้างเข้าใจพื้นฐานชีวิตมนุษย์เลยรู้สึกว่า เออ เข้าใจมัน แล้วหาด้านที่อยู่กับมันแล้วสบายใจ อย่างทุกวันนี้รถติด ก็รถมันติดจะทำยังไงได้ บ่นใครหรือโทษอะไรไปก็เท่านั้น บ่นลงเฟซบุ๊กก็เท่านั้น รถมันติดก็ต้องทำใจ เอ๊ะ หรือแค่เราตื่นเช้าขึ้นสักหน่อย ก็โอเคแล้ว เพราะคนที่รู้สึกแย่มันไม่ใช่คนที่เราจะไปโทษนะ เพราะมันไม่มีใครให้โทษ แต่คนรู้สึกแย่คือตัวเราเอง ดังนั้นแทนที่จะไปบ่นโน่น บ่นนี่ โทษโน่น โทษนี่ ก็ลองหาวิธีที่เราจะอยู่กับมันได้และสบายใจสิ ทางที่อยู่กับมันแล้วชีวิตเราจะมีความสุขขึ้น”

Understanding People
“การเที่ยวต่างประเทศอาจจะไม่ได้มีส่วนทำให้เรามีความคิดเป็นผู้ใหญ่ แต่จะมีส่วนในเรื่องของการเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนรอบข้าง บางทีเราเห็นผู้คนในประเทศอื่น สังเกตว่าทำไมเขาอยู่กันแบบนี้แบบนั้น แค่ใช้ชีวิตง่ายๆ เขาก็โอเคแล้วมันทำให้เราได้กลับมาคิดต่อว่า ที่เขาเป็นแบบนั้นเพราะอะไร มันทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ วัฒนธรรมใหม่ๆ ซึ่งส่งผลต่อไปยังแรงบันดาลใจในการทำงานที่จะนำมาใช้กับงานด้านศิลปะของเรา”

Favorite Film
“ตอบยากนะ จริงๆ ไม่ได้มีแนวไหนที่ชอบเป็นพิเศษ แต่เราเฉยๆ กับหนังแอ็กชั่น เป็นสไตล์ผู้หญิงทั่วไปที่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องยิงกันตลอดเรื่อง (หัวเราะ) เราเป็นคนชอบหนังละมุน ภาพสวย mood & tone ดี ดูแล้วพาให้เราบันเทิง ดูได้เรื่อยๆ บางคนอาจจะชอบดูหนังอินดี้เงียบๆ แต่เงียบไปบางทีก็หลับนะ แต่ถ้าเป็นหนังสวยๆ มีมุกสนุกๆ ก็โอเคเลย ถ้าต้องเลือกสักเรื่องตอนนี้ที่นึกออกก็เป็น Annie Hall ชอบเพราะว่ามันสามารถลบคำสบประมาทว่า หนังพูดมักน่าเบื่อ บางทีพูดเยอะๆ พูดทั้งเรื่อง แต่บทไม่ดี ก็ทำให้หลับได้เหมือนกัน แต่กับเรื่องนี้เราอยากฟังอยากรู้ว่าตัวละครจะพูดอะไรต่อไป แล้วก็มีด้านละมุนดำเนินเรื่องไปอย่างน่ารักๆ ด้วย”

Idea of Love
“ถ้าเป็นเรื่องความรักในอุดมคติ เราก็มีนะแต่เป็นตอนเด็กๆ มีเยอะเลย (หัวเราะ) เราเชื่อว่าทุกคนมีสเป็กในใจ แต่ว่าสเป็กเหล่านั้นจะค่อยๆหายไปเมื่อเราโตขึ้น เมื่อเราเข้าใจโลก เจอประสบการณ์และเหตุการณ์ชีวิตมากมาย เราว่าทุกคนก็คงอยากได้ผู้ชายนิสัยดี น่ารัก อบอุ่น แต่พอเราเรียนรู้เยอะๆ เราจะเริ่มรู้สึกว่าแค่คุยกันรู้เรื่องก็พอแล้ว คุยกันรู้เรื่องในที่นี้ไม่จำเป็นว่าเราต้องเหมือนกัน ต้องชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกัน ฟังเพลงแนวเดียวกัน ต่างกันก็ได้ แต่ถ้าคุยกันรู้เรื่อง ชอบที่จะแชร์ให้กันแล้วรับฟังกันและกันทั้งสองฝ่าย เราว่าอันนั้นคือสิ่งสำคัญ นี่คือความหมายของคำว่าเข้าใจกัน คุยกันรู้เรื่อง มันค่อนข้างสำคัญนะเพราะบางทีเราก็เจอที่ไลฟ์สไตล์เหมือนกันทุกอย่าง แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง มันกลายเป็นว่ามาตรฐานเท่ากัน ทุกคนต่างไม่ยอมกัน มันก็จะไม่เวิร์กในความสัมพันธ์นั้น บางทีบางอย่างมันต้องคนละครึ่งก้าว คนละครึ่งทางนะ มาหากันเท่านี้เท่านั้น จะทำให้ไปต่อได้ง่าย”

Secret of Love
“สิ่งหนึ่งที่เราคิดว่ามันจะทำให้ความสัมพันธ์อยู่ได้คือ การถอยห่าง นั่นคือเมื่อคนหนึ่งรุกอีกคนต้องเป็นฝ่ายถอย มันคือความสมดุลในความสัมพันธ์ที่เราจะต้องรับรู้ว่า โอเค เราต้องผ่อนตรงนี้นะ ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี และความเข้าใจกัน พื้นที่ ระยะห่างระหว่างกัน ความพอดีในการใช้ชีวิตทุกอย่าง มันค่อนข้างสำคัญ”
The Best Lesson
“จากการทำงานตรงนี้ เราได้เรียนรู้ว่า จิตสำนึกพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญ ทุกคนมักให้ความสำคัญในรายละเอียดด้านอื่นๆ แต่มักจะลืมสิ่งเล็กๆ น้อยๆ คือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความเคารพ การตรงต่อเวลา ซึ่งคนเรามักจะลืมมันไป ขิมเลยรู้สึกว่า ทำไมคนที่สามารถคิดงานได้มากมาย กลับละเลยเรื่องง่ายๆ อย่างการให้เกียรติกันและกันในสังคม หรือการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน การให้เกียรติในหน้าที่การงาน ทุกคนมักลืมมันไป ซึ่งขิมให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นส่วนที่ทำให้รายละเอียดทุกอย่างมันดีขึ้น ถ้าเราลืมเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ เรื่องใหญ่เราก็มีสิทธิ์ที่จะลืมแน่นอน”

Work vs Study
“ในการทำงานจะค่อนข้างแตกต่างกับการเรียนมาก พอเราใช้ชีวิตในโลกข้างนอกแล้ว การกลับไปข้างในชีวิตมหาวิทยาลัยเลยกลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย เหมือนทำการบ้านได้โจทย์มาเราก็ทำ แต่โลกการทำงานข้างนอก ไม่ใช่เราคนเดียวที่ทำ ทุกคนต้องทำ ซึ่งเราต้องฟังทุกคน และทุกคนก็ฟังเราด้วย เพราะเราทำงานร่วมกัน แม้ว่าเราจะเป็นแบบ เป็นตัวแสดง เราเองก็ต้องปฏิบัติกับทุกคนให้เท่าเทียม คุยกันให้ละเอียดว่าสิ่งที่จะทำเป็นอย่างไร ไม่เหมือนงานในมหาวิทยาลัยที่ถ้าเพื่อนคนนี้ไม่ทำ ก็มีอีกคนทำ เราไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ มันไม่ใช่อย่างนั้น การทำงานในชีวิตจริงทุกคนต้องทำและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่างเราเป็นนักแสดงก็ต้องทำการบ้านเตรียมตัวมาให้ดี เพราะมาถึงหน้างานแล้วเราทำพลาดก็ส่งผลถึงกันหมด”

The Next Chapter
“ผลงานโฆษณาก็ยังมีมาเรื่อยๆ และช่วงปลายปีกำลังจะมีหนังใหญ่จากค่าย Talent One เป็นหนังเรื่องเกี่ยวกับความรักและ Coming of Age เรื่องราวรักใสๆ แต่มีกิมมิกอย่างความเป็นแฟนตาซีซ่อนอยู่ ซึ่งอาจจะขัดกับลุคขิมมาก เรารับบทเป็นนักบอลด้วย (ยิ้ม) แต่สนุกดีนะที่ได้ทำอะไรที่ขัดกับลุคบ้าง เรียกได้ว่าเป็นงานที่ท้าทายเหมือนกัน”
เรื่อง : นภษร ศรีวิลาศ, พิมพ์อร นทกุล
ภาพ : พาณุวัฒน์ เงินพจน์

ขอบคุณสถานที่ ร้าน Spoon & Straw อารีย์ซอย 2
เสื้อผ้าจาก Instagram : @Brownishstore
กำลังโหลดความคิดเห็น...