xs
xsm
sm
md
lg

ไล่ฆ่าข้อมูลความเชื่อผิดๆ คือหน้าที่ของเรา ‘หมอแล็บแพนด้า’

เผยแพร่:   โดย: Marsmag


ไล่ฆ่าข้อมูลความเชื่อผิดๆ คือหน้าที่ของเรา ‘หมอแล็บแพนด้า’

ท่ามกลางยุทธภพเพจทั้งหลายในโลกออนไลน์นั้น ได้ปรากฏว่ามีเพจหนึ่งอุบัติขึ้นโดยมีชายหนุ่มรูปร่างสันทัดในชุดกาวน์ผู้มีแววตา เอ้ย! ขอบตาดำทะมึนเป็นปื้นเหมือนคนอดนอนมาแรมปี เฝ้าคอยบอกเล่าสาระความรู้ทางการแพทย์ให้ชาวบ้านเข้าใจ และปราบเหล่าข้อมูลเถื่อนทางการแพทย์ทั้งหลายให้สิ้นซาก เขาผู้นั้นคือผู้ก่อตั้งเพจ ‘หมอแล็บแพนด้า’ ซึ่งมีคนติดตามกว่า 2.5 แสนคน บุรุษผู้มีนามว่า ‘ทนพ. ภาคภูมิ เดชหัสดิน’

ก่อนจะไปว่ากันเรื่องเพจ ถามนิดนึงว่านักเทคนิคการแพทย์คืออะไร?

เป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญมากแต่ถูกข้ามขั้นตอนไปเลย เพราะประชาชนจะไม่เห็น เวลาเราไปโรงพยาบาล เราไปเจาะเลือด คนที่เราติดต่อด้วยคือคนเจาะเลือด เราก็จะไปรอ สักพักหมอก็จะเรียกตัวเราไปฟังรายงานว่าผลเลือดเป็นยังไง แล้วให้ไปรับยาต่อ ดังนั้นสิ่งที่คนจะเห็นคือพยาบาลที่เจาะเลือด แพทย์ที่มาบอกผล และเภสัชกรที่จ่ายยา แต่เราไม่รู้ว่าเลือดที่ถูกเจาะจะไปหาเทคนิคการแพทย์ในห้อง Lab นักเทคนิคการแพทย์จะเป็นคนตรวจทุกอย่างตามที่แพทย์ request มาว่า ต้องการตรวจอะไร เช่น เบาหวาน ปรสิต หรือเชื้ออะไร ดังนั้นเทคนิคการแพทย์ไม่มีสิทธิ์จะพลาด หรือความผิดพลาดต้องเป็นศูนย์ เพราะเป็นงานที่ละเอียดมาก โดยเฉพาะงานธนาคารเลือด ถ้าให้เลือดผิดคนเป็นการผิดพลาดอย่างสูง ดังนั้นนักเทคนิคการแพทย์ที่ทำงานในธนาคารเลือด ขาข้างหนึ่งเหมือนเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว จะเห็นว่านักเทคนิคการแพทย์มีความสำคัญ แต่หายไปจากระบบ ดังนั้นเราต้อง present ตัวเองออกมา จึงเป็นที่มาของการทำเพจหมอแล็บ

แล้วเพจ ‘หมอแล็บแพนด้า’ มีความเป็นมาเป็นไปยังไง?

เริ่มตั้งแต่ประมาณปี 2013 จุดประสงค์แรกคืออยากให้คนรู้จักวิชาชีพของเรา คนที่อยู่มาเก่าก่อนแม้จะมีสมาคมเทคนิคการแพทย์และสภาเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย แต่การดำเนินการขับเคลื่อนให้ประชาชนรู้จักกลับเป็นไปได้ช้า และไม่เป็นรูปธรรม ผมจึงคิดว่าทำไมเราไม่ออกมาบอกเลยว่าสิ่งที่อยู่ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นห้องที่ซ่อนอยู่ในทุกโรงพยาบาลเพื่อตรวจเลือดนั้นจะมีนักเทคนิคการแพทย์ บางโรงพยาบาลเขียนว่าห้องปฏิบัติการชันสูตร ห้องปฏิบัติการทางเทคนิคการแพทย์ หรือห้องปฏิบัติการทางพยาธิ

ระยะแรกผมต้องการให้คำว่านักเทคนิคการแพทย์อยู่ใน Social แรกๆ ผมอัดพวกความรู้เยอะแล้วแทรกคำว่าเทคนิคการแพทย์ไปเยอะๆ แต่คนที่มากด like ไม่เติบโต ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางด้านการแพทย์ ซึ่งอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน และ 80% เป็นนักเทคนิคการแพทย์ด้วยกันเอง แต่เป้าหมายใหญ่ของเราต้องการเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชน ดังนั้นเราจึงนำเสนอ content ที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด เช่นโพสต์เกี่ยวกับการให้เลือด เวลาเราดูละครที่มีการให้เลือดแล้วมีการต่อสายเลือดจากอีกคนไปอีกคนเลย ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่ มันขาดหายไปตรงเทคนิคการแพทย์ ซึ่งก่อนจะให้เลือดต้องเอาหลอดเลือดของแต่ละคนมาทดสอบในห้องปฏิบัติการว่าเลือดของแต่ละคนเข้ากันได้หรือไม่ เพราะแม้ว่า group เดียวกันก็ไม่ใช่ว่าจะเข้ากันได้เสมอ อาจจะมีปฏิกิริยาบางอย่างที่ต่อต้านกัน แล้วตรวจหาการติดเชื้อต่างๆ ดังนั้นกระแสในละครจึงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย

ประเด็นไหนที่เราให้ข้อมูลไปแล้วทำให้สังคมกลับมาคิดมากที่สุด?

เรื่องการนำเครื่องมือที่ใช้ตรวจโรคมาหลอก เช่นการเจาะเลือดแล้วหลอกขายอาหารเสริม ให้ลองส่องกล้องจุลทรรศน์ดูว่าในเลือดของคุณมีสารพิษต้องทำการกินอาหารเสริมหรือล้างพิษ ในส่วนนี้คือวิธีการผิดพลาด เป็นการบ่อนทำลายวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ซึ่งเราจะยอมไม่ได้ที่จะให้พวกนี้มาหลอกประชาชน ทำให้ประชาชนเสียเงินเป็นแสน โดยเฉพาะพวกคลินิกเสริมความงามที่มาเปิดในโรงพยาบาล ทำให้คนคิดน่าจะปลอดภัยแต่กลับโดนหลอก

ฉะนั้นใครจะคุ้มครองประชาชน แล้วคนที่จะมาคุ้มครองประชาชนแสดงว่าคนคนนั้นต้องไม่เกรงกลัวต่อผลกระทบใดๆ ทั้งชีวิตตนเอง ครอบครัว สังคม เราจึงต้องลงมือด้วยตัวเราเอง ถามว่าทำไมถึงกล้า? เพราะเรายึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักและปรึกษากับคุณแม่แล้ว คุณแม่ผมเป็นครูและเป็นครูดีเด่นระดับชาติ เป็นต้นแบบในการทำความดีของผม
ทุกคนต้องตาย แต่ควรตายไปกับความกล้า อย่าปล่อยไปเพราะไม่ใช่เรื่องของเรา ต้องมีคนคนนั้นที่ไม่เกรงกลัวต่ออะไร ต่อความผิด ต่อสิ่งชั่วร้าย คนในสังคมตอนนี้เห็นแก่ตัวเองเป็นหลัก ไม่มีใครกล้า มีแต่คนกลัว ดังนั้นเราอย่าไปกลัว ซึ่งเป็นผลดีต่ออนาคตให้คนรุ่นหลังได้เห็นเป็นแบบแผนว่ามีรุ่นพี่เคยทำสิ่งดีๆ ให้คนหมู่มาก

ความเชื่อในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องการแพทย์อะไรที่คิดว่าน่ากลัวที่สุด?

เรื่องการแชร์เกี่ยวกับการรักษาโรคโดยที่ไม่ไปหาหมอ เช่น การกินมะนาวโซดาเพื่อรักษามะเร็ง มีเพื่อนผมกินจนเสียชีวิตแทนที่จะไปรักษาด้วยการให้คีโม ซึ่งการรักษาเป็นหน้าที่ของแพทย์ หรือเรื่องการดื่มปัสสาวะซึ่งเป็นของเสียของร่างกายที่มีทั้งปรสิตและแบคทีเรีย แต่ไปอ้างว่าการกินกลับเข้าไปจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันเปรียบเหมือนการฉีดวัคซีน การเอาความเชื่อที่ส่งต่อกันมาใช้รักษาโรคเป็นสิ่งที่น่ากลัว ซึ่งถ้าเราไม่อ่านวิจัยเราก็จะไม่รู้เลย เช่นการลวกช้อนในหม้อหุงข้าว แทนที่จะฆ่าเชื้อกลับเป็นการเพิ่มเชื้อ เพราะเชื้อโรคไม่ตาย แต่กลับทำให้มันปรับตัวแล้วพัฒนาในหม้อนั้นและมีความแข็งแกร่งขึ้น ก่อนจุ่มช้อนมีเชื้ออยู่ 300 ตัว แต่พอไปจุ่มกลับเพิ่มเป็น 600 ตัว นี่เป็นความเชื่อว่าน้ำร้อนเป็นการฆ่าเชื้อ แต่ความจริงแล้วต้องเป็นน้ำที่ร้อนพอ (100 องศาเซลเซียส) และจุ่มนานเป็น 10 นาที แต่ก็ไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคทั้งหมดเพราะฆ่าสปอร์ไม่ได้ แบบนี้เป็นความเชื่อแบบผิดๆ ที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วย

หรือเรื่องครีมที่ผสมทองคำเปลว ทำให้ผิวบริสุทธิ์ ความจริงแล้วทองคำเป็นโมเลกุลใหญ่ ไม่สามารถซึมเข้าผิวได้ แม้ว่าจะมาผสมในครีมก็เป็นเพียงการเพิ่มมูลค่าของครีมเฉยๆ ไม่สามารถซึมผ่านเข้าผิวได้ การจะทำให้ซึมเข้าได้มีกรณีเดียวคือเอาไปเข้าห้องทดลองแล้วทำให้สังเคราะห์มาใหม่ในระดับนาโนเมตร คือทำให้เล็กที่สุด (Nano technology) แล้วเอาเข้าไปในเซลล์ แต่ก็มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าการเอาทองคำที่มีอนุภาคเล็กๆ เข้าเซลล์เนื้อเยื่อและเลือดต่างๆ ปรากฏว่าส่วนใหญ่เซลล์ตาย นั่นคือทองคำเข้ากับเซลล์ไม่ได้ ต้องมีเทคโนโลยีสูงให้มันเข้าได้ การที่เป็นประโยชน์กลับเป็นโทษ ดังนั้นผู้ขายที่อ้างว่าทองคำในครีมทำให้ผิวขาว การที่ผิวขาวขึ้นได้ไม่ได้มาจากทองคำแต่เป็นจากสารตัวอื่นในครีม ทองคำเป็นแค่ตัวที่เพิ่มมูลค่า

อยากแนะนำประชาชนอย่างไรให้อยู่กับข้อมูลข่าวสารหรือความเชื่อในสังคมออนไลน์อย่างมีสติ?

ในสังคมออนไลน์มีทั้งข่าวสารที่ดีและไม่ดี เราต้องเลือกที่จะเสพ เราต้องหาข้อมูลจากเพจหลักๆ ที่เชื่อถือได้ที่ให้ความรู้โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไร อย่างเพจของศาสตราจารย์ต่างๆ ที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ เช่น อ.เจษฎา (เพจJessadaDenduangboripant) หรือเพจ Drama-Addict  ซึ่งความจริงเราปรึกษากันหลังไมค์ เป็นการ Recheck กัน อย่างน้อยถ้าประชาชนติดตามจากเพจเหล่านี้ให้มั่นใจได้เลยว่าเป็นข้อมูลที่มาจากงานวิจัย แล้วเรากล้ายืนยันได้เลยว่าส่วนใหญ่ที่เชื่อกัน ประมาณ 80% เป็นเรื่องไม่จริง ให้ข้อมูลไม่ครบ

สุดท้ายแล้วอยากฝากอะไรถึงคนที่เข้ามาเป็นลูกเพจเรา?
 
ขอบคุณที่ให้เกียรติมากดไลค์เพจซึ่งเป็นเพจเทคนิคการแพทย์ เป็นวิชาชิพที่ก่อนหน้านี้ไร้ตัวตน ขอบคุณลูกเพจที่พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่จะสื่อ เป้าหมายของเพจเราคือประชาชนต้องได้ประโยชน์อย่างไม่รู้ตัว ผมจะยืนหยัดในการทำความดีต่อไป โดยไม่ได้เกรงกลัวว่าจะต้องปะทะกับกลุ่มอิทธิพลใดๆ ผมบริสุทธิ์ใจที่จะนำความรู้ไปบอกกับประชาชน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่คุ้มครองประชาชน ในเรื่องที่ประชาชนถูกหลอกลวงหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ ให้ช่วยเข้ามาดูด้วย เพราะองค์กรเหล่านี้จะต้องมีบทบาทสำคัญในการกำหนดบทลงโทษหรือมีการบังคับใช้กฎหมายหรือข้อบังคับนั้นอย่างจริงจัง ไม่ใช่ให้ ทนพ.ภาคภูมิต่อสู้อยู่เพียงลำพัง แล้วคนดีก็จะไม่มีที่อยู่


เรื่อง : PAN
ภาพ : พาณุวัฒน์ เงินพจน์
กำลังโหลดความคิดเห็น...