xs
xsm
sm
md
lg

‘ไข้เลือดออก’ มัจจุราชเงียบ ตายได้หากไม่ระวัง

เผยแพร่:   โดย: Marsmag

ช่วงนี้สังคมไทยคงเริ่มตระหนักถึงความร้ายแรงของ ‘โรคไข้เลือดออก’ หลังพระเอกหนุ่ม ปอ - ทฤษฎี สหวงษ์ ป่วยขั้นวิกฤติด้วยโรคดังกล่าว ถึงขนาดมีรายงานว่าต้องปั๊มหัวใจยื้อชีวิตกันเลยทีเดียว ซึ่ง mars ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านพ้นคืนวันร้ายๆ กลับมาสุขภาพแข็งแรงโดยเร็ว

คำถามคือไข้เลือดออกมีความรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้เลยหรือ..? ตรงนี้ลองมาค่อยๆ ไล่ดูกัน

โดยทั่วไปเรามักคิดว่าโรคดังกล่าวเกิดขึ้น และมีอาการรุนแรงในกลุ่มเด็กเล็ก เนื่องจากภูมิต้านทานต่ำ อีกทั้งพฤติกรรมนอนกลางวันจึงกลายเป็นเป้านิ่งสำหรับยุงลายพาหะนำโรค แต่แท้จริงมันสำแดงอาการรุนแรงได้ในทุกช่วงวัย ในระยะเวลา 10 ปีมานี้พบการระบาดมากขึ้นจนน่ากลัว ดังตัวเลขจาก ระบบจากฐานข้อมูลด้านสังคมและคุณภาพชีวิต สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุใน พ.ศ. 2557 ในช่วง ไตรมาส1 ถึง 2 มีจำนวนผู้ป่วย 4,953 และ 8,222 ตามลำดับ ส่วน พ.ศ.2558 ไตรมาส1 มีผู้ป่วย 7,493 ส่วนไตรมาส 2 จำนวนพุ่งสูงถึง 24,581 หรือราว 3 เท่าจากปีก่อนหน้า 

ทุกปีกว่า 50 ล้านคนในประเทศเสี่ยงทั่วโลกมีการติดเชื้อนี้ จากจำนวนผู้ป่วยที่ต้องหามส่งโรงพยาบาลราว 5 แสนรายต่อปีมีราว 2.5 เปอร์เซ็นต์เสียชีวิต และอาจพุ่งสูงถึงร้อยละ 20 หากไม่ได้รับการรักษาตามมาตรฐาน 
นอกจากคำว่า ‘ไข้เลือดออก’ เวลานี้จะได้ยินคำว่า ‘แดงกี’ (Dengue virus) ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นคำเรียกเจ้าไวรัสตัวการร้ายใช้ยุงลายตัวเมียเป็นพาหะ แฝงตัวอยู่ในกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง ผลคือเชื้อฝังอยู่ในร่างกายมนุษย์แสดงอาการได้หลายแบบ ตั้งแต่เพียงมีไข้ ผื่นขึ้น มีไข้สูง ปวดศีรษะ กล้ามเนื้อ ตัว กระบอกตา เบื่ออาหาร หน้าแดง ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย โดยทั่วไปจะมีไข้สูงเฉียบพลันประมาณ 2 - 7 วัน กล่าวคือความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นกับอายุ ภาวะภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของเชื้อ มีข้อบ่งชี้ที่แพทย์ใช้สนับสนุนว่าป่วยด้วยไข้เลือดออกคือ ตับโต และเกล็ดเลือดต่ำ

อาการอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ถูกเรียกว่าไข้เลือดออกคือมีจุดเลือดสีแดงตามลำตัว แขนขา อาจเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน ถ่ายอุจาระมีสีดำเนื่องจากเลือดออกในทางเดินอาหาร ส่วนรายที่มีความรุนแรงอาจถึงขั้นช็อค และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ข้อสำคัญต้องเน้นย้ำกันคือยาลดไข้ไม่ได้ช่วยรักษา และทำให้ระยะเวลาที่เป็นไข้ลดลง มิหนำซ้ำการใช้ยาไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

เรื่องการรักษา ณ เวลานี้ ยังไม่มียาเฉพาะโรค ทำได้เพียงดูแลตามอาการ ประคับประคองอย่างใกล้ชิด ส่วนวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกก็ยังอยู่ในช่วงการพัฒนา ดังนั้นวิธีต่อสู้กับไข้เลือดออกได้ดีที่สุด คือต้องป้องกันตนเอง ด้วยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อย่าปล่อยให้มีน้ำขังในภาชนะที่ไม่ได้ใช้งาน ขยะต่างๆ เช่น กะลา ยางรถยนต์ บรรจุภัณฑ์ ปิดฝาโอ่ง ถัง แท็งก์น้ำ อยู่เสมอ รวมถึงเลี้ยงปลาในแหล่งที่น้ำไม่ได้มีไว้บริโภคเพื่อกินลูกน้ำ หรือใส่สารเคมีประเภท ทรายอะเบท (Abate Sand Granules) สำหรับกำจัดลูกน้ำ
เรียบเรียงข้อมูลจาก
siamhealth.net

ระบบจากฐานข้อมูลด้านสังคมและคุณภาพชีวิต social.nesdb.go.th
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
กำลังโหลดความคิดเห็น...