xs
xsm
sm
md
lg

บัลเลต์ด้วยมอเตอร์ไซค์ไปกับ ‘Stunt Riders’

เผยแพร่:   โดย: Marsmag


พูดถึงกีฬา extreme ชนิดหนึ่งที่ไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนักในบ้านเราก็คือ Motorcycle Stunt Riding หรือ การขี่มอเตอร์ไซค์ผาดโผน (บนทางเรียบ) ที่ต้องวงเล็บไว้เพราะการขี่มอเตอร์ไซค์ผาดโผนนั้น ถ้าพูดในภาพกว้างๆ ก็จะมีทั้งกระโดดเนินเล่นท่า หรือแบบไต่ถังที่เราคุ้นๆ กัน แต่ที่จะพูดถึงในครั้งนี้ก็คือ การขี่มอเตอร์ไซค์หมุนวนด้วยล้อเดียว การปล่อยมือทรงตัวเล่นท่าขณะรถวิ่ง หรือแม้แต่การยกล้อหลังโชว์ ซึ่งต้องทำกันบนทางเรียบ มองดูคล้ายๆ การบัลเลต์ด้วยมอเตอร์ไซค์

Thailand Stunt Riders

จริงๆ แล้ว Motorcycle Stunt Riding ถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั่วโลกว่ามันสะใจและวัดความเก๋าของผู้เล่นไม่แพ้กีฬา extreme ประเภทอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะต้องกล้าวัดใจแล้ว ทักษะต้องแน่นปึ้กถึงจะเล่นท่วงท่าให้ออกมาได้อย่างพลิ้วไหว
บี-โสภณ อัศวพลชัย นักกีฬารุ่นบุกเบิก ซึ่งปัจจุบันเป็นสตันต์ไบเกอร์แถวหน้าของเมืองไทย แถมยังเป็นโค้ชให้น้องๆ รุ่นใหม่ เล่าให้ฟังว่า กีฬาชนิดนี้เข้ามาในเมืองไทยเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว โดยพวกเขาเริ่มจากนำรถเล็กๆ ซีซีต่ำๆ อย่าง Kawasaki รุ่น KSR มาฝึกหัดเล่นกันเองโดยศึกษาจากวีดิโอของเมืองนอก เมื่อชำนาญมากขึ้นก็ขยับมาเล่นรุ่นใหญ่อย่างบิ๊กไบค์ ซึ่งก็ต้องดัดแปลงรถและศึกษาท่วงท่าการเล่นจากวีดิโอของเมืองนอกอีกเช่นกัน จนระยะหลังๆ เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น และทักษะจากรุ่นพี่ก็ถูกถ่ายทอดไปยังรุ่นน้องๆ อย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดการแข่งขันขึ้นในบ้านเราหลากหลายรายการ จนในที่สุดก็มีคนเก่งๆ ขยับไปแข่งขันในระดับอาเซียน ซึ่งล่าสุดนั้นสตันต์หนุ่มไทยก็ประกาศศักดาไปคว้าอันดับ 3 มาได้สำเร็จ จากรายการ Asean Stunt Day ประเทศอินโดนีเซีย (21-23 สิงหาคม 2558)
บีเล่าว่าข้อดีของกีฬาชนิดนี้ก็คือ 1.เป็นการฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง 2.ได้ฝึกสมาธิ และ 3.คนเล่นยังมีรายได้เข้ากระเป๋าจากการโชว์ในงานต่างๆ และในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะมีการผลักดันให้ยกระดับจดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬาเพื่อรองรับกลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่ให้เติบโตขึ้นอย่างเป็นระบบ

How to be Stunt Riders

เราแวะไปงานมอเตอร์ไซค์สตันต์โชว์การกุศลที่มีชื่อว่า ‘Stunt Around...เปิดหมวก ปล่อยแสง’ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารายได้ช่วยสถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพปากเกร็ด นนทบุรี ณ เอเชียทีค เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็ได้เห็นเหล่าสตันต์ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ออกวาดลวดลายสุดมันให้ผู้เข้าชมชม ซึ่งงานนี้นอกจากจะเป็นการรวมพลมือสตันต์ทั่วฟ้าเมืองไทยแล้ว ยังกระตุ้นให้เยาวชนหันมาสนใจเล่นกีฬาประเภทนี้อย่างสร้างสรรค์
หลายคนมีคำถามว่า มีรถแล้วอยากเล่นบ้างต้องทำอย่างไร? เราขอเรียบเรียงไว้เป็นข้อๆ ดังนี้

อันตรายหรือไม่?
มอเตอร์ไซค์สตันต์ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากและเล่นในพื้นที่ปิด ดังนั้นหากจะเกิดอันตรายก็จะมาจากการล้ม ซึ่งแน่นอนว่ารถและตัวผู้เล่นต้องมีอุปกรณ์ป้องกันอยู่แล้ว เหตุการณ์เช่นนี้จึงเรียกได้ว่าปลอดภัยในระดับที่มั่นใจได้

เริ่มยังไง?
เริ่มแรกให้ศึกษาข้อมูลการเล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้จากสื่อต่างๆ หรือทางที่ดีเข้าร่วมกลุ่มกับสตันต์มือเก่าซึ่งมีอยู่ทุกภาคของเมืองไทย พวกเขาพร้อมจะถ่ายทอดเทคนิคการเล่นต่างๆ ให้คุณอย่างไม่มีกั๊ก

ใช้รถอะไร?
มือสตันต์เก๋าๆ แนะนำเป็นอย่างยิ่งว่าให้คุณเริ่มต้นจากรถซีซีต่ำ เพราะสามารถควบคุมได้ง่าย เมื่อคล่องตัวแล้วค่อยๆ ขยับขนาดขึ้นไป เพราะหากเริ่มจากรถบิ๊กไบค์ด้วยทักษะที่ยังไม่พร้อม อาจจะบาดเจ็บจนขยาดก่อนเก่งก็เป็นได้

ปรับแต่งรถยุ่งยากไหม?
การปรับแต่งรถมีไม่กี่จุด โดยหลักๆ จะอยู่ที่บาร์กันล้ม, บาร์เหยียบด้านหลัง, บาร์กันหงายหลัง, เพิ่มเบรกมือ, เปลี่ยนสเตอร์หลังให้ใหญ่ขึ้น, เว้าถังน้ำมันเพื่อรองรับการนั่ง, ปรับรอบคันเร่ง, ตั้งความหนืดในการเลี้ยวของแผงหน้ารถ นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นเรื่องความสวยงามตามแต่รสนิยม

เปลืองเงินไหม?
เทียบกับกีฬามอเตอร์สปอร์ตอื่นๆ แล้ว การขี่สตันต์ถือว่าประหยัดกว่า เพราะรถที่ใช้จะถูกเซ็ตมาเพื่อความคล่องตัวในการเล่นและความปลอดภัยโดยไม่แตะต้องเครื่องยนต์ ซึ่งประหยัดกว่าแน่นอน

อายุเท่าไหร่ถึงเล่นได้?
ในประเทศไทยตอนนี้มีเด็กอายุ 10 ขวบสามารถขี่สตันต์ท่าพื้นฐานได้แล้ว ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องอายุ อยู่ที่ร่างกายและหัวใจว่าพร้อมแค่ไหนมากกว่า

ฝึกนานไหมกว่าจะคล่อง?
เหมือนกับกีฬาหลายประเภทที่ต้องไล่สเต็ปจากพื้นฐานจนชำนาญก่อนค่อยมาสู่ขั้นพลิกแพลง แต่โดยรวมๆ หากหมั่นฝึกซ้อมก็สามารถเล่นได้อย่างคล่องแคล่วด้วยระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี

เล่นแล้วต่อยอดได้ไหม?
ถ้าพูดในแง่ของการแข่งขัน ในบ้านเราตอนนี้มีรายการแข่งอยู่ 7-8 รายการต่อปี ส่วนเมืองนอกนั้นมีมากเกินนับทั้งในระดับเอเชียและยุโรป ขึ้นอยู่กับว่าคุณพัฒนาศักยภาพได้แค่ไหน ส่วนในเรื่องงานโชว์นั้นตอนนี้ถือได้ว่ากำลังชุกและเป็นที่ต้องการของผู้จัดอีเวนต์และงานบันเทิงด้านต่างๆ

เล่นได้กี่ท่า?
พูดให้ละเอียดถือว่าเยอะมาก แต่หลักๆ จะอยู่ใน 4 สายการเล่น 1.Wheelie (การยกล้อหน้าแล้วทำท่าทางต่างๆ) 2.Stoppie (การขี่รถแล้วยกล้อหลังทำท่าทางต่างๆ) 3.Burn & Drift (การเบิร์นยางและดริฟต์รถให้ล้อหลังไถลแต่ยังสามารถควบคุมได้) 4.Balance (การปล่อยมือโดยไม่จับแฮนด์บาร์แต่ยังสามารถควบคุมรถและเล่นท่าทางต่างๆ ได้)

เอาล่ะ! ถ้าคุณกำลังคิดว่าชีวิตจืดชืดไร้สีสันและอยากมันกับการสตันต์มอเตอร์ไซค์แล้วละก็...เราขอแนะนำให้ลองเข้าร่วมกลุ่มที่ www.facebook.com/thailandstuntrider หรือจะคุยกับคุณบีเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองก็เข้าไปที่ www.facebook.com/beepunk.bptr แล้วจะรู้ว่าชีวิตไบเกอร์นั้นสนุกแค่ไหน

ขอขอบคุณ : ราวัน สตูดิโอ และ คุณโจ โมโตกราฟเฟอร์ ที่เอื้อเฟื้อความสะดวกในการถ่ายภาพและเก็บข้อมูล

เรื่อง : Motor Boy
ภาพ : อิศเรศน์ ช่อไสว
กำลังโหลดความคิดเห็น...