xs
xsm
sm
md
lg

ควันหลงหงส์แดงเยือนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: Marsmag


จบไปแล้วสำหรับแมตช์ ‘ทรู ซูเปอร์ โทรฟี่ 2015’ ระหว่าง ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ทรู ออลสตาร์’ โดย ‘หงส์แดง’ ประเดิมแมตช์ปรีซีซั่นนัดแรกด้วยสกอร์ขาดลอย 4-0

แม้จะเป็นแค่เกมอุ่นแข้งแต่นักเตะทั้งสองทีมก็เล่นกันได้อย่างสนุก โดยเฉพาะขุนพลของยอดทีมจากพรีเมียร์ชิพ เล่นกันได้อย่างดุดันจริงจัง แถมทีมชุดใหญ่ (ที่ลงมาในครึ่งเวลาหลัง) ยังโชว์สปิริตลงเล่นเต็มเวลาแบบไม่กลัวฟ้าฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ประทับจิตประทับใจเหล่า ‘เดอะค็อป’ ชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง

เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ จากการมาทัวร์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดแข่งใหม่ ตัวผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง อดัม บ็อกดาน, โจ โกเมซ, แดนนี่ อิงส์ ที่ได้ลงบู๊เปิดซิงในครึ่งแรก เจมส์ มิลเนอร์, ดิว็อค โอริกี้, เนธาเนียล ไคลน์ ที่สลับหน้าลงมาในครึ่งหลัง ทั้งหมดดูไม่เคอะเขินกับเครื่องแบบใหม่ แสดงออกถึงความมุ่งมั่น ดุดัน และอินเนอร์ในการเล่นไปในทิศทางที่ดี

และที่จะต้องหยิบยกมาพูดถึงคือบทบาทใหม่ของ ‘จอร์แดน เฮนเดอร์สัน’ ที่ได้รับมอบหมายให้สวมปลอกแขน ‘กัปตันทีม’ อย่างเป็นทางการ ต่อจากนักเตะระดับตำนานอย่าง ‘สตีเว่น เจอร์ราร์ด’ ช็อตที่เฮนโด้วิ่งนำลูกทีมฝ่าสายฝนลงสู่สนามราชมังคลากีฬาสถานเพื่อเริ่มเกมในครึ่งหลัง 'ซื้อใจ' เหล่าเดอะค็อปชาวไทยได้อย่างมากมาย มันแสดงออกถึงพลังของผู้นำอย่างเต็มเปี่ยม รวมไปถึงอีกหลายๆ ช็อตในสนามที่เขาแสดงออกได้เป็นอย่างดีถึงความเหมาะสมกับตำแหน่ง ‘กัปตันทีมคนใหม่’ ไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่นทุ่มเทขยับเพรสซิ่งไล่แย่งบอลตลอดเวลา และปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือ ‘หัวใจของเกมรุก’ จากลูกเปิดได้เสียสวยๆ ในหลายๆ ครั้ง รวมไปถึงลูกไขว้สุดคลาสสิกให้ ‘อดัม ลัลลาน่า’ กดประตูที่สาม และลูกเปิดเข้าหัวให้ ‘โอริกี้’ โขกประเดิมประตูแรกในสีเสื้อลิเวอร์พูล ปิดกล่องชัยชนะสี่ศูนย์พูลสวัสดิ์

พูดถึงรูปแบบการเล่น ในเกมนี้อาจชี้วัดอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากเพิ่งรวมทีมกันไม่นาน ทรงบอลและทีมเวิร์คต่างๆ ยังคงขาดๆ เกินๆ อยู่บ้างเลยออกมาไม่ได้สวยงามมากนัก แต่ด้วยคู่แข่งห่างชั้นกว่ามาก ‘เร้ดแมชชีน’ จึงผลิตสกอร์ขาดลอยได้ไม่ยาก

‘เบรนแดน ร็อดเจอร์ส’ วางหมากในครึ่งแรกเป็น 4-4-2 แบบไดมอนต์ โดยมี ‘ลาซาร์ มาโควิช’ เป็นจอมทัพ มีนักเตะยังเติร์ก ‘จอร์แดน รอสซิเตอร์’ และ ‘ชูเอา เตเซร่า’ คอยเป็นลูกหาบทำเกมรุก การขึ้นเกมส่วนใหญ่จะฝากให้กองหน้าตัวเป้า ‘ริคกี้ แลมเบิร์ต’ เป็นตัวพักบอล และใช้ความเร็วของแผงกลางและหน้าใหม่ป้ายแดง ‘แดนนี่ อิงค์’ โฉบชิงจังหวะ ซึ่งแม้แลมเบิร์ตจะดูเชื่องช้าไปหน่อย แต่ก็ขยับหาช่องและออกบอลได้เปรียบในหลายๆ ครั้ง ขณะที่มาโควิชก็แสดงออกได้ชัดเจนว่า คลาสของเขาเหนือกว่าผู้เล่นทีมสำรองมาก ส่วนอิงค์ก็มีช็อต ‘เกี่ยว หมุน กระดก ดีด’ ให้ฮือฮากันเล็กน้อย ซึ่งถ้า ‘ประทุม ชูทอง’ ไม่ยกขาหวดบอล (เฉี่ยวหางคิ้วอิงค์ไปนิดเดียว) ลูกนั้นได้ใส่สกอร์แน่นอน

มาถึงครึ่งหลังบีร็อดจ์จัดทัพใหญ่จากแอนฟิลด์ลงสนามแบบเต็มสูบ นำทัพโดย ‘กัปตันเฮนโด้’ ที่ได้ ‘เจมส์ มิลเนอร์’ แข้งใหม่จากเรือใบลงมาร่วมขับเคลื่อนเกม พร้อมเปิดตัว ‘เนธาเนียล ไคลน์’ แบ็คขวาตัวใหม่ และหอกใหม่สายพันธุ์เบลเยี่ยม ‘ดิว็อค โอริกี้’ แซมด้วยแข้งอะคาเดมี่ ‘โจ แม็คไกวร์’ ในตำแหน่งแบ็คซ้าย

รูปแบบการเล่น 4-3-3 พร้อมเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเข้าทำอย่างชัดเจน ด้วยสปีดบอลเร็วกว่าครึ่งแรกค่อนข้างเยอะ เราได้เห็นคู่กองกลางสัญชาติอังกฤษขยับไปรับบอลจาก ‘โจ อัลเลน’ และออกบอลปาดซ้ายจ่ายขวาแทงทะลุช่องอย่างว่องไว รวดเร็ว และต่อเนื่อง ขณะที่จังหวะสุดท้ายเปลี่ยนจากการให้หน้าเป้าพักบอลเป็นวิ่งทะลุเข้าช่อง สลับกับถอนตัวมาชิ่ง 1-2 ที่หน้ากรอบเขตโทษ ซึ่งโอริกี้ก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง แม้จะใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้มาซึ่งประตูแรกของเจ้าตัว

ขณะที่เกมริมเส้น แม้จะโดนพระพิรุณกลั้นแกล้ง แต่การประสานงานของ ‘จอร์แดน ไอบ์’ และ ‘เนธาเนียล ไคลน์’ ดูวูบวาบน่ากลัว และมีทิศทางที่ดี แม้ในบางทีไอบ์อาจจะดูมากจังหวะไปนิด แต่ต้องยอมรับว่าเด็กคนนี้ ‘ห้าวเกินตัว’ และมีของในตัวมากมาย เชื่อว่าปีนี้ร็อดเจอร์สจะชงเขาเป็นพิเศษ เราจะได้เห็นการเติบโตในทิศทางบวกเมื่อเขาได้รับโอกาสต่อเนื่อง และทดแทนการจากไปของ ‘ปีกหน้าเงิน’ ราฮีม สเตอริ่ง ได้อย่างสมบูรณ์แบบในเร็ววัน

ส่วนในฝั่งซ้าย ‘อดัม ลัลลาน่า’ มีเครื่องหมายการค้าที่ความฉลาดและคล่องตัว ทั้งการเคลื่อนที่ตัวเปล่า การไปกับบอล ส่งบอล และจบสกอร์ ขณะที่เจ้าหนูแม็คไกวร์ วัย 19 ปี แม้จะไม่ได้รับการทดสอบในเกมรับมากนัก แต่ก็รับผิดชอบหน้าที่ได้ดี แถมยังขยับเติมเกมรุกได้ต่อเนื่อง ขยันและมีความเร็ว มีแนวโน้มจะพัฒนาไปในทางที่ดี

มีคำถามว่า หากฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ ร็อดเจอร์สยึดแผน 4-3-3 แบบในครึ่งหลัง นักเตะตัวหลักที่ไม่ได้มาร่วมทัวร์ครั้งนี้อย่าง ‘เอ็มเร่ ชาน’ และ ‘ฟิลิปเป้ คูตินโญ่’ รวมไปถึงกองหน้าราคาแพงอย่าง ‘โรแบร์โต เฟอร์มิโน่’ จะลงเล่นตรงไหน

‘ชาน’ โดดเด่นเล่นได้ดีในบทบาท 'จอมทัพ' กับทีมชาติเยอรมนี ชุด U21 ต่างจากในสโมสรที่โดนจับเล่นเกมรับเสียเป็นส่วนใหญ่ ถึงจุดนี้แล้วพูดได้เลยว่าฝีเท้าระดับเขาไม่ควรนั่งเป็นสำรอง เพียงแต่ในสูตรนี้เขาจะได้รับโอกาสลงตรงไหน ดูแล้วตัวทำเกม 2 คน น่าจะถูกจับจองโดยมิลเนอร์และกัปตันเฮนโด้ ขณะที่หากจับลงกองกลางเกมรับคอยปัดเป่าหน้าคู่เซนเตอร์ ก็ดูจะลดทอนเซ้นส์บางอย่างของชานไป

ส่วนสองสิงห์แดนแซมบ้า หลายครั้งที่ ‘คูตี้’ แสดงให้เห็นว่าเขามีประโยชน์มหาศาลเมื่อได้ตรงตำแหน่งยอดเพชร ซึ่งสูตร 4-3-3 แบบที่เห็นในเกมนี้ จะบีบให้เขาต้องย้ายตัวไปริมเส้นลดทอนประสิทธิภาพของ ‘คิลเลอร์พาส’ อาวุธเด็ดของเจ้าตัวไปโดยปริยาย ขณะที่สไตล์การเล่นของ ‘เฟอร์มิโน่’ น่าจะโดนจับให้เล่นด้านข้าง และน่าจะใช้เวลาปรับตัวเข้ากับเกมหนักๆ สไตล์อังกฤษสักระยะ แต่เมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว ทั้งสองดูเหมาะสมกับระบบ 4-4-2 ในครึ่งแรกมากกว่า เชื่อว่าถ้าเป็นแบบนั้น เราจะได้เห็นทั้งการแทงตามช่องเทพๆ ของคูตี้ และลวดลายลาตินของเฟอร์มิโน่กับบทบาทหน้าต่ำที่มีอิสระและพร้อมผลิตสกอร์มากกว่า

ทั้งหมดเป็นการบ้านที่เฮดโค้ชอย่างบีร็อดจ์ และทีมสตาฟฟ์ชุดใหม่ ฌอน โอดริสคอลล์, เปไปจ์น ไลจ์นเดอร์ส และคนใหม่หน้าเก่า ‘น้าแม็ค’ แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ จะต้องช่วยกันหาคำตอบในช่วงปรีซีซั่นที่เหลือ ทั้งแผนการเล่นที่ลงตัว รวมไปถึงรูปแบบการขึ้นเกมที่ ‘มีทรง’ กว่าในฤดูกาลก่อน

และที่ต้องจับตามองคือ เม็ดเงิน 40 กว่าล้านปอนด์ ที่ได้จากแมนเชสเตอร์ซิตี้ ทีมงานจะเล่นแร่แปรธาตุได้ดีแค่ไหน ประสบการณ์จากการ ตำน้ำพริก ‘ซัวเรซ’ ละลายแม่น้ำ น่าจะสอนอะไรได้หลายอย่าง และทำให้สโมสรฉลาดในการใช้เงินมากขึ้น แม้ในวันนี้จะยังไม่มีบิ๊กเนมเดินเข้าสู่ทีม แต่เหล่า ‘เดอะค็อป’ ทั้งหลายก็ยังแอบหวังเบาๆ ว่า น่าจะได้นักเตะประเภท ‘สำเร็จรูป’ พร้อมใช้งานมาร่วมชายคาอีกสักคนสองคน ให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ

ถ้าเป็นเช่นนั้นพรีเมียร์ชิพฤดูกาลใหม่ ‘เด็กหงส์’ เชียร์กันใจขาด!!

ภาพประกอบ Manager Sport
กำลังโหลดความคิดเห็น...