xs
xsm
sm
md
lg

ความเชื่อ เครื่องราง ของขลัง 2015

เผยแพร่:   โดย: Marsmag


ความเชื่อไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลังไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ที่น่าแปลกคือ อยู่ดีๆ กุมารทองนุ่งโจงกระเบนที่เราคุ้นตากลายร่างเป็นตุ๊กตาฝรั่งแสนน่ารักไปเสียได้ เกิดอะไรขึ้นกับหน้าตา รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป คนบูชาเพราะความเชื่อหรือรูปลักษณ์ภายนอกกันแน่ และทำไมความเชื่อไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลังสามารถตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง คนชั้นกลางได้ ทำไมไทยจึงเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ทางความเชื่อในภูมิภาคนี้ ลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดสำหรับวัตถุมงคลคือกลุ่มประเทศไหน mars ชวนมาขุดคุ้ยหาคำตอบให้ปรากฏการณ์นี้

เราอยู่ในโลกคู่ขนานใช่หรือไม่?
ขณะที่ องค์การอวกาศยุโรป ส่งยาน Philae ลงจอดบนดาวหาง 67P
อีกมุมหนึ่งของโลก กำลังเซ่นไหว้ราหูที่โคจรย้ายราศีด้วยของดำ 8 อย่าง
ขณะที่ James Francis Cameron ขับยานดำน้ำลึก Deepsea Challenger เพื่อสำรวจโลกใต้สมุทรที่ความลึก 11,000 ฟุตเป็นครั้งแรกของโลก
คนอีกกลุ่มหนึ่ง กำลังกราบไหว้ปลารูปร่างประหลาดเพื่อขอเลขท้ายสองสามตัว
ขณะที่ Mark Zuckerberg กำลังคิดค้นโปรแกรม Facebook ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอยู่นั้น นักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่ง กำลังจุดธูปไหว้ศาลพระภูมิเพื่อให้ตัวเองสอบผ่าน
ขณะที่ Google ค้นหาคำว่า ‘วิทยาศาสตร์’ ด้วยความเร็ว 0.33 วินาที และค้นพบ 11,500,000 รายการ คำว่า ‘ของขลัง’ ก็เด้งขึ้นจากการค้นหาถึงเกือบ 2 ล้านรายการในเวลาไล่เลี่ยกัน
วันนี้แม้ ‘วิทยาศาสตร์’ ดูจะเป็นตั่วเฮียในการค้นหาคำตอบของทุกสรรพสิ่ง ประทับตราความจริงไปซะทุกอย่าง สะดวกสบายไปซะทุกเรื่อง แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดในโลกทุนนิยมที่ทุกคนอยากประสบความสำเร็จอันรวดเร็ว ภาพสลักชีวิต millionaire ในหัวเราชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นไปไม่ได้เลยกับมนุษย์เงินเดือน และหรือชนชั้นกลางสไตล์เก๋ ที่ยังคงมีกรอบเวลาทำงาน 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นเป็นวัตรปฏิบัติอยู่ 5 วันต่อสัปดาห์ ‘ไสยศาสตร์’ จึงกลายมาเป็น App สำคัญของชีวิตที่หลายคนต่างเชื่อว่าจะพาไปสู่จุดฝันได้ทันท่วงทีก่อนแก่เกินแกง
จงอย่าแปลกใจที่ วันนี้ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการส่งออกเครื่องรางของขลังมากที่สุดในแถบภูมิภาคเอเชีย!
จงอย่าแปลกใจที่ ดาราไทยและเอเชียต่างบูชาเครื่องรางของขลังกันค่อนวงการ!
จงอย่าแปลกใจที่ 90% ของผู้ใช้นวัตกรรมแห่งไสยศาสตร์คือผู้หญิงยุคใหม่!
จงอย่าแปลกใจที่ กุมารทองไทยจะหน้าตาไฉไลและดังไกลไปถึงเมืองจีน
และจงอย่าแปลกใจถ้า ไสยศาสตร์ไม่ใช่เรื่องงมงาย!

The New Look of Amulets
กุมารทองโฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม
“รอบนี้จะเน้นเรื่องความรักหรือค้าขายดีคะ” ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องพิธีกรรมของ ‘สำนักพงศาวดาร’ เราก็ได้ยินคำถามนี้ดังเข้าหูทันที พร้อมกับที่ลูกค้าสาวสวยหุ่นพิมพ์นิยมของยุคนี้ให้คำตอบว่า “เอาเรื่องเงินดีกว่า ถ้ามีเงินเดี๋ยวผู้ชายก็เข้ามาหาเอง” คำตอบที่ได้ยินทำให้เราแปลกใจเล็กๆ แต่นั่นก็ยังไม่แปลกใจเท่าที่เราเห็น กุมารทองโฉมใหม่ในรูปร่างของตุ๊กตาเด็กฝรั่งขนตางอนสุดน่ารักที่ตั้งเรียงรายอยู่ในตู้โชว์
เกิดอะไรขึ้นกับกุมารทองผมจุกนุ่งโจงกระเบนที่เราคุ้นตา ความเชื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปแล้วจริงหรือ สุดท้ายคนบูชาเครื่องรางของขลังเพราะความเชื่อหรือเพราะรูปลักษณ์ภายนอกกันแน่
และนี่คือเหตุผลที่ mars เดินทางมาสัมภาษณ์ ‘อาจารย์เทพ พงศาวดาร’ เจ้าของสำนักพงศาวดาร และเจ้าของไอเดีย ‘กุมารทองบาร์บี้’ ครั้งนี้

กว่าจะมาเป็นกุมารทองโฉมใหม่
“จริงๆ ความเชื่อเกี่ยวกับกุมารทองมีมาตั้งแต่หลายพันปีก่อน สมัยที่ขอมเรืองอำนาจ แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน จนกระทั่งเรามาเห็นอีกทีในบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งโดยตำนานขุนแผนมีตัวตนจริงๆ เป็นนักรบที่ทำกุมารทองโดยมีจุดประสงค์ดั้งเดิมคือเอาไว้ทำร้ายศัตรู หรือที่เรียกว่า ‘กุมารเพชฌฆาต’ จนมาถึงยุคของ หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม จุดประสงค์ของการทำกุมารทองเริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นทำเพื่อเอาไว้เฝ้าไร่นา ไม่ให้มีคนมาขโมยผลผลิตที่ชาวบ้านปลูก จากนั้นก็ค่อยพัฒนามาเป็นกุมารทองที่ช่วยในเรื่องค้าขายและโชคลาภ
“พอมายุคปัจจุบันที่การแข่งขันด้านค้าขายรุนแรงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายของทางอินเทอร์เน็ตที่ทุกคนขายเหมือนกันหมด เด็กรุ่นใหม่เลยต้องหาวิธีการที่จะช่วยส่งเสริมธุรกิจของตัวเอง แต่หลายคนเห็นหน้าตากุมารทองหรือพวกเครื่องรางของขลังแล้วรู้สึกว่ามันน่ากลัว บ้านฉันมีคิตตี้เต็มไปหมด ถ้าเลี้ยงกุมารก็อาจจะดูไม่เข้ากัน เพื่อนมาเห็นก็โดนล้อว่าเล่นของ คือสังคมจะมองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องงมงาย หรือบางคนแต่งตัวโก้เก๋แต่มาเลี้ยงกุมารทอง ทำให้คนอื่นมองไม่ดี มันเลยเกิดปัญหาว่าจริงๆ คนอยากบูชาแต่ไม่กล้า
“ผมเลยเกิดความคิดเอาตุ๊กตาพวกนี้มาทำเป็นกุมารทอง เพราะผู้หญิงก็ต้องคู่กับตุ๊กตา ทำให้ดูน่ารัก แต่ก็ยังใส่มวลสารอย่างดิน 7 ป่าช้า ผมผีตายโหง ผงกระดูกเด็กเข้าไป อัญเชิญครูบาอาจารย์และปลุกเสกตามแบบที่เคยทำดั้งเดิม กรรมวิธีทุกอย่างเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้น่ารักขึ้นเท่านั้น ค่อยๆ พัฒนาหน้าตามาได้ 4-5 ปี ค่อยๆ เริ่มเพนต์สี เพนต์โดยใช้แอร์บรัช เขียนหน้าตา ฝังเพชรพลอยให้สวยงาม คือ เราใส่ความเป็นศิลปะเข้าไปด้วย ราคาเริ่มต้นแบบปลุกเสกแล้วจึงอยู่ที่ 5,500-15,000 บาท เพราะมีค่าฝีมือ การเขียนยันต์ ความเป็นศิลปะรวมอยู่ในนั้นด้วย รวมถึงราคาตุ๊กตาที่เราเลือกใช้แบรนด์นำเข้าจากอเมริกา ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับว่าทำตุ๊กตาเด็กได้ดีที่สุด”

หน้าตาเปลี่ยน กลุ่มเป้าหมายก็เปลี่ยน 
“ก่อนหน้านี้คนที่เข้ามาบูชาส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายมากถึง 90% ผู้หญิงก็มีบ้างแต่ส่วนมากจะทำอาชีพค้าขาย แต่พอหน้าตาเปลี่ยนไป กลุ่มลูกค้าที่เข้ามากลายเป็นผู้หญิงถึง 99% อายุประมาณ 20-40 ปี หลักๆ จะทำอาชีพค้าขายออนไลน์ เป็นนางแบบ พริตตี้ หรืออาชีพที่ต้องใช้ความมีเสน่ห์ ต้องมีมนุษยสัมพันธ์กับคนมากๆ และปัญหาที่ทำให้คนเข้ามาบูชาเยอะที่สุดอันดับแรกคือเรื่องค้าขาย รองลงมาคือเรื่องความรัก”
จากยุคโบราณกาลสู่ยุคมนุษย์ส่งยานอวกาศไปดาวอังคาร ความเชื่อนี้ก็ยังอยู่
“ความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังจริงๆ มันเป็นเรื่องของการเสริมกำลังใจ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้คนเรามีความหวัง มีศรัทธา มีแรงอยากจะสู้กับปัญหาต่อ ซึ่งศรัทธาถ้าพูดในเชิงวิทยาศาสตร์มันก็คือจิตวิทยาอย่างหนึ่ง มันคือวิทยาศาสตร์ทางจิต เมื่อจิตพุ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ มันจะเกิดพลังบางอย่างและจะสะท้อนมาหาเรา ศรัทธาจึงก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ได้ แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องลงมือทำด้วยมันจึงจะได้ผล 
“พอมันได้ผล ความเชื่อเรื่องพวกนี้เลยไม่เคยหายไปไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความทุกข์ ตั้งแต่ผมเริ่มคลุกคลีอยู่ในวงการนี้ทำให้เห็นอย่างหนึ่งเลยว่า ยิ่งคนเรามีความทุกข์เยอะ ยิ่งเข้ามาบูชากันเยอะ มันคล้ายๆ กับมาม่าที่ถ้าเดือนไหนขายดีมาก แสดงว่าเศรษฐกิจแย่ คนต้องประหยัด แล้วที่เห็นชัดคือคนเรามักจะเห็นความทุกข์ของตัวเองใหญ่กว่าคนอื่นเสมอ หลายๆ คนที่เข้ามาหาจะชอบบอกช่วยหนูก่อนเพราะหนูทุกข์กว่า ซึ่งเรื่องพวกนี้มันก็สะท้อนความเป็นมนุษย์ได้ดีอย่างหนึ่งเหมือนกัน”

อยากบูชาต้องเตรียมตัวและเตรียมใจ
“อย่างแรกที่สุดคือ ต้องถามใจตัวเองให้ดีก่อน ถ้าคิดจะบูชาเพราะหวังผลประโยชน์หรือกำไรอย่างเดียว อย่าบูชาดีกว่า เพราะการจะเลี้ยงกุมารทองสิ่งสำคัญที่สุดต้องให้ใจเขา อย่าหวังแต่จะเอาปาฏิหาริย์จากเขาอย่างเดียว แต่ต้องเลี้ยงเขาเหมือนเป็นลูกที่มีชีวิตจริงๆ และควรมีเวลาดูแลเอาใจใส่ หมั่นทำบุญให้เขา ที่สำคัญ คนที่บูชาจะต้องปฏิบัติตัวอยู่ในศีลธรรมด้วย
“สิ่งที่ผมจะบอกคนที่มาบูชาเสมอคือ เป็นไปไม่ได้ที่บูชาแล้วจะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมันมีเงื่อนไขอื่นๆ ประกอบเยอะ ทั้งการกระทำของตัวเองและเวรกรรม ผมช่วยได้แค่ 60% เท่านั้น ที่เหลือคุณต้องลงมือทำเอง และผมจะช่วยได้เท่าที่ไม่เกินกรรมของแต่ละคน เพราะไม่มีใครสามารถแก้ไขในสิ่งที่เกินกรรมของตัวเองได้ แต่อย่างน้อยการบูชากุมารทองหรือเครื่องรางของขลังต่างๆ มันอาจช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา จริงๆ ตอนนี้คุณอาจกำลังดวงตกแบบสุดเหวเลยก็ได้ แต่อย่างน้อยมันก็ยังพอจะมีอะไรมาช่วยแบ่งเบาหรือกระตุ้นให้ชีวิตคุณดีขึ้น”

กุมารทองไทยโกอินเตอร์
“จริงๆ เกือบทุกประเทศในเอเชียมีพื้นฐานความเชื่อเรื่องพวกนี้กันอยู่แล้ว รวมถึงผมมีโอกาสได้รับเชิญไปทำพิธีกรรมที่ต่างประเทศบ้าง ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักบ้าง ประเทศแรกๆ ในเอเชียที่บูชากุมารทองคือมาเลเซีย ถัดมาเป็นสิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า จีน ส่วนใหญ่ประเทศพวกนี้จะเน้นบูชาเรื่องโชคลาภ เสี่ยงดวงต่างๆ เพราะเขามีกาสิโนค่อนข้างเยอะ
“ล่าสุดตอนนี้ จีนกลายเป็นประเทศที่บูชาเยอะที่สุด เพราะประชากรเขาเยอะ กลุ่มเป้าหมายก็คล้ายคนไทยคือเป็นผู้หญิงอายุตั้งแต่ 20-40 ปี แต่ที่น่าแปลกคือ เขามองเรื่องกุมารทองหรือเครื่องรางของขลังเป็นเรื่องแฟชั่น คือไปไหนมาไหนจะต้องพกติดตัวเอาไปด้วยตลอด เอาไปเซลฟี่ถ่ายรูปอวดเพื่อน หาเสื้อผ้าเครื่องประดับสวยๆ มาแต่งตัวให้น้องกุมารทองกัน ล่าสุด กุมารทองในจีนเป็นกระแสถึงขนาดที่เอาไปทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง ‘Golden Boy’ โดยที่เขาเลือกให้กุมารทองของเราเป็นหนึ่งในตัวแสดง (กุมารทอง) ของเรื่องด้วย
“ประเทศจีนเขามองเรื่องนี้เป็นกระแสแฟชั่น ขณะที่คนไทยบูชาเพราะเชื่อและศรัทธาจริงๆ ครับ”

“กลายเป็นที่พึ่งทางใจของเราไปแล้ว”
น้ำส้ม-กฤตยา ทับทิมผล

อดีตพริตตี้สาวสวยชื่อดังที่คนในวงการรู้จักในชื่อ ‘น้ำส้ม โซมี่’ ตอนนี้เธอผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามอย่างเต็มตัว และเป็นอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่คอนเฟิร์มกับเราว่าเธอทั้งเชื่อและศรัทธาในเครื่องรางของขลังไม่แพ้ใคร

กุมารทองพารวย
“เริ่มจากมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทางบ้านดวงชงกันทั้งบ้าน แล้วตอนนั้นทุกอย่างแย่ไปหมดทั้งเรื่องการงาน ครอบครัว ความรัก เราเลยอยากหาที่พึ่งทางใจ เริ่มจากที่แม่พาไปสักน้ำมันกับอาจารย์ท่านหนึ่ง หลังจากนั้นชีวิตก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องความรักค่ะ คือจริงๆ ก่อนหน้านี้เราเป็นแค่เด็กนักศึกษาธรรมดาๆ แต่ตั้งแต่ไปสักมา พูดได้เลยว่ามีแฟนขับรถสปอร์ต ซุปเปอร์คาร์มาตลอด พอชีวิตดีขึ้นเราก็ยิ่งเชื่อ จนตอนนี้สักน้ำมันตั้งแต่หัวจรดเท้า หน้า หลัง แทบจะทั้งตัว แล้วยังสักยันต์ 5 แถวอีก หรือแม้แต่กระจกส่องหน้าที่บ้านยังต้องให้อาจารย์มาลงยันต์เลย คือมันกลายเป็นที่พึ่งทางใจของเราไปแล้ว
“ส่วนที่มาบูชากุมารทอง เริ่มจากที่แม่เป็นคนหามาให้อีกเหมือนกัน ซึ่งเรานับถือเขามากๆ เพราะเคยขอแล้วเขาจัดมาให้แบบหนักๆ อย่างตอนนี้ทำธุรกิจ เคยขอว่าให้ได้ยอด 10 ล้าน แล้วจะให้ทองหนึ่งบาท ปรากฏว่าเดือนนั้นก็ได้ยอดตามที่ขอจริงๆ จนตอนนี้พี่จุก (กุมารทอง) มีทอง 3 บาทแล้ว ล่าสุดก็เพิ่งไปบูชากุมารทองที่เป็นตุ๊กตาน่ารักมาอีก คือเห็นแล้วเราก็รู้สึกชอบเพราะไม่ดูขลังจนเกินไป เอาเขามาคุยเล่นได้ จับแต่งหน้า แต่งตัว ทำผมให้เขาได้ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นตุ๊กตามากกว่ากุมารทอง ซึ่งถ้าเป็นกุมารทองแบบเก่าเราคงบูชาเขาไว้บนหิ้งมากกว่า
“แล้วส่วนตัวที่บูชาจะเน้นเรื่องธุรกิจมากกว่าเรื่องความรัก คือถ้าเป็นความคิดแบบเมื่อก่อน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะอยากได้แฟนฐานะดีเพื่อให้ตัวเองสบาย แต่อย่างที่บอกว่าเราเคยคบคนที่รวยมากๆ มาแล้ว ทำให้รู้ว่าความมั่นคงในชีวิตจริงๆ อยู่ที่เราหาเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือ ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมั่นคงได้ด้วยตัวเอง แล้วธุรกิจส่วนหนึ่งมันเป็นเรื่องของจังหวะและโอกาส แต่อีกส่วนหนึ่งมันก็อาจอยู่ที่ดวงและวาสนาด้วย ด้วยอาชีพการงานที่ต้องติดต่อกับคนเยอะๆ มันเลยทำให้เราต้องใช้ความมีเสน่ห์ ทำให้ลูกค้ารักและเอ็นดูเราด้วยค่ะ”

ความเชื่อทำให้คิดดี ทำดี
“ความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่เราเชื่อว่าลึกๆ แล้วทุกคนมีพื้นฐานความเชื่อเรื่องพวกนี้เหมือนกันหมด อยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อยแค่ไหน แล้วจริงๆ เวลาขออะไรจากน้องกุมารทองไม่ใช่ว่าจะได้ทุกครั้งนะ สิ่งสำคัญคือเราต้องกระตือรือร้นที่จะทำงานด้วย เครื่องรางของขลังเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้เราคิดดี พอคิดดีก็จะมองทุกอย่างเป็นบวก แล้วสิ่งบวกๆ ก็จะเข้ามาหาตัวเราเอง มันเหมือนเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง คิดดี สิ่งดีๆ ก็จะเข้ามา คิดลบแล้วยิ่งไม่มีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ก็ยิ่งทำให้เราไม่มีกำลังใจ แต่สุดท้ายเราจะได้อะไร ส่วนหนึ่งมันก็ต้องมาจากตัวเราทำเองด้วย”


“อาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยคุ้มครองและสนับสนุนเราอยู่”
นิกกี้-ณัฐณิชา สกุลจารุพงศ์

พริตตี้เงินล้านสุดเซ็กซี่ที่เพิ่งได้รับการโหวตให้เป็นพริตตี้อันดับ 1 ของประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา กระแสความดังทำให้เธอเข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะพิธีกรและนักแสดง รวมถึงเป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อว่าเบื้องหลังความสำเร็จในชีวิตส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อใน ‘สิ่งที่มองไม่เห็น’ ด้วยเช่นกัน

จุดเริ่มต้นบูชาเครื่องรางของขลัง
“จริงๆ ขอสารภาพว่าที่เริ่มต้นบูชาพระเพราะกลัวผีค่ะ (หัวเราะ) กี้เป็นคนกลัวผีมาก แล้วด้วยความที่ช่วงนั้นต้องไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยๆ แม่เลยให้พกพระองค์หนึ่งติดตัวไว้กันสิ่งไม่ดีหรือให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ พอทำงานได้ปีที่ 2 ก็เริ่มบูชามากขึ้นคือ พระพิฆเนศ ชูชก พระสิวลี เครื่องรางจากวัดท่าไม้และจากวัดพระธาตุพนม แล้วปีนั้นกลายเป็นว่าเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก หลายๆ งานที่ไม่คิดว่าจะได้ก็ได้ทำ จนถึงตอนนี้เวลาไปโชว์ตัวมีคนเจาะจงมาดูเราเป็นหมื่นๆ คน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราตั้งใจทำงานและมีความรับผิดชอบ แต่อีกส่วนหนึ่งก็คิดว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มองไม่เห็น อาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยคุ้มครองและสนับสนุนเราอยู่”

บูชาแล้วแคล้วคลาดปลอดภัย
“ตั้งแต่พกเครื่องรางของขลังต่างๆ เคยเกิดเรื่องที่ไม่น่าเชื่อหลายครั้ง ที่จำได้ไม่ลืมมีอยู่ครั้งหนึ่งต้องไปงานโชว์ตัวที่ระยอง วันนั้นตอนขับรถกี้รู้สึกง่วงมาก ทั้งๆ ที่ปกติเราจะไม่ค่อยง่วงเวลานั้น หาวตั้งแต่ชลบุรีจนจะเลี้ยวเข้าระยองก็ยังไม่หยุด คิดว่าไม่ไหวแล้วเลยแวะปั๊มน้ำมัน ปรากฏพอออกจากห้องน้ำมาเห็นล้อรถโดนตะปูตำจนแบนสนิททั้ง 4 ล้อ ซึ่งตอนนั้นข่าวโจรโรยตะปูปล้นรถกำลังดังมาก คิดว่าตัวเองโชคดีที่แวะปั๊มก่อนเลยรอดมาได้ เพราะถ้าฝืนขับไปอีกนิดรถคว่ำแน่ๆ
“อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เชื่อเกี่ยวกับเครื่องรางของขลังมากๆ คือทุกครั้งเวลามีคนคิดไม่ดีกับเรา ให้ร้าย นินทา โกงเงินค่าตัว คนคนนั้นจะได้สิ่งไม่ดีที่ทำไว้กับเราคืนตอบกลับไปเร็วและแรงมาก คือทำอะไรไม่ดีกับกี้ไว้ก็จะโดนสิ่งนั้นตอบแทนกลับไปโดยที่กี้ไม่ต้องทำอะไรเลย บางคนถึงขนาดโทรศัพท์มาขออโหสิกรรมจากกี้ บอกตอนที่กำลังโดนเรื่องแย่ๆ ที่เคยทำไว้แล้วเห็นหน้ากี้ลอยขึ้นมาเลย เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่กี้เจอกับตัวเองเยอะมาก”

มือใหม่อยากบูชา
“สำหรับคนที่อยากเริ่มบูชาเครื่องรางของขลัง สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องบูชาตัวเองก่อน ก่อนจะพกพระหรือเครื่องรางต่างๆ ต้องพกตัวเองเป็นอันดับแรก คือซื่อสัตย์กับตัวเอง เหมือนคนที่สักก็ต้องทำตัวดี อยู่ในศีลธรรม ถ้าทำไม่ได้สิ่งไม่ดีก็จะย้อนกลับมาหาตัวเราเองเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องคิดดี ทำดี กี้เชื่อมาตลอดว่าการจะทำอะไรให้สำเร็จมันต้องอยู่ที่ตัวเรา การทำความดี การทำบุญทำทาน รวมถึงเรื่องสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างเครื่องรางของขลังต่างๆ ทั้งหมดประกอบกัน อย่างกี้จากเป็นเด็กอีสานธรรมดาๆ ทุกวันนี้ทำงานเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ ซื้อบ้านราคา 8 ล้าน ซื้อรถราคา 4 ล้านกว่าบาทได้ด้วยตัวเองค่ะ”
เรื่อง : สาวิตรี พรหมสิทธิ์, วรชัย รัตนดวงตา
ภาพ : สุวิทย์ กิตติเธียร, พาณุวัฒน์ เงินพจน์
กำลังโหลดความคิดเห็น...