xs
xsm
sm
md
lg

Oh My Grand-Mama! ‘เบ๊น อาปาเช่’ VS ‘อาม่าเหม่งทึ้ง’

เผยแพร่:   โดย: Marsmag


พูดเหมือนจะขอให้เลิกสูบบุหรี่ แต่สุดท้ายก็บอกออกมาว่า ‘ขอตัวหนึ่งดิ!’

เรื่องเหล้า เรื่องเบียร์อย่าให้คุย เชี่ยงชุน, เหล้าขาว 40 ดีกรี, หงส์ทอง, แสงโสม, แม่โขง ร่ายชื่อเครื่องดื่มของเมายาวเหยียดราวกับว่าของเหล่านี้ไม่มีวันปราบพยศคนพูดลงได้ แต่สุดท้ายก็ตบมุกออกมาในทำนองที่ว่า ‘ไอ-่า กูเมาตั้งแต่เชี่ยงชุนแล้ว!’

มุกตลกข้างต้น จะกลายเป็นมุกแป้กที่ไม่ฮา แถมยังพาเพื่อนเครียดทันที หากกลุ่มวัยรุ่นเล่นกันในวงสนทนา
แต่คงไม่ใช่สำหรับเน็ตไอดอลสุดเซ็กซี่คนใหม่ของเมืองไทย ผู้มาพร้อมตัวเลขมากถึง 83 -- 83 ที่หมายถึง ‘วัย’ หาใช่ ‘รอบอก’ อย่าง ‘อาม่าเหม่งทึ้ง’

ทันทีที่คลิปแรกซึ่งเป็นการรับส่งมุกตลกระหว่างอาม่าสุดฮากับหลานสุดป่วงผู้เรียกตัวเองว่า ‘เบ๊น อาปาเช่’ ถูกอัปโหลดขึ้นสู่เฟซบุ๊ก มันก็สร้างปรากฏการณ์จนมียอดแชร์ ยอดไลค์ล้นทะลักทันที

เกิดอะไรขึ้น หรือตลกซูเปอร์สตาร์ชื่อดังอย่างหม่ำ เท่ง โหน่ง จะตกงานกันก็คราวนี้ เหตุใดมุกตลกที่เราเห็นกันดาษดื่นเมื่อตกมาอยู่ในมือของอาม่าและหลานจึงทำให้คนฮาก๊ากออกมาโดยไม่แคร์คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ถึงขนาดนั้น

“มันเป็นมุกตลกที่เราเล่นกันในวงเหล้าธรรมดา ที่เราชอบ เราคุยกับเพื่อนๆ หรือเราเจอมา ซึ่งมันก็ธรรมดานะถ้าเราเล่นกันเอง แต่เวลาเล่นกับอาม่ามันดันขำ คือเรียกว่าแค่มีอาม่าก็ขำแล้ว”

เบ๊น อาปาเช่ หรือ อัครเดช โยธาจันทร์ หลานชายของอาม่าเหม่งทึ้ง อดีตครีเอทีฟจากบริษัทดังอย่าง Workpoint Entertainment ผู้หันเหตัวเองจากแสงสปอตไลต์ของวงการบันเทิง มานั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ในฐานะฝ่ายบัญชีของกิจการครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนขนาดใหญ่ เริ่มตั้งข้อสังเกต

อย่างไรก็ตาม เขาไม่อาจฟันธงชี้ชัดได้ว่า เหตุใดคลิปที่เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจึงมีคนชอบมากมายถึงเพียงนั้น -- บางคนเข้ามาดูทุกวัน วันละหลายรอบ จนบัดนี้เพจที่ใช้ชื่อว่า ‘Benz Apache-เบ๊น อาปาเช่’ มียอดไลค์ใกล้ทะลุหลักแสนภายในระยะเวลาถือกำเนิดขึ้นมายังไม่ถึง 1 เดือน

“ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้สนิทกับอาม่าแบบนี้นะ อารมณ์คนจีนก็คือจะห่างๆ กัน อาม่าคือบรรพบุรุษที่เราต้องเคารพ แต่ด้วยความที่ผมชอบทำอะไรบ้าๆ บอๆ ชอบถ่ายคลิป -- วันหนึ่งอาม่าแกนั่งเหม่อๆ อยู่หน้าบ้าน คลิปแรกมันคือมุกบุหรี่ เราก็เลยขอให้อาม่าเล่น พอลงปุ๊บ เชื่อไหม แค่ประมาณ 10 นาทีถึง 1 ชั่วโมง กระแสแรงมาก คนไลค์เป็นพันไล่ไปจนถึงหลักหมื่น เราก็เลยเห็นว่าคนชอบ สักพักก็ลองอีกคลิป พอลงไปคนก็ชอบอีกแล้วว่ะ หลังจากนั้นก็มีรุ่นพี่เขาแนะนำให้ทำเพจ เปิดไปวันแรกนี่ไม่เท่าไหร่ แต่พอเราเริ่มลงคลิปเชี่ยงชุนไป ภายใน 2 อาทิตย์ ยอดไลค์ก็ปาไป 6 หมื่นกว่าไลค์แล้ว”

อาจเป็นคำพูดแปร่งปร่าของภาษาไทยในสำเนียงจีนแผ่นดินใหญ่ที่อาม่าเปล่งออกมา อาจเป็นความน่ารักที่แอบซ่อนอยู่ในริ้วรอยของความชราที่ทำให้ผู้คนหลงใหล หรือถึงที่สุดอาจเป็นพรสวรรค์ในเรื่องความฮาที่แอบซ่อนอยู่ในตัวอาม่ามาอย่างยาวนาน -- จะเป็นอะไรก็ตาม เบ๊นยังคงต้องค้นหาคำตอบ และผู้คนก็ยังต้องสงสัยกันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้ ในตอนที่นั่งพูดคุยกับพวกเขา นั่นก็คือสายใยแห่งความสัมพันธ์ที่ไม่ว่าใครจะมองว่าเบ๊นกำลังลากผู้ที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของสถาบันครอบครัวอย่างอาม่ามาคลุกฝุ่น จนกลายเป็นตัวตลกของผู้คน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เขาทำ ไม่ได้มีที่มาจากความรัก รักในแบบของเขา ความรักที่อาม่าก็สัมผัสได้ จึงยินดีที่จะสังฆกรรมในงานมหรสพรื่นเริงในโลกใยแก้วของคนยุคใหม่ที่ท่านไม่เคยรู้จักอย่างไม่เคอะเขิน

“กระแสตอบรับ 80 เปอร์เซ็นต์ เขาจะบอกว่าเขาคิดถึงยาย เขาจะบอกว่า ‘เฮ้ย ทำบ่อยๆ นะ บางทีเวลาผมเครียดจากงาน แล้วนึกถึงยายที่อยู่ไกลๆ พอมาดูอะไรแบบนี้ มันโคตรคิดถึงยายเลยว่ะ'”

คำตอบข้างต้นค่อนข้างตรงเป้า ตรงประเด็น และชี้ให้เห็นว่าคนในเมืองใหญ่ที่เป็นสังคมเชิงเดี่ยว ต่างโหยหาการกลับไปสู่การเป็นครอบครัวใหญ่อันแสนอบอุ่นมากมายขนาดไหน

(คำแนะนำ: คำพูดของอาม่าเหม่งทึ้งต่อไปนี้ ขอให้ท่านอ่านเป็นภาษาไทยสำเนียงจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่ออรรถรสในการอ่าน)

“รู้สึกดีใจ ดีใจว่า หลานเขาอยากให้เล่นอย่างนี้ อาม่าก็ได้เล่นด้วย มันก็ดีใจน่ะ ดีใจจริงๆ คนดูเขาโทร.มาหาอาม่าด้วย หลายคนนะ โทร.มาหาบอกว่า โอ๊ย อาม่าดังแล้วนะ ออกทีวีแล้ว ลูกหลานบางคนเขาอยู่ไกล เราไม่สนิท พอเขารู้ว่าเราเล่นแบบนี้ เขาก็โทร.มาอวยพร อาม่าก็บอกเขาว่าอาม่าไม่รู้ว่าอาม่าจะเป็นคนบ้าหรือเปล่านะ อาม่าอายุ 83 แล้ว ยังมาขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ไหนมีล่ะ อายุ 83 แล้วมาขี่มอเตอร์ไซค์อยู่”

ส่วนเบ๊นก็พูดเสริมในประเด็นนี้ว่า

“อาม่าแกจะอ่านหนังสือไม่ออก พอเราอ่านคอมเมนต์ให้แกฟัง อ่านไปๆ อาม่าก็บอก เฮ้ย กูดังนี่หว่า เมื่อก่อนต้องไปตามแกมาถ่าย หลังๆ นี่แกเริ่มเดินมาเอง แล้วมาถามว่าวันนี้มึงมีอะไรให้กูถ่ายไหม มีอะไรให้กูเล่นไหม ถ่ายวันนี้เสร็จปุ๊บ วันถัดไปมาถามแล้ว เฮ้ย มีคนชอบไหม คือต้องบอกไว้ก่อนว่าที่เราเล่น เราไม่ได้ลามปามนะ มันมีเส้นกั้นกันนิดเดียวเองระหว่างลามปาม ปีนเกลียว กับความรัก ความเอ็นดู เราเล่นเพื่อที่จะสนิทกับอาม่า ให้แกผ่อนคลายด้วย ไม่งั้นวันหนึ่งๆ ไปหาหมอกลับมา ก็แค่กินยา นอน ชีวิตจะวนอยู่แบบนี้”

เพราะสำหรับเบ๊นแล้ว เขาเชื่อว่าคำว่าแก่ชราแม้อาจมีอยู่จริง แต่ก็เป็นแค่ความชราที่มาพร้อมตัวเลขกำหนดอายุ หาใช่หัวใจ ที่ไม่ว่าอย่างไร ก็ยังทำให้มันหนุ่มสาวได้อยู่เสมอ และหากเราดูแลหัวใจของคนในครอบครัวดีพอ คำว่า ‘แก่’ ก็คงไม่มีวันถูกบรรจุอยู่ในพจนานุกรมแห่งความสัมพันธ์ได้อีกต่อไป

“วันหนึ่งเราก็ต้องแก่ตัว เราต้องมาอยู่ในจุดนี้อยู่แล้ว วันนี้เรายังเป็นวัยรุ่น เมื่อแก่ตัวไปเราอยากให้ลูกหลานปฏิบัติกับเราอย่างไร เราก็ต้องปฏิบัติกับคนในครอบครัวเราแบบนั้น เราทำให้เขารู้สึกมีคุณค่าในตัวเองดีกว่า ทำให้เขารู้สึกมีตัวตน ให้ความรักเขามากๆ แล้ววันหนึ่งที่เราแก่ขึ้นมา เราก็จะได้รับสิ่งนั้นตอบแทนกลับมา และจะรู้ว่ามันไม่มีคำว่าแก่หรอก มันมีแค่ว่าเขาคือคนในครอบครัวของเรา

เรื่อง : ฆนาธร ขาวสนิท

ภาพ : สุวิทย์ กิตติเธียร
อัปเดตหลากหลายเรื่องราวข่าวสาร สาระบันเทิงได้ที่แฟนเพจ mars magazine


กำลังโหลดความคิดเห็น...