xs
xsm
sm
md
lg

Twinkle Twinkle Little Smile : ไหยหยา-วรินทร์ลดา

เผยแพร่:   โดย: Marsmag


แค่เพียง ‘รอยยิ้ม’ เล็กๆ ของเธอ
ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนให้โลกทั้งใบของเราสดใสได้แล้ว
สาวสวยลูกครึ่งฝรั่งเศส นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หรืออีกหนึ่งฐานะ นางเอกหน้าใหม่ของค่ายวิกสามพระรามสี่
วันนี้เธอพกพารอยยิ้มหวานๆ มาทำให้เราสั่นไหว
พร้อมละลายหัวใจของเราไปกับความน่ารักของเธอ

First Impression


เรานัดเจอกับเธอที่ TrueLove Café คาเฟ่สุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่เปิดบริการให้ผู้ที่รักน้องหมาได้เข้ามาสัมผัสกับเจ้าสี่ขาขนปุยพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด สาเหตุที่เราเลือกที่นี่เพราะแอบได้ยินมาว่าน้องไหยหยาเป็นคนที่ชอบหมานั่นเอง

เพียงไม่นานนัก เธอก็ปรากฏตัวต่อหน้าเราในชุดเดรสยาวสีขาว พร้อมหมวกปีกกว้างสีม่วงบนศีรษะ เป็นรอยยิ้มหวานที่เปื้อนอยู่บนวงหน้า สร้างความประทับใจแรกให้กับเราอย่างไม่รู้ลืม

“หยาเริ่มเล่นโฆษณามาตั้งแต่ 6 ขวบเลยค่ะ ตอนนั้นหยายังเด็กมาก นั่งเก้าอี้ยังไม่พ้นโต๊ะเลย” คำตอบและเสียงหัวเราะถูกส่งออกมาจากริมฝีปากอมชมพูของเธอ

เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นหน้าของสาวน้อยคนนี้จากหน้าจอโทรทัศน์ กับบทบาทของนางเอกโฆษณาที่เธอผ่านมาแล้วหลายต่อหลายชิ้น ด้วยรัศมีความน่ารักที่เปล่งประกายตั้งแต่เด็ก ทำให้สาวน้อยคนนี้ได้รับโอกาสในวงการบันเทิงอย่างรวดเร็ว และพัฒนาฝีมือขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนจะได้ชิมลางกับละครเรื่องแรก ‘สาปพระเพ็ง’ ไปเมื่อกลางปีที่แล้ว มาในปีนี้เธอบอกกับเราว่ากำลังทุ่มเทให้กับการเรียน และการถ่ายทำละคร ‘ลูกผู้ชายเลือดเดือด’ ที่กำลังจะออกอากาศทางช่อง 3 เร็วๆ นี้

“ตั้งแต่เข้าเรียนที่จุฬาฯ หยาไม่ได้ไปแคสต์งานโฆษณาเลยค่ะ เพราะเรียนหนักมากกก... (เธอลากเสียงยาว) หยาเลิกเรียนก็เกือบสี่โมงเย็นทุกวัน ไปถึงที่แคสต์งานไม่เคยทัน อีกอย่างเราทำงานโฆษณามาตั้งแต่หกขวบก็เริ่มอิ่มตัวบ้างแล้ว ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาเล่นละคร ก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อีกแบบหนึ่งค่ะ”

อย่าคิดว่าสาวน้อยคนนี้จะเอาแต่เรียนและทำงานจนช่วงชีวิตวัยรุ่นหายไป เพราะกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเธอเองก็เข้าร่วมไม่เคยขาด อย่างล่าสุดในฐานะสมาชิกรั้วจามจุรี เธอก็เพิ่งได้รับตำแหน่ง ‘จุฬาฯ คทากร’ ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 70 ที่เธอบอกว่าไม่ใช่แค่ต้องสวยและควงไม้คทาเก่งเท่านั้น แต่ยังต้องผ่านบททดสอบโหดหินอีกหลายอย่างอีกด้วย

“หยาต้องฝึกวันละแปดชั่วโมง วิ่งหนักมาก ตอนนั้นจะเป็นช่วงที่ผอมที่สุดในชีวิตแล้วมั้ง (หัวเราะ) แล้วหยาก็จะลำบากกว่าคนอื่นเพราะถนัดมือซ้าย แต่การเป็นจุฬาฯ คทากรทุกอย่างต้องใช้มือขวา ก็ต้องแยกประสาทกันหัวหมุนเลยค่ะ” ทั้งสวยและมีความตั้งใจขนาดนี้ ทำเอาเราอยากเป็นไม้คทาให้เธอควงเล่นเสียเหลือเกิน

Me Myself

เริ่มต้นบทสนทนาไปไม่เท่าไหร่ ระหว่างรอเวลาที่ทางร้านจะปล่อยน้องหมาออกมาให้ทุกคนได้เล่นกัน เรากลัวสาวไหยหยาจะหิวเสียก่อน จึงได้สั่งอาหารและเครื่องดื่มมาให้เธอรองท้อง จิบน้ำชิมอาหารจนพออิ่ม เราก็เริ่มเปิดบทสนทนากับเธออีกครั้ง

“ถามว่าหยาเป็นคนยังไงเหรอ หยาไม่เคยคิดว่าหยาเป็นคนเปรี้ยว เป็นคนเรียบร้อย หรืออะไรยังไงเลยค่ะ คือบางครั้งหยาก็เรียบร้อย บางครั้งก็ห้าวมาก ตัวหยาเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ หยาคิดว่าทุกคนมีการเซ็ตตัวเองให้มีอิมเมจอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เหมือนหยาจะยังไม่รู้ว่าควรเซ็ตตัวเองให้เป็นยังไง ให้ตัวเองมีอิมเมจว่าดูน่ารัก ดูเรียบร้อยหรือยังไงดี เรียกว่ายังหาตัวเองไม่เจอดีกว่า


“แต่ให้ลองคิดจริงๆ แล้วหยาก็เป็นคนไฮเปอร์เหมือนกันนะ เป็นคนมี energy เยอะ ชอบออกกำลังกายมาก ชอบเล่นทุกอย่างที่มันใช้พลัง อย่างยิงปืน ชกมวย โยคะร้อน เราชอบทุกอย่างที่ใช้กำลัง”

“เป็นผู้หญิงบ้าพลังเหรอครับ” เราแหย่เธอ

“ใช่ (หัวเราะ) เป็นผู้หญิงชอบกล้าม”

“กล้ามผู้ชายหรือเปล่า” เรายังหยอกเธอไม่เลิก

“กล้ามผู้ชายก็ชอบนะ (ยิ้มเขิน) คือเราเป็นคนที่ชอบอะไรที่มีกล้ามเนื้อนิดนึง เพราะตอนที่เป็นจุฬาฯ คทากรเราออกกำลังเยอะ แล้วซิกซ์แพ็กมาก็เลยติดใจ แต่อาจจะไม่ได้บ้ากล้ามขนาดนั้น แต่ชอบให้มันมีเส้นที่หน้าท้องเท่านั้น” ได้ฟังอย่างนี้แล้วทำเอาเราอยากจะลงไปซิตอัพเรียกกล้ามท้องเสียตรงนั้นจริงๆ

Being Happy is Easy

แล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง ถึงรอบของเจ้าสี่ขาถูกปล่อยออกมา ด้วยความน่ารักของพวกมัน ดูเหมือนความสนใจของเธอจะถูกดึงไปเสียหมด เราจึงพาเธอไปเล่นกับพวกมันที่สนามหลังร้าน

“ที่บ้านหยาเองเลี้ยงหมาไว้ตั้ง 5 ตัวแน่ะ แต่เป็นพวกตัวเล็กๆ นะ อย่างพันธุ์พุดเดิล พันธุ์ปั๊ก แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เล่นกับเจ้าตัวใหญ่อย่างนี้”

“แล้วชอบไหมครับ”

“ชอบค่ะ น่ารักมากเลย น่ากอด (หัวเราะ) แต่ตอนแรกเราก็แอบกลัวนะเห็นหน้าเขาดุๆ” เธอยิ้มใส่เราแล้วหันไปสนใจเจ้าสี่ขาที่อยู่ข้างๆ ต่อ ดูเหมือนเจ้าพวกนี้ก็น่าจะชอบใจเธอไม่น้อยเช่นกันถึงมานั่งรายรอบเธอ เราแอบมองใบหน้าของเธอ เธอดูมีความสุขเหลือเกิน

“ความสุขของหยามันง่ายมากเลยนะ อย่างบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าความสุขคือการที่คุณได้ที่หนึ่ง หรือการที่คุณต้องดังหรือเปล่า หยาว่าเราสามารถมีความสุขได้ง่ายๆ กว่านั้น อย่างการทำดีก็ได้ เราเจอคนตาบอดแล้วซื้อน้ำส้มให้เขาเราก็มีความสุขแล้ว มันเหมือนความสุขเล็กๆ ที่ทำให้เรามีคุณค่าในชีวิตตัวเองมากขึ้น

“หรืออย่างหยาชอบศิลปะ พอเราเข้ามิวเซียมไปดูงานศิลปะ เราก็รู้สึกว่าทำไมความสุขมันง่ายขนาดนี้ มันเหมือนเราหยุดโลกทั้งใบเอาไว้ ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาเลย ใจเรามันสงบ” เธอยิ้มตลอดเวลาที่พูดถึงสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุข แต่ถ้าถามว่าความสุขของเราในเวลานี้คืออะไร คงตอบได้เลยว่า แค่นั่งมองรอยยิ้มของเธอ ก็สุขพอแล้ว

My Dream

ความฝันของหลายคนคงจะเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แตกต่างกันไป แต่สำหรับเจ้าของยิ้มสดใสอย่างสาวไหยหยา เธอกลับมีความฝันที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ขนาดกำลังพอดี

“หยาอยากไปเที่ยวในที่สีเขียวๆ เย็นๆ สักปีหนึ่ง มันอาจจะดูเหมือนคำตอบที่ทุกคนจะบอกว่าอยากเที่ยวรอบโลก แต่หยาแค่อยากจะอยู่กับธรรมชาติ ให้ชีวิตไม่ต้องคิดอะไร มีน้ำเย็นๆ ฟ้าใสๆ อากาศดีๆ มันเหมือนการเติมพลัง คนอื่นอาจต้องการไปเที่ยวช้อปปิ้งนู่นนี่ แต่สำหรับเราแค่ธรรมชาติก็คืนชีวิตเรากลับมาได้แล้ว แต่จริงๆ ปีหนึ่งก็นานไปเนอะ เดี๋ยวจะเบื่อเสียก่อน (หัวเราะ) เอาสักเดือนหนึ่งก็ได้” เธอหัวเราะ เราคิดในใจว่าถ้าได้อยู่กับเธอ เวลาหนึ่งปีที่ว่านานคงหดสั้นเหลือเพียงนิดเดียวเป็นแน่

Touch My Heart

“สำหรับหยา ถ้าใจไม่เต้นก็แสดงว่าไม่ชอบเลยนะ (หัวเราะ) ถึงเป็นคนดีแค่ไหนก็เป็นได้แค่เพื่อน การเลือกคบใครของหยาเหตุผลอาจจะมาในระดับหนึ่ง แต่เราก็ต้องเน้นหัวใจด้วย มันต้องมีอะไรที่พอดีกับเรา” เธอตอบคำถาม ขณะสองมือลูบไล้อยู่กับขนนุ่มๆ ของน้องหมา

“แล้วถ้าจะจีบสาวไหยหยานี่ควรทำยังไงดีครับ” สบโอกาสเราก็ไม่พลาดที่จะยิงคำถามเข้าประเด็น

“ต้องเนียนๆ อะ (หัวเราะ) คือไม่ใช่ทำให้เราไม่รู้เลย แต่ต้องทำให้เนียนๆ หน่อย ไม่ใช่ว่าเดินเข้ามาขอเบอร์ตรงๆ นั่นก็ไม่ใช่สไตล์เรา หยาชอบแบบรู้จักกันก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่ เพราะหยาเชื่อว่าคนเราจะจีบกันได้ยังไงถ้าเรายังไม่รู้จักกันเลย”

หมดเวลา...

เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเสมอ น้องหมาที่น่ารักเริ่มทยอยกลับเข้ากรง เราและไหยหยาจึงต้องกลับมาที่เก้าอี้ตัวเดิม เรารู้ตัวแล้วว่าเวลาที่จะได้ใช้ร่วมกับหญิงสาวตรงนี้คงเหลืออีกเพียงไม่นาน เราจึงรีบเอ่ยคำถามที่ยังคั่งค้างในใจ

“เราเป็นผู้หญิงสูงแบบนี้ (สูง 174 ซม.) สเป๊กผู้ชายต้องสูงด้วยหรือเปล่า”

“ผู้ชายก็ต้องสูงกว่านิดหนึ่งอะเนอะ (หัวเราะ) ตอนเรายืนกับผู้ชายเราก็อยากดูผอม แต่จริงๆ แล้วก็ไม่มีสเป๊กที่ชัดเจนหรอกค่ะ แต่จะชอบผู้ชายที่นิสัยแมนๆ ไม่หยุมหยิม คุยกันรู้เรื่อง”

“แล้วผู้ชายที่เราไม่ชอบละครับ”

“หยาจะไม่ชอบผู้ชายที่หลงตัวเองเลย อย่างพวกที่ชอบคิดว่าตัวเองหล่อ ตัวเองถูกที่สุดอะไรอย่างงี้ รู้สึกแบบว่าถ้าแบบนั้นก็อยู่คนเดียวไปแล้วกัน (หัวเราะ)

“หยาเคยคิดนะว่าทำไมผู้ชายต้องเป็นฝ่ายที่ไม่เสียใจ แล้วผู้หญิงเป็นคนที่ต้องร้องไห้ทุกครั้งที่เลิกกัน เราก็คิดว่าผู้หญิงกับผู้ชายมันมีความรู้สึกเหมือนกราฟขึ้นกับกราฟลง กราฟของผู้หญิงจะค่อยๆ เต็มร้อย แต่ของผู้ชายจะเต็มร้อยแล้วค่อยๆ ลดลง คือผู้ชายเขาจะไม่ได้ยึดติดขนาดนั้น แต่ผู้หญิงจะคิดว่าคนนี้เป็นคนสุดท้าย ก็กลายเป็นคนหนึ่งเสียใจอีกคนหนึ่งไม่เสียใจ”

“แล้วกราฟความรักของไหยหยาเป็นยังไงครับ”

“ก็เป็นกราฟแบบผู้หญิงทั่วไปแหละค่ะ ค่อยๆ ขึ้นจากหนึ่งไปถึงร้อย” เธอยิ้มพร้อมปิดท้ายบทสนทนากับเราด้วยคำตอบนี้
กราฟหัวใจของผู้ชายคนไหนจะขึ้นลงไวแค่ไหนเราไม่รู้ แต่ว่ากราฟของเราที่มีต่อผู้หญิงตรงหน้า บอกได้เลยว่าพุ่งสูงขึ้นไปเต็มร้อยและไม่มีทีท่าจะลดลงง่ายๆ อย่างแน่นอน...





ขอขอบคุณสถานที่ถ่ายภาพ TrueLove Café


153 อารีย์สัมพันธ์ ซอย 2 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ


เปิด 11.00-22.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)


โทรศัพท์ 09 0101 9669, 08 5908 2777


www.facebook.com/neverlandsiberians
เรื่อง : ปริญญา ก้อนรัมย์
ภาพ : สุวิทย์ กิตติเธียร
อัปเดตหลากหลายเรื่องราวข่าวสาร สาระบันเทิงได้ที่แฟนเพจ mars magazine


กำลังโหลดความคิดเห็น...