xs
xsm
sm
md
lg

ลูกค้าผู้น่ารัก : เสียงจากพ่อค้าที่น่ารู้ 'นันทสิทธิ์ สาขากร'

เผยแพร่:   โดย: Marsmag

“ลูกค้าผู้น่ารัก” www.facebook.com/ilovemyclient เพจที่กำลังฮิตฮอตอยู่ในขณะนี้ เพิ่งเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1 ปีไปเมื่อไม่นานที่ผ่านมา “นันทสิทธิ์ สาขากร” ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ในบริษัทโฆษณาขนาดกลางๆ แถวสุทธิสาร เขาเป็นผู้ควบคุมและวางไอเดียต่างๆ ในเพจ “ลูกค้าผู้น่ารัก” ที่ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อด้วยยอดกด Like บานตะไทเหนือความคาดหมายถึงเฉียดแสนไลค์เข้าไปแล้ว และยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ทว่ามั่นคง

“ตอนแรกตั้งเป้าไว้เพียงแค่ 2,000-3,000 คน เพราะคนทำงานโฆษณามันก็มีไม่เยอะมาก ตอนนี้ก็มีถึง 86,000 กว่าคน ก็พยายามทำให้มันเป็นคอมมูนิตี้ที่มีประโยชน์ขึ้นมา” นันทสิทธิ์เริ่มเล่าถึงความคาดหวังเล็กๆ ในตอนแรกที่ตั้งเพจนี้ขึ้นมา

“เพจลูกค้าผู้น่ารักก็ตั้งมาปีหนึ่งแล้ว ที่จริงตอนแรกเริ่มต้นทำกันในแวดวงคนรู้จักกันมากกว่า แต่พอมันโตขึ้นมาก็อยากมีวัตถุประสงค์อย่างอื่นขึ้นมาบ้าง ตอนเริ่มทำเพจก็ยังทำงานฟรีแลนซ์อยู่ แล้วได้คุยกับเพื่อนๆ ที่เป็นฟรีแลนซ์ทำงานในวงการโฆษณาเหมือนกัน บางคนก็เป็นครีเอทีฟ เวลามานั่งคุยกันก็มีเรื่องราวของลูกค้ามานั่งเล่าสู่กันฟัง เลยรู้สึกว่าน่าจะลองทำเพจขึ้นมา ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะรวมคนในเพจมาเล่ามาบรรยาย ก็มีเพื่อนมากด Like กัน แล้วพอดีมันถูกกระจายไปวงกว้างมากๆ ที่จริงจุดประสงค์แรกเหมือนกับการทำขึ้นมาขำๆ แหละ”

เพจ “ลูกค้าผู้น่ารัก” นี้ ได้รวบรวมความน่ารักของลูกค้าในวงการโฆษณาที่รู้ๆ กันในหมู่คนทำงานด้านนี้ และมีเน้นๆ เกี่ยวกับงานกราฟิก งานโปรดักชัน แต่ก็มีแวดวงงานอื่นๆ ด้วย ที่สำคัญก็คือ “อ่านแล้วจุกเลย” โดยเฉพาะความฮอตใน 2 วันแรกที่เปิดตัวมา คนเข้ามากด Like ถึง 20,000 กว่า Like กลายเป็นเพจที่พุ่งแรงสุดๆ

“เขาบอกว่าคนโฆษณาปากจัด ผมก็คิดว่าน่าจะจริง เพราะเป็นคนที่ใช้ความคิดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เวลาคิดจะเหน็บคนอื่นมันก็จะครีเอทีฟไปอีกสเต็ปหนึ่ง ก็เลยดูเป็นปากจัดไป น่าจะเป็นอย่างนั้น

“ความกดดันก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง เพราะเราเจอลูกค้าหลายๆ แบบ คนที่ดีก็มี ไม่ดีก็มี ลูกค้าที่ดีก็เหมือนกับว่าเราร่วมมือกันและพยายามเข้าใจกันและกัน เวลาเราทำงานเขาจะเข้าใจว่าทำไมตรงนี้มันจึงต้องใช้เวลา ทำไมตรงนี้ถึงต้องใช้เงินเพิ่มหรืออะไรอย่างนี้ คนที่เป็นแฟนเพจคิดว่าเป็นคนในวงการโฆษณาเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต้องยอมรับว่าในหลายๆ เรื่องมันก็เฉพาะกลุ่มมาก บางทีคนทั่วไปก็ไม่เข้าใจ”

เสน่ห์ของ “ลูกค้าผู้น่ารัก” นันทสิทธิ์บอกว่า มันเป็นเรื่องจริงที่ออกมาพูดมากกว่า ไม่ใช่การออกความเห็น แต่เป็นการยกประเด็นขึ้นมาแล้วเอามาเล่าในรูปแบบของมุก

“พอเป็นเรื่องจริงแล้ว คนที่เจอมาเหมือนกัน มีประสบการณ์ร่วมกัน ทุกโพสต์ของลูกค้าผู้น่ารักต้องมีคนมาบอกว่าโดนมาเหมือนกัน เมื่อกดดูคอมเมนต์จะมีคนมาแสดงความคิดเห็นว่า เพิ่งเจอมา เคยเจออะไรแบบนี้ เป็นความรู้สึกที่มีร่วมกัน เอาจริงๆ ผมก็ไม่ค่อยรู้ว่าคนที่มาแสดงความเห็นเขาเป็นใคร เวลาเข้าไปอ่านในเพจผมไม่ค่อยดูรูปหรือดูหน้าคนแสดงความคิดเห็น ดูแต่ความเห็นอย่างเดียว ตัดออกไปเลยว่าคนนี้เป็นใคร ทำอาชีพอะไร ก็จะดูแต่ความเห็นของเขา

“ที่จริงการทำเพจไม่ได้ใช้เวลามากนัก ผมมองว่าเป็นคอมมูนิตี้อย่างหนึ่ง ไม่ใช่การนินทาหรือเมาท์ลูกค้า ตอนแรกเหมือนการระบายความคับอกคับใจที่มีต่อลูกค้า แต่ตอนนี้พอมีคนเข้ามาเยอะมากขึ้น ในโพสต์แต่ละโพสต์ที่เราดูเหมือนเป็นมุก พอคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเยอะๆ มันก็มีหลายอย่าง บางคนเข้ามาระบาย บางคนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นที่ต่างออกไป หรือบางคนก็เข้ามาบอกวิธีการแก้ปัญหา มันกลายเป็นศูนย์รวมของคนที่ทำงานในด้านโฆษณา”

จุดที่ทำให้เพจ “ลูกค้าผู้น่ารัก” อยู่ได้ ทั้งที่เป็นการ “แฉ” บางด้านที่ไม่ค่อยดีของลูกค้าโฆษณา แต่ด้วยท่าทีที่ดูไม่รุนแรงและใช้ตัวการ์ตูนเป็นสื่อ จึงทำให้ดูเป็นเรื่องขันขื่นแบบ black humor เสียมากกว่า

“ตอนแรกก็กลัวจะเปลืองตัวเหมือนกัน เพราะเราทำงานในสายโฆษณาด้วย แต่พอมานั่งนึกแล้ว สิ่งที่เราทำไปในการเปิดเพจตรงนี้ เป็นความปรารถนาดีต่อวงการ มากกว่าที่จะให้ทุกคนมารุมด่าลูกค้ากันเถอะ ซึ่งมันไม่ใช่วัตถุประสงค์ แต่มันก็มีบ้าง ซึ่งผมก็มองว่าอย่างน้อยที่สุดเขาได้มาระบาย ได้ขำกัน แต่ระดับที่มากกว่านั้นคือ ได้ความคิดเห็น ได้ประสบการณ์ตรงจากคนรุ่นก่อนที่ผ่านประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน ได้คำแนะนำว่าควรต้องทำอย่างไร แต่ต้องอ่านละเอียดหน่อย

“ผมคิดว่าการ์ตูนช่วยได้เยอะเหมือนกัน เพราะเรื่องพวกนี้หากพูดแบบตรงๆ มันก็แรง แต่ลูกค้าที่เข้าใจเพจก็มีเยอะ เขาก็จะรู้ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในชีวิตจริงเรารู้เลยว่าลูกค้าแบบไหนที่เราควรรักและทะนุถนอม และแบบไหนที่เราทำงานเพียงรักษามาตรฐานก็พอ ผมมองว่าคนที่ยังไม่เข้าใจในงานโฆษณาในประเทศไทยยังมีเยอะอยู่ เพียงแต่ว่าฉันจ่ายเงินแล้วต้องทำตามฉันโดยที่ไม่ได้เข้าใจงานเลย กับคนที่เข้าใจก็มี”

สถิติคนเข้าเพจนี้ มากที่สุดจะเป็นคนในวัยทำงานตั้งแต่อายุ 22-30 ปี รองลงมาก็เป็นนักศึกษาที่กำลังจะเข้ามาสู่โลกของการทำงาน

“ตอนนี้ผมว่าเลยจุดพีคมาแล้ว มันค่อนข้างนิ่งๆ อยู่ เป้าหมายของผมก็ชอบที่จะให้เป็นคอมมูนิตี้ไปอย่างนี้ ต่อไปก็คงหาเอ็กซิบิชันใหม่ๆ เข้ามาบ้าง แล้วพูดเรื่องสาระกันมากขึ้น”

คำถามปิดท้ายที่นันทสิทธิ์เฉลยถึงที่มาที่ไปของชื่อเพจ “ลูกค้าผู้น่ารัก” นั้น มาจากรายการสารคดีสุดคลาสสิกของเมืองไทยที่ชื่อว่า “ลูกค้าผู้น่ารัก” เป็นแรงบันดาลใจให้กับเขา

“ผมก็รู้สึกว่ามันไม่แรงจนเกินไป และได้แสดงจุดยืนของเพจว่าเราไม่ได้ด่าทอใคร เพราะเขาน่ารัก”

**********
คอลัมน์ : almost famous
เรื่อง : เพรงเทพ
ภาพ : พาณุวัฒน์ เงินพจน์
กำลังโหลดความคิดเห็น...