xs
xsm
sm
md
lg

เปิดตัวแล้ว!! หนังสือเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ จากงานวิจัยกว่า 15 ปีของสกว.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

หนังสือ“ยั่งยืนจากประโยชน์สุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง”
สกว.เปิดตัวหนังสือ“ยั่งยืนจากประโยชน์สุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง” หนึ่งทศวรรษครึ่งแห่งการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง (2547-2559) โดยมีกลุ่มเป้าหมายการขับเคลื่อน 5 กลุ่มหลัก และปรับตัวให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงในโลกที่หมุนเร็ว “นายกฯ ประยุทธ์“เขียนคำนิยมย้ำว่าเป็นอีกก้าวของการขับเคลื่อนสังคมภูมิปัญญา และการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
ศาสตราจารย์ ดร.อภิชัย พันธเสน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดตัวหนังสือ “ยั่งยืนจากประโยชน์สุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง” หนึ่งทศวรรษครึ่งแห่งการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง (2547-2559) ซึ่งจัดทำโดย ศาสตราจารย์ ดร.อภิชัย พันธเสน ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังนักวิจัยได้รวบรวมองค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และผลการทำงานตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี จนสามารถสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและเครื่องมือในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ปฏิบัติได้จริงในวงการต่างๆ โดยเฉพาะในภาคเอกชนและวิสาหกิจชุมชน พร้อมไปกับการสร้างเครือข่ายนักวิจัย-นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมกันขับเคลื่อนการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติ

กระบวนการทำวิจัยหลายโครงการได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนและน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ อย่างแพร่หลาย ทั้งนี้หากย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของ สกว. และภาคีเครือข่ายผ่านการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าทั้งหมดมุ่งไปสู่เป้าหมาย 3 ประการ คือ (1) สนับสนุนการสร้างและขยายฐานความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยต่อยอดความรู้จากฐานความรู้ที่มีมาแล้วให้เป็นความรู้ที่มั่นคง ลุ่มลึก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในวงกว้าง เพื่อช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (2) เผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยสู่สาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจ ถ่ายทอดและต่อยอดองค์ความรู้ ทั้งในการวางนโยบาย แผน และการปฏิบัติ (3) ประสานความร่วมมือทางวิชาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสร้างเครือข่ายทางวิชาการ สร้างเวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาควิชาการ รวมถึงการสร้างนักวิจัย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

กลุ่มเป้าหมายการขับเคลื่อนของสกว.มี 5 กลุ่มหลัก คือ 1) ภาคธุรกิจเอกชน 2) วัดในพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ 3) แนวคิดความสุขมวลรวมประชาชาติ (GNH) และความเป็นอยู่ที่ดี (Well being) เครือข่ายนานาชาติและ“ประโยชน์สุข” 4) ภาคอุดมศึกษาและภาคราชการ และ5) องค์การปกครองท้องถิ่น และภาคราชการ ซึ่งจะเห็นว่าเป็นการหนุนเสริมการทำงานของกลไกขับเคลื่อนหลักอย่างคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาครัฐและโรงเรียนเป็นหลัก เพื่อเติมเต็มและทำให้การขับเคลื่อนมีพลังมากขึ้น ตลอดจนกระจายไปได้อย่างกว้างขวางในสังคมไทย

สกว.มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขับเคลื่อนความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าไปอยู่ในชีวิตและสังคมไทย แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความพยายามที่จะน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานให้แก่ประชาชนของพระองค์มาใช้ แต่ก็เป็นก้าวย่างที่มั่นคงและนำทางไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้บนพื้นฐานของความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน บนเงื่อนไของการมีความรู้และคุณธรรม รวมถึงในระยะที่ผ่านมามีนักวิชาการจากต่างประเทศได้มาศึกษาหลักปรัชญานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบเคียงกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์สายหลักต่างเห็นว่าหากนำหลักปรัชญานี้ไปปรับใช้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ก็น่าจะเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้สังคมโลกประสบความสุข มีความยั่งยืน เพราะหลักปรัชญานี้เน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทั้ง 4 มิติ คือ ด้านวัตถุ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านวัฒนธรรม เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหรือวิกฤติต่างๆ พิสูจน์ให้เห็นว่าได้รับผลกระทบน้อยและฟื้นตัวเร็ว จึงเป็นที่มาของเหตุผลที่องค์การสหประชาชาติได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาช่วง 15 ปีนี้ (ค.ศ. 2016 - 2030)

สำหรับเนื้อหาของหนังสือดังกล่าว ประกอบด้วย บทที่1 การวิจัยและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาพรวม บทที่ 2ทศวรรษแห่งการพัฒนางานวิจัยเศรษฐกิจชุมชนกับสกว. บทที่3 โครงการวิจัยเพื่อจัดทำแผนที่เดินทางเศรษฐกิจพอเพียงบทที่ 4งานวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจ บทที่5 การประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับภาคการศึกษา บทที่ 6 สู่ความสุขมวลรวมประชาชาติและสังคมประโยชน์สุข และบทที่ 7บทสรุปและข้อเสนอแนะการขับเคลื่อนในทศวรรษหน้า (2560 - 2569)

“แนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ทำให้เราอยู่ได้โดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ จึงอยากให้ขับเคลื่อนแนวคิดนี้ในภาคธุรกิจ ซึ่งขณะนี้นักวิจัยก็ร่วมขับเคลื่อนไปได้มากพอสมควรแล้ว แต่อยากให้นายกรัฐมนตรีขับเคลื่อนในภาคราชการทุกระดับ และใช้จ่ายงบประมาณด้วยความระมัดระวังตามรอยของพระองค์ รวมถึงเดินตามรอยในการมีชีวิตอย่างมีความสุขและทำตัวเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ดังที่พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประโยชน์สุขปวงประชาราษฎร์ตลอดมา นั่นคือความสุขของพระองค์ที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชน”ศ. ดร.อภิชัย กล่าว
รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล
ขณะที่ รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ ผู้ประสานงานชุดโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา สกว. กล่าวว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของไทยที่ยึดหลักพอประมาณและทางสายกลาง จุดสำคัญที่น่าเป็นห่วงคือ ภูมิคุ้มกันทางความคิดที่จะครอบคลุมอีกสองห่วงคือ มีเหตุผล และพอประมาณ เพราะถ้าขาดความคิดที่ดีจะเป็นตัวทำลายกิเลส ขาดสติปัญญาและเหตุผล นอกจากนี้ยังห่วงการศึกษาฐานข้างล่างที่เป็นเงื่อนไข เพราะความรู้ช่วยให้คนรู้ความเป็นไปของภายนอกและเท่าทันผู้อื่น ขณะเดียวกันก็ต้องมีปัญญาภายในหรือคุณธรรมด้วย จึงต้องสร้างการเรียนรู้ของเด็กให้มากขึ้น
รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์
ด้าน รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการ สกว. ด้านวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างของสังคมแห่งความพอเพียง เพราะสอนให้เด็กรู้จักคิดวางแผนการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง มีเหตุผลและเข้าใจตัวเอง ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายของเด็กไทยและคนรุ่นใหม่ที่จะต้องมองหาทางออกใหม่ ๆ เพื่อก้าวไปข้างหน้า และใช้นวัตกรรมมากขึ้นในชีวิต โดยอยู่บนฐานของความพอเพียงและปรับตัวให้อยู่ได้อย่างมั่นคงในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เขียนคำนิยมแก่หนังสือนี้ว่าเป็นอีกก้าวของการขับเคลื่อนสังคมภูมิปัญญา และการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบการทำวิจัยเพื่อนำไปใช้ได้จริง ทั้งในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาชน เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สุข
กำลังโหลดความคิดเห็น...