xs
xsm
sm
md
lg

ได้ย้ายไปแผนกใหม่ แต่ลูกน้องเก่งกว่า ทำอย่างไรให้ได้การยอมรับ? โดย อ.อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


Q : ได้รับมอบหมายให้ไปทำงานแผนกใหม่ ซึ่งลูกน้องมีความรู้ ความสามารถในงานมากกว่า และทำงานในแผนกนั้นมานานกว่า จะบริหารจัดการงานและลูกน้องอย่างไรให้เกิดการยอมรับ

A: ในการบริหารงานต้องอาศัยพระเดชและพระคุณประกอบกัน

พระเดช คือ อำนาจตามตำแหน่ง เช่น เป็นผู้จัดการมีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่าโฟร์แมน เป็นต้น
พระคุณ คือ ความศรัทธาส่วนตัวที่ผู้อื่นมีต่อเรา ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่ก็ตาม

พระเดช ส่วนใหญ่ฟ้าประทาน หมายความว่า ผู้อื่นเป็นผู้หยิบยื่น แต่งตั้ง หรืออุปโลกน์ให้เราเป็นนั่นเป็นนี่ เช่น บริษัทแต่งตั้งให้คุณเป็นผู้อำนวยการ เป็นต้น
พระคุณ ไม่มีใครหยิบยื่นให้ได้ ต้องสร้างเอง คล้ายการหยอดกระปุก ต้องสั่งสมทีละเล็กละน้อย เก็บออมวันนี้เพื่อมีใช้ในวันหน้า

สำหรับกรณีนี้ พระเดช มีอยู่แล้วตามตำแหน่งและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่พระเดชอย่างเดียวไม่สามารถนำพาทีมงานไปสู่ความสำเร็จได้ ต้องอาศัยพระคุณประกอบด้วย

โดยทั่วไป พระคุณเกิดจาก...

1) บุญคุณที่มีต่อกัน - ส่วนมากมักเป็นการช่วยเหลือส่วนตัวที่นอกเหนือจากงาน ในจังหวะและเวลาที่เขากำลังต้องการ เช่น คุณแม่ของลูกน้องป่วย วิ่งเต้นช่วยหาโรงพยาบาลหรือแนะนำหมอเก่งๆ ให้ เป็นต้น

2) การวางตัวที่เหมาะสม - ความสนิทสนมหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัว จะช่วยเพิ่มความเกรงอกเกรงใจให้มีมากขึ้น ดังนั้น ในช่วงแรกๆ ควรหาโอกาสที่จะพบปะพูดคุยและสังสรรค์กับลูกน้องบ้าง เพื่อทำความรู้จักและพูดคุยในเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงานบ้าง เพื่อค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวให้แน่แฟ้นขึ้น

3) ความเป็นคนเก่งแต่ไม่กร่าง - ปกติลูกน้องส่วนใหญ่มักให้ความเคารพและยอมรับนับถือหัวหน้าที่พวกเขารู้สึกกว่าเก่งกว่า แต่การแสดงความเก่งเป็นเสมือนดาบสองคม หากทำมากไปจะกลายเป็นคน “อวดเก่ง” ทำให้ดูไม่ดี ไม่มีใครนับถือ ในทางกลับกันหากไม่แสดงออกเลย คนอื่นก็ไม่รู้ว่าเก่ง ความเก่งสร้างได้โดยการหาโอกาสช่วยลูกน้องแก้ปัญหาที่คาราคาซังมานาน เขาแก้ไม่ได้ แต่เราแก้ได้ หากเป็นเช่นนี้หลายๆ ครั้งเข้า ลูกน้องจะค่อยๆ เริ่ม “ซูฮก” เรามากขึ้น

4) ความเป็นคนรู้เยอะ - หากเก่งสู้ลูกน้องไม่ได้ เพราะงานที่ทำต้องการทักษะเฉพาะด้านและต้องอาศัยประสบการณ์ที่ยาวนาน ก็ต้องรู้มากกว่าลูกน้องในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์และสามารถช่วยให้การทำงานของเขาง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในทางเทคนิดอาจเก่งสู้ลูกน้องไม่ได้ แต่มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการธุรกิจมากกว่าลูกน้อง จึงช่วยสอนให้เขาค่อยๆ มีมุมมองที่กว้างขึ้นและสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้ต้องค่อยๆ ทำ ไม่ต้องเยอะแต่สม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วหวังว่าพระคุณจะเพิ่มขึ้นในทันที

ที่สำคัญต้องทำด้วยความจริงใจ เมื่อเวลาผ่านไป เชื่อว่าการยอมรับจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...