xs
xsm
sm
md
lg

ม.แม่โจ้เตรียมรุกถ่ายทอดองค์ความรู้“กัญชา-กัญชง”ครบวงจรสู่ประชาชนรับแนวโน้มปลดล็อค

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่-ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เตรียมรุกถ่ายทอดองค์ความรู้“กัญชา-กัญชา” ครบวงจรสู่ประชาชนและผู้สนใจ เตรียมพร้อมรองรับข้อกฎหมายที่มีแนวโน้มผ่อนคลายให้คนเข้าถึงจับต้องได้ง่ายขึ้น ย้ำกระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกกัญชา แต่ช่อดอกและเมล็ดยังเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ขณะที่ชิ้นส่วนอื่นอนุญาตใช้ประโยชน์ได้แต่แหล่งที่มาต้องถูกต้อง




ศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งรับผิดชอบดูแลโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อทางการแพทย์ในระบบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม ที่ เป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยแม่โจ้กับกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขมีการออกประกาศปลดล็อกให้ส่วนของกัญชา และกัญชงให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด ยกเว้นช่อดอก และเมล็ดกัญชา ซึ่งประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.63 ทั้งนี้จากประกาศดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกกัญชาได้เอง โดยการปลูกยังต้องขออนุญาตและผู้ที่มีคุณสมบัติขออนุญาตได้นั้น ได้แก่ หน่วยงานรัฐ สถาบันอุดมศึกษา เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย เป็นต้น


นอกจากนี้แม้ชิ้นส่วนต่างๆ ยกเว้นช่อดอกและเมล็ดกัญชา ทั้งใบ กิ่งก้าน ต้นและรากนั้น จะได้รับการปลดล็อก ยกเว้นไม่ให้เป็นยาเสพติดให้โทษ แต่การที่ประชาชนหรือผู้ใดจะนำไปใช้ได้นั้น ต้องนำมาจากแหล่งที่ผู้ปลูกได้รับการอนุญาตให้ปลูกถูกต้องตามกฎหมายด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วยังถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งหากมีการได้มาจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและถูกต้องตามกระบวนการก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือนได้ เช่น นำไปใช้เป็นส่วนผสมในการปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม เป็นต้น ส่วนในกรณีถ้าหากมีผู้ประกอบการจะนำไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม หรือเครื่องสำอาง เพื่อจำหน่ายนั้น จะต้องมีการแจ้งและขอนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)


ทั้งนี้ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แสดงความเห็นว่า การปลดล็อคดังกล่าวเป็นการผ่อนคลายและส่งผลดีทำให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ประโยชน์จากกัญชาในด้านต่างๆ ยกเว้นเพื่อการสันทนาการ สามารถเข้าถึงการใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ชิ้นส่วนต่างๆ ของกัญชาของผู้ที่ได้รับอนุญาตปลูกอย่างถูกต้องจะต้องถูกทำลายทิ้งทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวข้องกับการควบคุมการใช้ประโยชน์กัญชาเพื่อการสันทนาการหรือใช้เป็นยาเสพติดนั้น จะยังมีการควบคุมอย่างเข้มงวดต่อไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทางภาครัฐจะมีการพิจารณาแนวทางผ่อนคลายเรื่องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงใช้ประโยชน์กัญชาและกัญชงมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจของประเทศ


สำหรับการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงแก่ประชาชนและผู้สนใจทั่วไปนั้น ศาสตราจารย์ ดร.อานัฐ กล่าวว่า ถือเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยเฉพาะในช่วงที่กฎหมายมีแนวโน้มผ่อนคลาย ในการที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชงว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และการใช้ประโยชน์ชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อสุขภาพและอื่นๆ รวมทั้งการปลูกแบบครบวงจร ทั้งระบบ GAPและระบบอินทรีย์ ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ความรู้ความเชี่ยวชาญระดับแถวหน้าของประเทศ จากการศึกษาวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง และการร่วมกับกรมการแพทย์ในโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อทางการแพทย์ในระบบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม ที่ประสบความสำเร็จอย่างดี


โดยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกด้วยว่า การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนี้ให้แก่ประชาชนและผู้สนใจถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับข้อกฎหมายที่มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งหากประชาชนและผู้สนใจมีความรู้ย่อมส่งผลดีในการปลูกและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งเกิดประโยชน์สูงสุด และปลอดภัยในการนำไปใช้ ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยแม่โจ้มีการจัดอบรมทั้งหลักสูตรระยะสั้นและการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาต่อเนื่อง ขณะที่ในเร็วๆ นี้เตรียมจัดอบมรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกกัญชงเชิงพาณิชย์ ซึ่งเห็นว่ากัญชงมีความเป็นไปได้ในการที่จะได้รับผ่อนคลายก่อนและมากกว่ากัญชา อีกทั้งปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากน้ำมันกัญชงยังเป็นนิยมและยอมรับในตลาดต่างประเทศด้วย จึงถือเป็นโอกาสดีในการเรียนรู้


“มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถือว่ามีความรู้ความชำนาญเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในเรื่ององค์ความรู้เกี่ยวกับกัญชาและกัญชง จากการที่ศึกษาวิจัยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานและประสบความสำเร็จอย่างดีในโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาเพื่อทางการแพทย์ในระบบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรมที่ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเมื่อข้อกฎหมายมีแนวโน้มผ่อนคลาย การถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ประชาชนถือเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อให้ผู้คนเกิดความรู้ความเข้าใจถูกต้องแท้จริงเกี่ยวกับกัญชาและกัญชงอย่างคบถ้วนรอบด้าน ตั้งแต่การแยกแยะกัญชากับกัญชา,กระบวนการปลูก และการใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับข้อกฎหมายที่ผ่อนคลายในอนาคต เพื่อปฏิบัติอย่างถูกต้องและสามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด”ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าว.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น