xs
xsm
sm
md
lg

อดประกัน ตร.นำหมายเข้าค้นกุฏิอดีตเจ้าอาวาสบังคับให้เณรอมนกเขา พร้อมนำเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดไปตรวจสอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กาญจนบุรี - อดประกัน ตร.นำหมายเข้าค้นกุฏิอดีตเจ้าอาวาสวัดหนองขาว บังคับให้เณรอมนกเขา พร้อมนำเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดไปตรวจสอบ ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลกาญจนบุรี ญาติเตรียมหลักทรัพย์ 9 แสนประกันตัว ศาลพิจารณานานกว่า 1 ชั่วโมง สุดท้ายไม่อนุญาตให้ประกัน ต้องนอกคุก ส่วนคนสนิทอดีตเจ้าอาวาส เชื่อเป็นการจัดฉาก และมีผู้อยู่เบื้องหลัง หวังใส่ร้าย

จากกรณี นายพงษ์พิสุทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวตำบลหนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นำลูกชายคือ สามเณรนัท (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพระครูสังฆรักษ์วินัย อินทวินโย เจ้าอาวาสวัดอินทาราม หรือวัดหนองขาว เนื่องจากถูกกักขังตัวไว้ในกุฏิ พร้อมบังคับให้สามเณรบีบนวดและอมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่นานนับเดือน ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (17 ต.ค.) พ.ต.อ.สุวิทย์ ห่วงทอง ผกก.สภ.หนองขาว ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.นัฐพงศ์ เอกเผ่าพันธุ์ รอง ผกก.สส.สภ.หนองขาว พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.กาญจนบุรี นำหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มค.533/2562 ลงวันที่ 17 ต.ค.62 เข้าตรวจค้นกุฏิพระครูสังฆรักษ์วินัย อินทวินโย หรือนายวินัย ฟักเขียว อดีตเจ้าอาวาส เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในคดีและที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด การตรวจค้นครั้งนี้ นายวินัย ยินยอมพร้อมนำพาคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นอย่างละเอียดด้วยตนเอง

จากการตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่สังเกตพบว่ากล้องวงจรปิดบางตัวได้หายไป โดยเฉพาะกล้องที่ติดเอาไว้บริเวณหน้าห้องน้ำ ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จึงได้นำเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบเพื่อหาหลักฐาน

ทั้งนี้ พ.ต.อ.สุวิทย์ ห่วงทอง ผกก.สภ.หนองขาว เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาต่ออดีตเจ้าอาวาสแล้ว และเมื่อดูจากอายุของสามเณรผู้เสียหาย ปรากฏว่า การกระทำผิดแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา จึงได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ 1.กระทำชำเราและอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และ 2.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม แต่ขณะนี้นายวินัย ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

แต่อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 6 ปาก ซึ่งปากที่สำคัญที่สุดคือ ปากสามเณรผู้เสียหาย โดยมีพยานปากอื่นมาประกอบ ในส่วนของหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทางพนักงานสอบสวนจะได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานมาประกอบในสำนวน เพื่อสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาฟ้องศาล โดยในช่วงบ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล โดยจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง และเป็นที่น่าสนใจ เพราะกระทบต่อสังคม แต่การคัดค้านจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

ขณะที่ นายสมศักดิ์ สุมะโน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า กรณีที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่หนึ่งเป็นเรื่องงานทางการปกครองของคณะสงฆ์ ซึ่งเจ้าคณะผู้ปกครองได้ให้พระรูปดังกล่าวลาสิกขาไปแล้ว ส่วนที่สองเป็นเรื่องของคดีความ ซึ่งเป็นเรื่องของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายไป

เนื่องจากกระบวนการตรงนี้มีการรวบรัดดำเนินการไปพร้อมกันระหว่างกระบวนการทางคณะสงฆ์และกระบวนการของฝ่ายบ้านเมือง เมื่อดำเนินการไปพร้อมกันก็ถือว่าขั้นตอนทางด้านการปกครองคณะสงฆ์ โดยเจ้าคณะอำเภอ ซึ่งท่านมีอำนาจทางการปกครองในการที่จะกำกับดูแลพระภิกษุสงฆ์ในปกครองของท่านให้ประพฤติปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเมื่อท่านพิจารณาเห็นว่าพระภิกษุสงฆ์รูปดังกล่าวได้ประพฤติปฏิบัติไม่ชอบด้วยพระธรรมวินัย เป็นเหตุให้ต้องพ้นจากความเป็นสงฆ์ ขณะนี้ถือว่าท่านได้พิจารณาในเรื่องดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ การพ้นจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์ จะพ้นได้ 2 ลักษณะใหญ่ คือ 1.การพ้นด้วยเหตุของการกระทำผิดพระธรรมวินัย 2.การพ้นด้วยการกระทำผิดกฎหมายอาญา ซึ่งในส่วนของพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมบังคับให้สามเณรอมนกเขา จึงถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นปาราชิกหนัก ซึ่งการเสพเมถุน ถือเป็นการปาราชิกหนักที่ทำให้พระรูปนั้นพ้นจากความเป็นสงฆ์ ดังนั้น การล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะดังกล่าว จึงถือว่าพระสงฆ์รูปนั้นได้พ้นจากความเป็นสงฆ์ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องเปล่งวาจา

โดยเมื่อพิสูจน์ได้ว่าท่านให้สามเณรอมนกเขาเป็นที่แน่ชัดแล้ว ซึ่งสามเณรก็ได้เปิดเผยความจริงออกมา จึงถือว่าท่านพ้นจากความเป็นสงฆ์ไปแล้วตั้งแต่กระทำผิดวินัยสงฆ์ตอนนั้นแล้ว ซึ่งสามเณรได้ให้ข้อเท็จจริงต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ซึ่งปรากฏชัดเจนว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำผิดพระธรรมวินัย เป็นปาราชิกหนัก ในข้อที่ 1 ว่าด้วยการเสพเมถุน ซึ่งเป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์ในการร่วมกันพิจารณา

โดยทางเจ้าคณะผู้ปกครองท่านคงได้ใช้ดุลพินิจและได้ใช้วิธีการที่แยบยลในการที่จะได้มาซึ่งข้อมูลทั้งหมด ท่านจึงตัดสินใจให้พระรูปนั้นลาสิกขา อย่างไรก็ตาม ถือว่าเจ้าคณะผู้ปกครองท่านได้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว ส่วนการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่นั้น เป็นเรื่องของเจ้าคณะผู้ปกครองที่จะพิจารณาดำเนินการตามการปกครองของสงฆ์ ซึ่งการที่จะแต่งตั้งพระรูปใดนั้นก็แล้วแต่ทางคณะผู้ปกครองจะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

ด้าน นายคำนึง มูลทรัพย์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 10 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี คนสนิทอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งมาสังเกตการณ์การเข้าตรวจค้นกุฏิของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยนั้น กล่าวว่า อยากให้ฟังหลวงพ่อชี้แจงบ้าง ขณะที่เกิดเหตุภายในโบสถ์ก็มีพระรูปอื่นอยู่ด้วย ดังนั้น ควรจะเชิญพระไปสอบถามข้อเท็จจริง สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเหมือนเป็นการมัดมือชก

ซึ่งทางญาติพี่น้องของหลวงพ่อก็อยากให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด ซึ่งส่วนตัวไม่เชื่อคำให้การของพระลูกวัดและสามเณรที่ออกมาให้สัมภาษณ์ แต่เชื่อว่าเป็นการจัดฉากขึ้นมา และมีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เพื่อใส่ร้ายอดีตเจ้าอาวาส เพียงเพราะต้องการให้หลวงพ่อสึกเท่านั้น

สำหรับพระลูกวัดและชาวบ้านในพื้นที่ก็แบ่งออกเป็นสองฝ่าย มีทั้งฝ่ายที่เชื่อและไม่เชื่อ แต่ตนเชื่อว่าหลวงพ่อเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งในส่วนของ พระนัทธี สิริจนฺโท หรือพระโอ๊ต พระลูกวัด ก็มีประวัติที่ไม่ดี ประกอบกับที่ผ่านมาพระลูกวัดรูปอื่นๆ ก็ยังคงเห็นสามเณรรูปดังกล่าวปฏิบัติกิจตามปกติ ไม่ได้ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวตามที่พระโอ๊ต กล่าวอ้างแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.หนองขาว ได้นำตัวพระครูสังฆรักษ์วินัย อินทวินโย หรือนายวินัย ฟักเขียว อดีตเจ้าอาวาส ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีเป็นผลัดแรก โดยญาติได้เตรียมหลักทรัพย์เอาไว้เพื่อยื่นประกันตัว จำนวน 9 แสนบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นประกันตัว แต่ศาลท่านจะให้ประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ

แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดศาลได้พิจารณาคำร้องนานกว่า 1 ชั่วโมง ในที่สุดศาลได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตามคำร้อง ซึ่งทำให้มารดาและญาติต่างผิดหวัง ดังนั้น ทางทนายความของอดีตเจ้าอาวาสจะได้เตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งในวันพรุ่งนี้ต่อไป



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...