xs
xsm
sm
md
lg

เพิ่มข้อหาหนัก! ครูบุรีรัมย์ซิ่งรถชนกวาด จยย.ติดไฟแดงไฟลุกท่วมตาย 1 เจ็บ 6-โผล่ไกล่เกลี่ยญาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บุรีรัมย์ - ตำรวจแจ้งเพิ่มข้อหาหนักประมาททำคนอื่นตาย ครูโรงเรียนดังบุรีรัมย์ซิ่งรถหรูชนกวาด จยย.จอดติดไฟแดงหน้า 4 คันรวดไฟลุกท่วมตาย 1 เจ็บ 6 ราย คนขับโผล่ไกล่เกลี่ยญาติผู้เสียหาย ญาติชี้ป่วยไม่ควรขับรถเพราะทำให้คนอื่นสูญเสีย

วันนี้ (20 ส.ค.) ความคืบหน้ากรณีที่เกิดอุบัติเหตุระทึกรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ สีดำ ทะเบียน กจ 2695 บุรีรัมย์ ขับด้วยความเร็วพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดติดไฟแดง 4 คันรวด ที่บริเวณสามแยกหน้าศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์หลังเก่า ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ทั้งยังลากรถจักรยานยนต์ติดไปใต้ท้องรถด้วย 1 คัน จนเกิดไฟลุกไหม้ด้านหน้ารถยนต์ และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายทั้ง 2 คัน เหตุเกิดเวลาประมาณ 21.30 น. เมื่อคืนวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 คน และเสียชีวิต 1 ราย คือ นายธีวธันย์ วิฑูรย์ อายุ 53 ปี


ล่าสุด พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้นัดครอบครัวผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บทั้ง 7 ราย พร้อมตัวแทนประกันภัย และนายสมศักดิ์ เกรัมย์ อายุ 53 ปี คนขับรถยนต์คู่กรณี เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ โดยมีพนักงานสอบสวนเป็นสักขีพยาน เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียหายหลายราย โดยการเจรจาเบื้องต้นผู้เสียหายบางรายสามารถตกลงกันได้ แต่บางรายยังไม่ได้ข้อสรุปเนื่องจากผู้ประสบเหตุยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ต้องรอดูอาการอีกครั้ง ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตก็รอให้เสร็จจากงานศพแล้วจึงจะพูดคุยกันอีกครั้ง

นางวิรัตน์ ไชยทอง อายุ 41 ปี แม่ของผู้บาดเจ็บ บอกว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะครอบครัวตนเองได้รับบาดเจ็บถึง 2 คน คือ ลูกชายกับลูกสะใภ้ ซึ่งลูกชายบาดเจ็บไม่สาหัส แต่ลูกสะใภ้ อาการสาหัสทั้งสะโพกหลุด กระดูกหลังร้าว ตอนนี้ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาล จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนมาก นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายรักษาลูกชาย ลูกสะใภ้เองแล้ว ยังต้องหยุดงานไม่มีกำหนดจนกว่าอาการจะดีขึ้น อยากให้คู่กรณีแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ส่วนที่คู่กรณียืนยันว่าไม่ได้เมา แต่เกิดจากอาการป่วยกำเริบทำให้บังคับรถไม่ได้ อยากจะฝากว่าหากรู้ว่าป่วยก็ไม่ควรจะขับรถ เพราะจะสร้างความสูญเสียแก่คนอื่น อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาคนขับรถยนต์เพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ “ขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” จากที่ก่อนหน้านี้แจ้งไปแล้ว 2 ข้อหา คือ “ขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และขับรถด้วยความประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย”







Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...