xs
xsm
sm
md
lg

ชาวกมลาไสยผวา! ยืมยากันกินเสี่ยงช็อกตาย จี้ “หมอหนู” เร่งแก้หวั่นปัญหาบานปลาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

(แฟ้มภาพ)
กาฬสินธุ์ - ผู้ป่วยใน อ.กมลาไสยหวั่นอาจช็อกตายหากต้องยืมยากันกินเพราะอาการต่างกัน เรียกร้อง รมต.สธ.หาทางออกด่วน ด้านตัวแทนชาวบ้านเปิดหลักฐาน รพ.กมลาไสยยืมยา และเวชภัณฑ์หลายพันรายการ-ค้างยาผู้ป่วยหลายร้อยราย ซ้ำเป็นหนี้ค่ายา 80 ล้าน

จากกรณีชาวบ้านใน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ลงชื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการย้ายนายแพทย์ ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ออกนอกพื้นที่ เพราะไม่ให้สั่งซื้อยา ทำให้ผู้ป่วยขาดยา โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน และโรคไต โดยทางโรงพยาบาลกมลาไสยยอมรับว่าขาดยาจริง เพราะไม่สามารถสั่งซื้อยากับบริษัทได้เนื่องจากเป็นหนี้กับทางบริษัทหลายล้านบาท และเอกสารบิลสั่งซื้อยาถูกสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอายัดไปตรวจสอบ ระหว่างนี้จึงสั่งซื้อเวชภัณฑ์ใม่ได้

ล่าสุดวันนี้ (5 ส.ค.) ชาวบ้านและผู้ป่วยใน ต.โคกสมบูรณ์ และ ต.โพนงาม อ.กมลาไสย รวมตัวเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ตรวจสอบปัญหาการสั่งซื้อยาของโรงพยาบาลกมลาไสยยังไม่แล้วเสร็จ จนทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถสั่งซื้อยาจากบริษัทได้ นำไปสู่การขาดยารับประทานอย่างต่อเนื่องของผู้ป่วย จนต้องยืมยากันกิน

นายทองดี บุญแสงสี อายุ 63 ปี หนึ่งในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลกมลาไสย กล่าวว่า ตนได้รับยารักษามาไม่ครบ ซึ่งทางโรงพยาบาลบอกว่าสั่งซื้อยายังไม่ได้และขอติดค้างไว้ก่อน หากยืมยาจากโรงพยาบาลอื่นมาได้จะนัดให้มาเอาวันหลัง ทำให้ตนต้องไปยืมยาเพื่อนบ้านที่ป่วยโรคเบาหวานด้วยกันมากิน แต่ก็ไม่ทราบว่าจะได้ผลหรือไม่เพราะคนที่ตนไปยืมยานั้นเพิ่งป่วยเป็นโรคเบาหวานมาไม่กี่ปี ส่วนตนป่วยมาหลายปีแล้ว จึงไม่ทราบว่ายาที่แพทย์สั่งจ่ายนั้นเป็นตัวยาเดียวกันหรือไม่
(แฟ้มภาพ)
ด้านนายคงเดช เฉิดสถิต ส.จ.เขตอำเภอกมลาไสย ในฐานะตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ปัญหานี้ถูกปล่อยเรื้อรังมานานแล้ว โดยไม่ได้รับการแก้ไข จนปัจจุบันขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ กระทบไปยัง รพ.สต. และชาวบ้านขาดยา ต้องยืมกันกิน เพราะโรงพยาบาลสั่งซื้อยาไม่ได้ เนื่องจากเอกสารและความคืบหน้าการตรวจสอบการสั่งซื้อยาถูกสำนักงานสาธารณสุขดองเรื่องไว้ หากปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อออกไปนานๆ จะกระทบต่อการรักษาโรคและภาวะร่างกายได้ เพราะผู้ป่วยแต่ละคน โดยเฉพาะโรคเรื้อรังเบาหวานและความดัน รวมทั้งโรคไตนั้นมีสภาพร่างกาย อาการของโรคแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่กลับต้องมายืมยากัน

“นอกจากจะไม่ช่วยรักษาอาการของโรคแล้วจะทำให้อาการของโรคกำเริบเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ หน่วยงานที่รับผิดชอบควรที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขจะทำอย่างไร วิธีใดก็รีบทำ การตรวจสอบความผิดปกติของการสั่งซื้อยาก็ดำเนินการไป ใครผิดใครถูกว่ากันไปตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริง ส่วนการดำเนินการจัดหายาก็ต้องดำเนินต่อไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ป่วยและประชาชน ควรแยกให้ออกและเร่งแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้” นายคงเดชกล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลเอกสารจากทางโรงพยาบาลกมลาไสยพบว่ามีรายละเอียดสรุปรายการที่โรงพยาบาลยืมยาชนิดต่างๆ หลายร้อยรายการจากโรงพยาบาลอื่นในจังหวัดเดียวกัน รวม 9 แห่ง และบันทึกรายการยืมเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นใช้ในการรักษาผู้ป่วยอีกหลายรายการ

รวมทั้งรายชื่อผู้ป่วยที่โรงพยาบาลค้างยาตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2562 อีกหลายร้อยคน ซึ่งเรื่องดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโรงพยาบาลประสบปัญหาการสั่งซื้อยาและจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยไม่ครบ

ทั้งนี้ จากข้อมูลทราบว่าก่อนหน้านี้โรงพยาบาลกมลาไสยได้รับงบประมาณการจัดซื้อยาปีละกว่า 30 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ส่อไปในทางทุจริต โดยการยักยอกเงินจำนวนกว่า 5 ล้านบาท จนทาง ป.ป.ท.เขต 4 เข้ามาตรวจสอบ ประกอบกับการตรวจพบความผิดปกติในการสั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ทำให้ทางโรงพยาบาลกมลาไสยเป็นหนี้ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่าอื่นๆ รวมทั้งหมดกว่า 80 ล้านบาท

โดยก่อนหน้านี้ นายแพทย์ วรวิทย์ เจริญพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยางตลาด รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลกมลาไสย ยอมรับว่าโรงพยาบาลเป็นหนี้ค่ายากับบริษัทประมาณ 30 ล้านบาท และค่าเวชภัณฑ์อื่นรวมทั้งหมดกว่า 80 ล้านบาทจริง ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการแล้ว จึงทำให้การบริหารจัดการเป็นไปด้วยความยากลำบาก


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...