xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายชาวกะเหรี่ยงรวมตัวหน้ากงสุลฯ หนุนสหรัฐฯ คว่ำบาตร “มินอ่องหล่าย-ผู้นำทหารพม่า”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เชียงใหม่ - ตัวแทนสมาคมกะเหรี่ยงไทย-เครือข่ายสันติภาพชาวกะเหรี่ยง รวมตัวหน้ากงสุลสหรัฐฯ ประกาศหนุนอเมริกาคว่ำบาตร “นายพลมินอ่องหล่ายและ 3 ผู้นำทางทหารพม่า” ชี้ก่ออาชญากรรมสงคราม-ล้างเผ่าพันธุ์ชัด

วันนี้ (23 ก.ค.) นายลอยพอ สุริยะบุปผา ประธานสมาคมกะเหรี่ยงไทย (Karen Thai Group ; KTG/KTA) - ส.อบจ.อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พร้อมเครือข่ายชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้รวมตัวแถลงข่าวกันที่หน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือต่อกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ผ่าน Mr. Benjamin Rathsack หัวหน้าสำนักงานรักษาความมั่นคงทางการทูต กงสุลใหญ่สหรัฐฯ

โดยระบุว่า เครือข่ายสันติภาพชาวกะเหรี่ยง (Karen Peace Support Network ; K.P.S.N.) ซึ่งเป็นเครือข่ายด้านสิทธิขององค์กรประชาสังคมชาวกะเหรี่ยง ยินดีและเห็นด้วยที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศเมื่อวันที่ 16 ก.ค. คว่ำบาตรนายพล มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า, นายพล โซวิน รองผู้บัญชาการฯ และผู้นำทางทหารอีก 2 ราย ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเลวร้าย รวมถึงการเข่นฆ่าชาวโรฮิงญา-ชาวมุสลิมในพื้นที่ของรัฐยะไข่ ประเทศพม่า

เครือข่ายสันติภาพชาวกะเหรี่ยงฯ ขอชื่นชมรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ได้กระทำการต่อต้านผู้นำทางทหารพม่าอย่างเปิดเผย เป็นรัฐบาลแรกของโลก นับจากเดือนสิงหาคม 2561 ที่คณะภารกิจอิสระเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงนานาชาติแห่งสหประชาชาติ (United Nations Independent International Fact-Finding Mission On Myanmar IIFFM) ได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนผู้นำเหล่านี้ในข้อหากระทำการล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมสงคราม ในรัฐยะไข่ คะฉิ่น และรัฐฉาน

ที่ผ่านมาแม้ IIFFM จะเสนอให้มีการคว่ำบาตรผู้นำทางทหารของพม่าเป็นรายบุคคล แต่นานาชาติกลับเลือกคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารในระดับรอง ไม่ใช่ผู้นำสูงสุดแต่อย่างใด จึงเป็นการเปิดทางให้กองทัพพม่า ดำเนินการก่ออาชญากรรมอันเลวร้ายอย่างที่สุด แต่พ้นผิดลอยนวลต่อไป ดังที่ได้เห็นล่าสุดกับการปฏิบัติการต่อกองทัพอาระกัน ในภาคตะวันตกของประเทศพม่า

นอกจากนี้ กองทัพพม่ายังได้ขยายกองกำลังเข้ารุกรานพื้นที่ชาวกะเหรี่ยง อันถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง อีกทั้งยังปฏิเสธทุกข้อเสนอว่าด้วยปฏิรูปเพื่อสหพันธรัฐ เปิดทุกทางออกของ “กระบวนการสันติภาพ”

การคุมอำนาจของทหารพม่า ซึ่งได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญพม่า พ.ศ. 2551 เป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งต่อการปฏิรูปประเทศไปสู่ความเป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย และต่อสันติภาพอันยั่งยืน การกำหนดสถานะของนายพล มิน อ่องหล่าย และเหล่านายพล ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเลวร้ายนั้น เป็นประโยชน์ต่อการตัดวงจรการยืนกุมอำนาจนี้ ด้วยเป็นการแจ้งต่อชาวโลกว่าผู้นำทหารของประเทศพม่าเป็นอาชญากรสงคราม

ซึ่งนี่คือการสร้างขวัญกำลังใจอันใหญ่หลวงแก่ชาวกะเหรี่ยง ผู้ทนทุกข์ต่อการปฏิบัติอันโหดร้าย ป่าเถื่อน อย่างเป็นระบบของกองทัพพม่ามาช้านาน และเคยเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาหลายทศวรรษ ให้มีความรับผิดชอบและยุติการลอยนวลพ้นผิดจากอาชญากรรมดังกล่าว

ในการนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการสนับสนุนข้อเสนอแนะอื่นๆ ของ IIFMM รวมถึงการนำผู้นำทางทหารของพม่าขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ การออกคำสั่งห้ามซื้อขายอาวุธยุทโธปกรณ์กับรัฐบาลพม่า และการคว่ำบาตรต่อธุรกิจเฉพาะรายที่กองทัพพม่าเป็นเจ้าของหรืออยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพพม่า และขอเรียกร้องให้ทุกรัฐบาลทั่วโลกยอมรับในข้อค้นพบ และดำเนินการตามข้อเสนอแนะของรายงานพิเศษสหประชาชาติว่าด้วยประเทศพม่าต่อไป
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...