xs
xsm
sm
md
lg

ส่อง “กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ” ก่อนน้องชายแดนปอดช้ำ-ตับฉีกดับ อ้างมีองค์คุมเด็กติวสอบเตรียมทหาร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นครสวรรค์ - เปิดปากอดีตเด็ก นร.กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ..อ้างมีองค์พ่อปู่รู้เห็นใครทำอะไร ห้ามเด็กปากโป้ง ระบุวางกฎเข้มทั้งต่อย-ใช้หวายตี ไม้เบสบอลฟาด เผยเคยมีคนทนไม่ไหวต้องปีนรั้วหนีกลางดึกมาแล้ว

เรื่องราวภายใน “สถาบันกวดวิชาบ้านพี่ณัฐ” ภายในหมู่บ้านไอซ์แลนด์ 6 อ.เมืองนครสวรรค์ ที่เปิดคอร์สกวดวิชาแบบกิน-นอน รับติวเด็กเตรียมสอบทหาร กระทั่งเกิดเหตุ ด.ช.ฐปกร หรือน้องชายแดน ทรัพย์สิน วัย 14 ปี นักเรียนชาวจังหวัดตาก เสียชีวิตเมื่อ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในสภาพศพมีร่องรอยถูกทำร้ายอย่างหนัก ปรากฏรอยช้ำทั่วร่าง-ปอด กระเพาะ ตับอ่อนฉีก-บอบช้ำเสียหาย มีรอยไหม้บริเวณอวัยวะเพศ ทำให้บิดาของน้องชายแดนเข้าร้องทุกข์ แจ้งความดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์, กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ และกองปราบปราม ได้สืบสวนสอบสวนจนนำไปสู่การจับกุม นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ เจ้าของสถาบันฯ, น.ส.พีรญา พละเสน ภรรยา และ น.ส.นงลักษณ์ พละเสน แม่ยาย เมื่อ 18 มิ.ย.ในข้อหาฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายนั้น

หนึ่งในอดีตนักเรียนที่เคยเข้าคอร์สติวกับ “กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ” และเป็นเพื่อนกับน้องชายแดน เล่าว่า ตนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นก็ได้สมัครเรียนกับสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารที่ตกเป็นข่าว เพื่อเก็บตัวและศึกษาวิชาในการสอบเข้าเตรียมทหาร โดยได้สมัครเข้าอยู่แบบกินนอนศึกษาที่นี่ ควบคู่ไปกับเรียน กศน. ค่าใช้จ่ายตกปีละ 280,000 บาท

ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่ในสถาบันฯ จะใช้กฎระเบียบกึ่งทหาร ตอนแรกที่ตนเข้ามาสัมผัสรู้สึกว่าน่าอยู่ การทำโทษสำหรับคนที่ไม่ทำตามกฎระเบียบ ให้ยืนกระโดดตบเต็มที่ก็แค่ 500 ที แต่พออยู่นานๆ ไปตนกลับรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้แล้ว เนื่องจากการทำโทษหลายๆ ครั้งมักจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการใช้ไม้ ตั้งแต่ไม้หวาย จนถึงไม้เบสบอล ตีด้วยความแรง จนทำให้รู้สึกปวดระบมอยู่หลายครั้ง อีกทั้งยังมีการต่อยตนจนปากแตกเลือดกลบ เพราะไม่พอใจที่ตนไปขโมยหยิบขนมในตู้เย็นกิน ซึ่งมันรุนแรงเกินไป จนตนต้องตัดสินใจขอลาออก

อดีตนักเรียนที่เคยเข้าคอร์สติวเตรียมสอบเตรียมทหารรายนี้ระบุว่า ครูหรือติวเตอร์มักจะอวดอ้างว่าตัวเองมีองค์ของพ่อปู่ หากใครที่มาเรียนและพักอาศัยอยู่ที่นี่แสดงพฤติกรรม หรือพูดจาไม่ดี จะรู้เห็นหมด รวมถึงยังอ้างตัวว่ารู้จักกับนายทหารทุกระดับชั้น จนทำให้เด็กเกือบทุกคนที่มาเรียนเกิดความเกรงกลัว แต่เรื่องราวระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ในสถาบันนี้ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงอะไร ห้ามนำไปเผยแพร่กับบุคคลภายนอกอย่างเด็ดขาด ซึ่งตนก็ทำแบบนั้นในระหว่างที่ไปอยู่กับสถาบันดังกล่าว มีเรื่องอะไรก็ต้องเก็บไว้ แม้แต่แม่ของตนก็จะไม่บอกให้รู้

ในสถาบันแห่งนี้มีผู้มาเก็บตัวติวอยู่รวมกันกว่า 10 คน ซึ่งก็จะสับเปลี่ยนตลอด และยอมรับว่ามีการเขม่นไม่ชอบกันระหว่างเพื่อนที่เรียนจนถึงขั้นมีการชกต่อยกันบ้าง แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นยกพวกรุมตีกัน ยกเว้นหัวโจก 3 คนที่มีความสนิทสนมกับเจ้าของสถาบัน และชอบใช้ความรุนแรงก่อเหตุรุมชกต่อยกับเพื่อนด้วยกัน ซึ่งหลายๆ ครั้งหากไม่ชอบหน้าใครก็จะไปขออนุญาตหาเรื่องรุมทำร้าย

ขณะที่ ด.ช.เอ และ ด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ในสถาบันกวดวิชาที่ตกเป็นข่าว และเป็นเพื่อนกับน้องชายแดนเช่นกัน ได้ให้ปากคำต่อ พงส.สภ.เมืองนครสวรรค์ เจ้าของคดีทำนองว่า ชนวนเหตุการเสียชีวิตของน้องชายแดนเกิดขึ้นเมื่อ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการสั่งให้กลุ่ม นร.หัวโจก ซึ่งหนึ่งในนั้นมี ด.ช. ร.เรือ เป็นหัวหน้าแก๊งพาพวกไปรุมทำร้ายน้องชายแดนอย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หัวแตกเย็บ 7 เข็ม แขนขวาหัก รวมถึงได้รับความบอบช้ำระบมไปทั่วทั้งตัว จนต้องรีบพาตัวไปทำแผล และพากลับมาเก็บตัวอยู่ในสถาบันฯ โดยไม่ยอมให้มีการพูดคุยติดต่อกับทางพ่อ-แม่อย่างเด็ดขาด

กระทั่งวันที่ 12 มิ.ย. น้องชายแดนรู้สึกทนไม่ไหวกับอาการบาดเจ็บ ต้องการจะโทรศัพท์ติดต่อกับพ่อ-แม่ให้มารับพาไปรักษาที่โรงพยาบาล จึงได้ไปขอโทรศัพท์ของตัวเองที่ถูกยึดไว้กับแม่ยายเจ้าของสถาบันฯ แต่ได้รับการปฏิเสธว่ายังไม่ว่าง จึงทำให้น้องชายแดนหันหลังกลับแล้วสบถออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ จนมีการนำเรื่องไปฟ้อง เป็นเหตุทำให้มีการใช้ไม้เบสบอลฟาดหลังน้องชายแดนอย่างรุนแรงไปกว่า 20 ทีเพื่อเป็นการทำโทษ กระทั่งน้องชายแดนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

และว่ากันว่าการใช้ความรุนแรงในสถาบันไม่ได้เกิดกับเพียงแค่น้องชายแดนเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับหลายคนที่มาเก็บตัวติวที่สถาบัน ถึงขนาดมีนักเรียนรายหนึ่งต้องปีนกำแพงบ้าน (สถาบัน) หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านใกล้เคียงกลางดึกเพราะโดนซ้อมและทุบตีจนทนไม่ไหว แต่ก็ยังมีนักเรียนอีกหลายคนต้องอดทนอยู่ เนื่องจากก่อนที่จะมาเข้าเรียนอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ ส่วนใหญ่พ่อแม่ของนักเรียนต้องกู้เงินมาจ่ายค่าเรียนปีละร่วม 280,000 บาท

ทั้งนี้ อีกหนึ่งวัตถุพยานสำคัญในคดีนี้ก็คือ “ไม้เบสบอล” ที่ถูกนำไปทิ้งบริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิง พื้นที่ ต.วัดไทร อ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งเด็กชายวัย 12 ขวบ ชาวพื้นที่ ต.ตะเคียนเลือน อ.เมืองนครสวรรค์ ที่นำเบ็ดไปตกปลาใต้สะพานฯ ช่วงเย็นวันที่ 10 มิ.ย. (หลังน้องชายแดนถูกทำร้ายรอบแรก) แล้วเบ็ดไปเกี่ยวเอาถุงที่ห่อหุ้มไม้เบสบอลอะลูมิเนียมขึ้นมา 4 อัน โดยไม่ทราบว่าเป็นของใคร จึงเก็บเอากลับบ้านไป

ต่อมาได้ทราบจากข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังค้นหาไม้เบสบอลตรงจุดที่เคยตกปลา ประกอบกับมีป้ายสติกเกอร์ที่แปะติดอยู่กับถุง ระบุชื่อ “ณัฐพล ถาวรพิบูลย์ 1010” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ตกเป็นข่าวด้วย จึงได้รีบไปบอกแม่ให้โทร.แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเก็บนำไปเป็นหลักฐาน

เด็กชายรายนี้ยังระบุด้วยว่า ตอนนั้นเจอไม้เบสบอลถึง 10 อัน ไม่ได้มี 8 อันอย่างที่เป็นข่าว แต่เห็นว่าเยอะเกินไป เอากลับบ้านไม่หมด จึงได้โยนทิ้งจุดเดิมไป 6 อัน และเอากลับบ้านเพียง 4 อันเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พาเด็กชายที่เก็บไม้เบสบอสได้ไปชี้จุด และประสานนักประดาน้ำจากกู้ภัยนครสวรรค์ให้ช่วยงมค้นหาไม้เบสบอลที่เหลือได้อีก 4 อัน

ตามแนวทางการสืบสวนทราบว่าไม้เบสบอลที่ถูกนำไปทิ้งดังกล่าวสั่งซื้อมาทางออนไลน์ และมีการนำไม้เบสบอลล็อตแรก 4 อันไปทิ้งที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิงฯ ตั้งแต่เช้าวันที่ 10 มิ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของพ่อน้องชายแดนได้ระบุว่าบุตรชายได้รับบาดเจ็บหัวแตก-แขนหัก ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 9 มิ.ย. ส่วนไม้เบสบอลอีก 4 อันถูกนำไปทิ้งไว้ตรงจุดเดิมใต้สะพาน หลังน้องชายแดนอาการหนักหมดสติ อุจจาระ-ปัสสวะเรี่ยราด จนต้องนำเข้ารักษายังโรงพยาบาลแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีนี้ยังคงให้การปฏิเสธ พร้อมกับยืนยันว่าน้องชายแดนได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกันเองกับเพื่อน และได้แต่งตั้งทนายยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว ขณะที่ถูกนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์เมื่อ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อพยานหลักฐานทางคดี ทำให้ทั้ง 3 ถูกส่งตัวเข้าฝากขังในเรือนจำทันที

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...