xs
xsm
sm
md
lg

รถตู้กรุงเทพฯ-หัวหินโอด เผยหยุดแน่สิ้นเดือนนี้รถตู้มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ขนส่งไม่ต่อใบอนุญาต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประจวบคีรีขันธ์ - รถตู้ กรุงเทพฯ-หัวหินโอด เผยหยุดแน่สิ้นเดือนนี้ เนื่องจากรถตู้มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ขนส่งไม่ต่อใบอนุญาต และลูกค้าน้อยหลังถูกจัดระเบียบโดย คสช. ให้รถตู้มารวมอยู่ด้วยกันทำให้เกิดปัญหาแย่งลูกค้ากันเอง

กรณีรถตู้เอกชนกรุงเทพฯ-หัวหิน ประกาศปิดกิจการผ่านเฟซบุ๊ก โดยจะยุติการให้บริการสิ้นเดือนนี้ โดยมีผู้มาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด วันนี้ (14 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีต้นทางที่สถานีรถตู้หัวหิน ซอยหัวหิน 51 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปลายทางที่สถานีขนส่งสายใต้ปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "30 มิ.ย.62 เตรียมปิดกิจการ ขอประกาศเลยว่าธุรกิจเจ๊ง เพราะ คสช. ของรัฐบาลประยุทธ์ ขอบคุณทุกท่านที่เคยใช้บริการ #RIPรถตู้สาธารณะ" โดยหลังข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่า ได้มีผู้ใช้บริการเข้ามาตอบกลับแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวที่คิวรถตู้ พบว่า บริเวณจุดจำหน่ายตั๋วโดยสารของบริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต ได้ปิดให้บริการ เพียง 1 บริษัทเท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นยังให้บริการตามปกติ โดยวันนี้มีลูกค้าที่เป็นชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทยอยเดินทางมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสอบถามข้อมูลจากผู้บริหารคิวรถตู้บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต รายหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า สิ้นเดือนมิถุนายนนี้รถตู้ของบริษัทฯ จะมีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ซึ่งขนส่งจะไม่ต่อใบอนุญาตขนส่งสาธารณะให้ ทำให้ไม่สามารถวิ่งรถให้บริการแก่ผู้โดยสารได้ตามเดิม จากเดิมที่เคยมีรถตู้วิ่งในคิวกว่า 100 คัน โดยมีจุดหมายปลายทางที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ภายหลังจากที่ คสช.ได้จัดระเบียบคิวรถตู้ทั่วประเทศเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องย้ายคิวไปอยู่ปลายทางที่ปิ่นเกล้าแทน

และคิวรถทุกคันต้องมาอยู่รวมกัน ทั้งจุดที่กรุงเทพมหานคร และจุดที่หัวหิน ทำให้มีการแข่งขันสูงขึ้น อีกทั้งลูกค้าลดน้อยลง สุดท้ายจึงไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ ส่วนข้อความในเฟซบุ๊ก มีพนักงานคนหนึ่งได้โพสต์ไว้ ซึ่งภายหลังมีการเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก ขณะนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้มากนัก ต้องรอดูท่าทีจากรัฐบาลก่อน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบต่อผู้ประกอบการรถตู้ทั่วประเทศ

ด้าน นายสุทธิพันธ์ จิตนิยม อดีตคนขับรถตู้บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองเคยมีรถตู้เป็นเจ้าของเอง 1 คัน และเอารถตู้เข้าร่วมกับคิวของบริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต ภายหลังมีการจัดระเบียบรถสาธารณะ และมีการย้ายคิวมารวมกัน ทำให้ลูกค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง มองอนาคตว่าไปไม่รอด เพราะมีการแข่งขันที่สูงมาก จึงตัดสินใจขายรถตู้ทิ้ง มาสมัครเป็นพนักงานขับรถรับจ้างขับให้แก่คิวอื่นแทน ไม่ต้องแบกภาระดูแลรถตู้ ไม่ต้องเสี่ยงกับกรณีรถหมดอายุ ไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ รถบางคันยังผ่อนไม่หมดแต่อายุครบกำหนดต้องหยุดให้บริการแล้ว

“ยอมรับว่าการจัดระเบียบของ คสช.มีผลต่อผู้ประกอบการ จากเดิมที่แต่ละบริษัทฯ เคยอยู่คิวใครคิวมันตามที่ต่างๆ โดยไม่ต้องแย่งลูกค้ากับบริษัทอื่น แต่เมื่อถูกจับมารวมกัน ทำให้แต่ละบริษัทฯ ต้องแย่งลูกค้ากัน ทำให้เกิดปัญหาขึ้น โดยหลังจากนี้เชื่อว่าจะเกิดปัญหา เวลาถึงเทศกาลวันหยุดยาวที่จะไม่มีรถวิ่งให้บริการประชาชน หรือรถมีไม่เพียงต่อความต้องการ”

ส่วน นายบุญลือ พินอูป พนักงานขับรถตู้เอกชนอีกราย กล่าวเพิ่มเติมว่า รถตู้ของตนเองที่เอามาวิ่งร่วมกับคิวเอกชนก็มีอายุใช้งานใกล้ครบ 10 ปีแล้ว ซึ่งตามกฎหมายเมื่อรถตู้มีอายุครบ 10 ปี จะไม่สามารถต่อใบอนุญาตเดินรถสาธารณะได้ และไม่สามารถซื้อรถตู้คันใหม่มาขออนุญาตได้ โดยจะต้องเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสแทน ซึ่งราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งตนเองคงไม่มีปัญญาซื้อใหม่แน่นอน จากรถตู้คันละล้านกว่าบาท เมื่อตกแต่งแล้วเกือบ 2 ล้านบาท ผ่อนกับไฟแนนซ์ ราคาก็สูงขึ้นอีก หากต้องซื้อรถมินิบัสราคาเริ่มต้นคันละ 3 ล้านกว่าบาท ยังไม่รวมค่าตกแต่ง ซึ่งผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยส่วนใหญ่แบกรับภาระไม่ไหว คาดว่ารถตู้จะทยอยหายไป ในอนาคตรถตู้คงค่อยๆ หมดไปเรื่อยๆ ซึ่งจะกระทบต่อผู้โดยสารอย่างแน่นอน เพราะเมื่อรถน้อยลง แต่ละคิวจะต้องนานขึ้น ผู้โดยสารจะต้องรอนาน ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาล รถจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสาร อยากให้หน่วยงานลงมาจัดการกับปัญหานี้ด้วย



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...