xs
xsm
sm
md
lg

จนท.บุกจับรีสอร์ตหรูหน้าเขื่อนแควน้อยฯ แจ้งข้อหาออกโฉนดกลางป่าสงวนฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พิษณุโลก - ทหาร ศปป.4 กอ.รมน.สนธิกำลังป่าไม้บุกจับกุมรีสอร์ตหรูหน้าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน แจ้งดำเนินคดีฐานออกโฉนดโดยมิชอบกลางเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อย 102 ไร่

วันนี้ (23 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก ได้เข้าพบ ผกก.สภ.วัดโบสถ์ เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม หลังจาก พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. และนายอิทธิพล ประเทือง หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วัดโบสถ์, หน่วยเฉพาะกิจพยัคฆ์ไพร พร้อมกำลัง จนท.ป่าไม้เข้าตรวจสอบและจับกุมผู้จัดการ “สวนแสงพรหมรีสอร์ต” หน้าเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ฐานครอบครองพื้นที่ที่ออกโฉนดโดยมิชอบ 102 ไร่

ทั้งนี้ รีสอร์ตสวนแสงพรหมแลนด์ถูกระบุว่าอยู่กลางเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้สองแควลำน้ำแควน้อย และอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรแต่กลับมีโฉนด ซึ่งการออกโฉนดนั้นได้มาจาก น.ส.3 แต่อ้างว่าได้ใบจองมา แต่เมื่อตรวจสอบแล้วออกเมื่อปี 2515 ซึ่งถือว่าเป็นการออกโดยมิชอบเพราะอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร จึงสั่งให้เพิกถอน

ขณะที่กรมที่ดินอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ทว่า เอกสารดังกล่าวถือเป็นการออกโดยมิชอบ ทำให้ จนท.ป่าไม้ และทหารวางแผนเข้าตรวจสอบดำเนินคดีผู้ครอบครองรีสอร์ตดังกล่าว

จากการตรวจสอบพบว่ารีสอร์ตดังกล่าวอยู่บริเวณริมแม่น้ำแควน้อยฝั่งทิศตะวันออก ติดต่อกับพื้นที่กรมชลประทานขอให้พื้นที่จากกรมป่าไม้เพื่อสร้างเขื่อนแควน้อย โดยมีการสร้างบ้านพัก สำนักงาน ห้องประชุม สุขา ภายในปลูกไม้ผลหลายชนิด และถมดินปิดกั้นทางน้ำบางส่วน

ระหว่างตรวจสอบได้พบนายวชิระพงษ์ บำรุงดี มาแสดงตัว ระบุเป็นผู้จัดการรีสอร์ต และนำสำเนาเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3 ข. ปรากฏชื่อ นางสาวจรรยา อภิชัยศิริภัทร เป็นเจ้าของแปลง แต่นายวชิรพงษ์อ้างว่า นางสาวมนัสนันท์ อภิชัยธนาธิป เป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว

กระทั่งเจ้าหน้าที่นำชี้ขอบเขตรีสอร์ตจำนวน 13 จุด พบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อย และอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ตามมติ ครม.2509 ไม่ปรากฏดำเนินการตาม 30 มิ.ย. 41

เจ้าหน้าที่ป่าไม้และทหารได้ลงความเห็นว่า เอกสารสิทธิไม่ถูกต้อง สอดคล้องกับข้อเท็จจริง มีความผิดฐานบุกรุกที่ดิน จำนวน 102 ไร่ 80 ตารางวา จึงแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 และ 55 ร่วมกันแผ้วถางหรือกระทำการใดๆ เป็นการทำลายป่า ยึดถือครอบครองเพื่อตนเอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ยึดถือครอบครอง เป็นอันเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวน โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่ได้ประเมินความเสียหาย 6,974,559 ล้านบาท

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...