xs
xsm
sm
md
lg

มข.เวิร์กชอปครูภาคอีสานร่วมขับเคลื่อน “โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวขอนแก่น - คณะศึกษาศาสตร์ มข.จัดเวิร์กชอปครู อาจารย์ในภาคอีสานเรียนรู้กระบวนการยกระดับคุณภาพการศึกษาแนวใหม่ผสมผสานระหว่างวิชาการ-ทักษะชีวิต ร่วมจัดการเรียนการสอน ใน “โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา” ปฏิวัติการศึกษาไทย

เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (2 เม.ย.) ที่ห้องประชุม โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มอดินแดง) รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มข. ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน เป็นประธานเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ เน้นกระบวนการแก้ปัญหา โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) รุ่นที่ 2 กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการดังกล่าวเน้นนำนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน และวิธีการแบบเปิด หรือ Open Approach เข้าร่วมจัดการเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา โดยมีคณาจารย์ นักวิจัยจากศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษา ผู้บริหาร และตัวแทนครูในภาคอีสานเข้าร่วมเวิร์กชอป
นายมีชัย วีระไวทยะ
รศ.ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มข.
รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มข.กล่าวถึงโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) จัดตั้งขึ้นเมื่อ 8 พ.ย.60 มีนายมีชัย วีระไวทยะ และ ศ.กิตติคุณ ดร.เทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นแกนหลักร่วมขับเคลื่อนโครงการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีแนวคิดการสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาภายใต้บทบาทความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และบริษัทมูลนิธิองค์กร หรือสถาบันที่สนับสนุนทรัพยากรและมีส่วนร่วมในการบริหารให้แก่สถานศึกษา ซึ่งเป็นส่วนขยายของโรงเรียนประชารัฐ

โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้านต่างๆ สอดคล้องต่อข้อเสนอแนะของมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ตั้งเป้าหมายการพัฒนา 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การพัฒนาครู การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ

สำหรับโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนารุ่นที่ 2 นี้ มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 84 โรงเรียน มีผู้สนับสนุน 27 องค์กร โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ดูแลโรงเรียนในโครงการ จำนวน 4 โรงเรียนในภาคอีสาน ประกอบด้วย

1.โรงเรียนคูคำพิทยาสรรพ์ จ.ขอนแก่น 2.โรงเรียนบ้านบึงเนียมบึงใคร่นุ่นท่าหิน จ.ขอนแก่น 3.โรงเรียนบ้านโนนแสนคำหนองศาลาศรีสะอาด จ.ศรีสะเกษ และ 4.โรงเรียนบ้านโนนคูณ จ.ศรีสะเกษ

ด้าน นายมีชัย วีระไวทยะ เปิดเผยว่า หัวใจหลักของการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา คือ การดึงทุกส่วนเข้ามามีบทบาท ทั้งภาคเอกชน ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย มูลนิธิ โรงเรียนนานาชาติ ภาคีเครือข่ายทั้งหมดนี้จะเข้ามาช่วยกันคิดแล้วก็ร่วมบริหารโรงเรียน พัฒนาการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ทำให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะเด็กนักเรียนเท่านั้น โรงเรียนต้องเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การพัฒนาผู้คนในชุมชนหรือในหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรงเรียนต้องเปลี่ยนบทบาทจากโรงเรียนสำหรับเด็ก มาเป็นโรงเรียนสำหรับทุกคน ต้องให้มีความสำคัญกับชุมชน โรงเรียนในอนาคตจำเป็นต้องเป็นประตูที่จะนำความเจริญไปสู่หมู่บ้าน เพราะโรงเรียนเป็นนิติบุคคล มีที่ดิน มีอาคาร มีครู มีทรัพยากรทุกอย่าง พร้อมที่จะทำอะไรเพราะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เด็กนักเรียนจะไม่เก่งเฉพาะวิชาการเท่านั้น ต้องเก่งในทักษะอาชีพ สามารถค้าขายหรือประกอบอาชีพเลี้ยงตัว

“เราไม่ต้องการเด็กที่เรียนหนังสือเก่งอย่างเดียวแต่เอาตัวไม่รอด ไม่มีทักษะชีวิต เป้าหมายโครงการคือ การสร้างเด็กรุ่นใหม่ที่เรียนรู้ได้รอบด้าน เรียนรู้การประกอบอาชีพ เรียนรู้การค้าขายตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน มีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนในทางสร้างสรรค์ ที่สำคัญต้องเก่งอย่างมีคุณค่า ไม่ใช่เป็นคนเก่งแต่ขี้โกง” นายมีชัย กล่าว


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...