xs
xsm
sm
md
lg

สุดช้ำ! ผู้รับเหมาหญิงเปิดใจจ่ายดอกเบี้ยเดือนละแสน หลังถูก ผอ.โรงเรียนเบี้ยวค่าก่อสร้างกว่า 3 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นางวิจิตรา บุญรัตน์ หรือยายแก้ว อายุ 51 ปี ผู้รับเหมาหญิงที่ถูก ผอ.โรงเรียนเบี้ยวเงินค่าก่อสร้าง
กาฬสินธุ์ - “ยายแก้ว” ผู้รับเหมาหญิงติดป้ายทวงหนี้ผอ.บนสะพานลอยกลางเมืองกาฬสินธุ์ เปิดใจถูกเบี้ยวค่าจ้างสร้างโรงเรียน 5.2 ล้านบาท เผยจ่ายดอกเบี้ยเดือนละกว่า 1 แสนบาทนาน 3 ปี ชี้ได้รับเงินคืนแค่ 3 แสน ที่นาถูกยึด ไร้หน่วยงานช่วยเหลือ

จากกรณีนางวิจิตรา บุญรัตน์ หรือยายแก้ว อายุ 51 ปี ผู้รับเหมาหญิง ชาว ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นำป้ายไวนีลขนาดใหญ่ ซึ่งมีข้อความคล้ายกับทวงหนี้ระบุว่า “ผอ.สั่งทำงาน งานเสร็จ ไม่มีเงินจ่าย ใครจะรับผิดชอบ” และ “ผอ.เห็นพวกเราเป็นคนมั้ย สงสารพวกเราบ้างหรือเปล่า” ติดไว้บนสะพานลอยบริเวณหน้าโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองกาฬสินธุ์

ต้องการขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลังจากถูกอดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ว่าจ้างให้ก่อสร้างปรับปรุงโรงเรียนจนแล้วเสร็จหลายโครงการ แต่กลับไม่ยอมจ่ายเงินจำนวน 5,200,000 บาท ทำให้ครอบครัวเป็นหนี้สิน ที่นาถูกยึดไม่มีเงินจ่ายค่าแรงคนงาน ซึ่งเวลาผ่านมานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงิน

ล่าสุดวันนี้ (24 ก.พ. ) นางวิจิตรา บุญรัตน์ ยังคงพาคนงานไปทำงานรับเหมาต่อเติมบ้านให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เหมือนปกติเช่นทุกวัน เนื่องจากต้องเร่งหาเงินนำมาจ่ายค่าแรงให้กับคนงาน และเตรียมเงินไว้จ่ายค่าดอกเบี้ยให้กับธนาคารที่นำบ้านไปจำนอง และร้านวัสดุก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่ไปกู้ยืมมา ซึ่งรวมแล้วกว่า 100,000 บาทต่อเดือน หลังจากถูกอดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ปัจจุบันย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขต อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เบี้ยวค่าก่อสร้างเป็นเงินกว่า 5,200,000 บาท

นางวิจิตรากล่าวว่า หลังจากได้รับการว่าจ้างให้ทำการปรับปรุงตกแต่งโรงเรียนกมลาไสย อ.กมลไสย จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงปี 2558-2559 เช่น ย้ายหอพระ ปูตัวหนอน ทาสี ซ่อมแซมบ้านพักครู ฯลฯ โดยทำสัญญาว่าจ้างทุกครั้ง เนื่องจาก ผอ.ขณะนั้นอ้างว่าตนสามารถประสานงานด้านงบประมาณจากส่วนกลางในการพัฒนาโรงเรียนได้ ตนจึงเชื่อใจและสำรองค่าใช้จ่าย พร้อมอุปกรณ์ทั้งหมด ซึ่งรวมแล้วประมาณ 5,200,000 บาท แต่หลังส่งมอบงานเสร็จทุกโครงการแล้ว ผอ.คนดังกล่าวกลับบอกว่าให้รอ ผอ.คนใหม่มารับตำแหน่งก่อนจึงจะจ่ายเงินได้ แต่เมื่อ ผอ.คนใหม่เข้ามากลับบอกว่าทางโรงเรียนมีเงินไม่พอจ่ายค่าจ้าง

เรื่องดังกล่าวทำให้ตนเสียหายอย่างมาก กิจการรับเหมาขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินหมุนเวียน และไม่มีเงินไปจ่ายค่าแรงคนงานรวม 35 คน จำเป็นต้องนำบ้าน ที่ดิน ไปจำนองกับธนาคารกรสิกรไทย 1,200,000 บาท ธนาคารไทยพาณิชย์ 1,200,000 บาท กู้หนี้นอกระบบมาอีก 500,000 บาท นำที่นาไปจำนอง 450,000 บาท รวมทั้งหนี้ค่าวัสดุก่อสร้างอีก 400,000 บาท ทั้งยังมีหนี้ไฟแนนซ์รถยนต์ ซึ่งรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5,000,000 บาท

เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนจ่ายค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้าง ปัจจุบันตนต้องดิ้นรนหาเงินไปจ่ายค่าดอกเบี้ยเงินที่กู้ยืมมาเดือนละกว่า 100,000 บาท ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ครอบครัวต้องขายทรัพย์สินเกือบทั้งหมดที่หามาทั้งชีวิตเพื่อไปใช้หนี้ ล่าสุดที่นาจำนวน 5 ไร่ที่นำไปจองนองถูกยึดแล้วเพราะรอเงินที่ทางโรงเรียนค้างจ่าย

นางวิจิตรากล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนและผู้รับเหมารวมแล้วกว่า 10 คนพยายามติดตามทวงถามกับทางอดีต ผอ.และทางโรงเรียน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะได้เงินครบ ซึ่งทาง ผอ.คนปัจจุบันนั้นได้จ่ายเงินให้ผู้รับเหมาปีละ 1,000,000 บาท แต่หากเฉลี่ยกันแล้ว 10 รายจะได้เงินคืนรายละ 100,000-200,000 บาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาตนได้รับการผ่อนจ่ายจากทางโรงเรียนครั้งแรกในปี 2560 จำนวน 200,000 บาท และในปี 2561 จำนวน 1 แสนกว่าบาท รวมแล้วจำนวน 3 แสนกว่าบาท จากเงินที่ค้าง 5,200,000 บาท ซึ่งไม่พอใช้หนี้ที่กู้ยืมมา โดยเฉพาะดอกเบี้ยต้องจ่ายเป็นรายเดือน

ที่ผ่านมาตนได้ดำเนินการทางกฎหมาย โดยแจ้งความต่อตำรวจ แต่เนื่องจากสัญญาการว่าจ้างทำงานก่อสร้างนั้นมีอายุความเพียง 2 ปี จึงไม่สามารถแจ้งความได้ ต้องนำเรื่องเข้าไปขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม สำนักงานยุติธรรม และผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งก็ได้รับการช่วยเหลือในด้านทนายความและการประสานงานเพื่อฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพราะมีอายุความ 3 ปี การดำเนินการดังกล่าวจะต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งค่าทนายความและวางมัดจำศาลรวมแล้วกว่า 4 แสนบาท

อีกทั้งกว่าจะฟ้องร้องกันต้องใช้เวลานานกว่า 3 ปี แต่หากทางโรงเรียนยื่นอุทธรณ์ก็จะใช้เวลานานไปอีก 10 ปี ซึ่งตนจะต้องหาเงินมาจ่ายค่าดอกเบี้ยอีกจำนวนมากเกรงว่าจะไม่สามารถจ่ายไหว จนทำให้บ้าน ที่ดิน รถยนต์ถูกยึดไปเหมือนที่นา จึงต้องการให้หน่วยงานต้นสังกัดของโรงเรียนกมลาไสย และหน่วยงานต้นสังกัด ผอ.คนดังกล่าว โดยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจน สพม.24 เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ด้วย หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ดำเนินการให้ตนจะเข้าไปยื่นเรื่องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ด้านนายเกตร์ ต้าวคำตัน อายุ 49 ปี คนงานรับเหมาก่อสร้างของนางวิจิตรา กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในคนงานก่อสร้างที่เข้าไปทำงานในโรงเรียนกมลาไสย ซึ่งช่วงนั้นก็ทำงานอย่างเต็มที่เนื่องจากเป็นสถานศึกษาให้ลูกหลานเรียนหนังสือ แต่เมื่อทำงานเสร็จกลับไม่ได้รับค่าจ้าง คนงานต้องไปกู้ยืมเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ และส่งลูกเรียนหนังสือ ยอมรับว่าลำบากมาก แต่โชคดีที่นางวิจิตราที่เป็นนายจ้างเห็นใจนำที่นา บ้านไปจำนองเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าแรง อยากเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบเร่งแก้ปัญหาให้แก่นางวิจิตราด้วย เพราะเราทำงานอย่างใจซื่อ สุจริต แต่กลับถูกรังแก ไม่จ่ายเงินเป็นสิ่งไม่ถูกไม่ควร


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...