xs
xsm
sm
md
lg

โต้ลั่น! อดีต ส.ว.-ส.ส.ศรีสะเกษถูก “บิ๊กโจ๊ก” จับยึด 2 พันล้าน อ้างไม่เคยปล่อยกู้โหด-เชื่อแกล้งการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศรีสะเกษ - อดีต ส.ว.-ส.ส.ศรีสะเกษถูก “บิ๊กโจ๊ก” จับยึดทรัพย์กว่า 2 พันล้าน โต้ลั่นไม่เคยปล่อยเงินกู้โหด แค่ทำธุรกิจซื้อขายที่ดิน เตรียมฟ้องกลับ ชี้ฐานะมั่นคงไม่เคยคิดหนีแต่กลับถูกออกหมายจับเยี่ยงอาชญากร เชื่อกลั่นแกล้งทางการเมือง

วันนี้ (10 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อชาติ บ้านดองกำเม็ด อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ นางสุนีย์ อินฉัตร อดีต ส.ว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย น.ส.มาลินี อินฉัตร อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย และ ดร.ณรงค์ ระฆังทอง ทนายความชื่อดังจังหวัดศรีสะเกษ และเป็นทนายความส่วนตัว นางสุนีย์ อินฉัตร ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะ ได้แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 5 คน คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมอายัด/ยึดทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท โดยมี นางสุนีย์ อดีต ส.ว. และ น.ส.มาลินี อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ลูกสาว เป็น 2 ใน 5 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ซึ่งขณะนี้ น.ส.มาลินีเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ โดยมี นายอธิป อินฉัตร ลูกชายของ น.ส.มาลินี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ

นางสุนีย์ อินฉัตร อดีต ส.ว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนทราบข่าวว่าจะมีการเข้าจับกุมตนเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2562 ตอนช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. กำลังจะเข้าสู่ช่วงเช้าของวันที่ 4 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่เปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเป็นวันแรก ตนและลูกสาว คือ น.ส.มาลินี อินฉัตร อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ จะนำหลานชายของตน คือ นายอธิป อินฉัตร ไปสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ ซึ่งพอตนรู้ข่าวได้ไปมอบตัวต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ แล้วได้รับการประกันตัวในวงเงินคนละ 100,000 บาท ส่วนเรื่องทั้งหมดตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเพราะว่าเป็นการกล่าวหาไม่เป็นความจริง


ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนนั้นมี 2 ส่วน คือ เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน ซึ่งตนทำอาชีพนี้มาหลายสิบปีแล้ว เวลาซื้อขายที่ดินก็ซื้อขายกันบนสำนักงานที่ดินประจำจังหวัด และได้มีการเสียภาษีให้รัฐบาลถูกต้องทุกแปลง ส่วนเรื่องเช็คนั้น เป็นเช็คที่ตนรับใช้ซื้อของโจรไว้ เพราะว่าเช็คโดนขโมยไป แล้วแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองศรีสะเกษเมื่อประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา เขาก็ยังโยงเรื่องมา ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องเกิดมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมาทำให้เป็นเรื่อง ทำให้ตนเสียชื่อเสียงมาก ตนจะไปร้องขอความเป็นธรรมจากผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประธาน ป.ป.ช. และศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ภายในสัปดาห์หน้า

นางสุนีย์กล่าวต่อว่า สรุปเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการมุ่งหวังทำลายตนทางการเมือง เหตุผลคือ ตนได้ส่งลูกสาว คือ น.ส.มาลินี อินฉัตร ลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และหลานชายคือ นายอธิป อินฉัตร ลงสมัคร ส.ส.เขต 6 จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ ตนมั่นใจว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองโดยตรง ซึ่งตนพร้อมที่จะต่อสู้คดีเพื่อความเป็นธรรมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง

อีกทั้งขณะนี้ตนอายุ 77 ปีแล้ว เป็นช่วงสุดท้ายของชีวิตที่ตนจะต้องทุ่มเทเพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับชาว จ.ศรีสะเกษ ดังนั้น จึงได้ให้การสนับสนุนในการก่อสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน วัดวาอารามและสถานที่สาธารณประโยชน์ต่างๆ จำนวนมากเพื่อประโยชน์สุขโดยรวมแก่ประชาชน จ.ศรีสะเกษต่อไป


ดร.ณรงค์ ระฆังทอง ทนายความชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ และเป็นทนายความส่วนตัวของนางสุนีย์ อินฉัตร กล่าวว่า คดีนี้มีข้อบกพร่องหลายอย่าง คือ ลักษณะคดีที่มีการดำเนินการอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ ทางเจ้าของคดีจริงๆ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนยังไม่มีการดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหากับทางผู้ต้องหาทั้งหมด และคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีเช็คเกิดขึ้นที่ตัว อ.ขุขันธ์ ลักษณะของคดีเป็นเพียงคดีแพ่ง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีอาญาแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ส่วนการซื้อขายที่ดินที่มีการพยายามโยงมา และนำมามัดตัวผู้ต้องหาทั้งหมด เป็นการซื้อขายที่ดินกันโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยนางสุนีย์ อินฉัตร เป็นคนทำธุรกิจด้านนี้โดยเฉพาะ ซื้อขายที่ดินมา 40-50 ปีแล้ว และมีการซื้อขายไป ซึ่งคนทั้ง จ.ศรีสะเกษทราบเรื่องนี้ดี พฤติกรรมของนางสุนีย์ไม่เคยมีการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ไม่มีการทำสัญญาขายฝากหรือจำนอง มีแต่ซื้อที่ดินขาดไป ซึ่งตนได้สอบถามเรื่องนี้กับทางพนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ที่จับกุมแล้ว ก็ไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับสัญญาขายฝากหรือจำนองมาให้ตนได้ดูเอกสารเหล่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งบกพร่องที่เจ้าหน้าที่พยายามเชื่อมโยงให้เป็นคดีเดียวกันทั้งหมด

ดร.ณรงค์กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งตนเห็นว่านางสุนีย์ และ น.ส.มาลินีไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นอย่างมากคือ มีการออกหมายจับ ซึ่งชุดจับกุมหรือพนักงานสอบสวนสามารถที่จะออกหมายเรียกเนื่องจากว่าผู้ต้องหาไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนี โดยฐานะอดีต ส.ส. และอดีต ส.ว.ฐานะความเป็นอยู่มีทรัพย์สินระดับหลายพันล้านบาท ขอย้ำว่าหลายพันล้านบาท แต่กลับกระทำต่อบุคคลเหล่านี้เยี่ยงกับเป็นพวกอาชญากร ไปถามชาว จ.ศรีสะเกษเลยว่าบุคคลเหล่านี้ทำคุณงามความดีกับชาว จ.ศรีสะเกษมากมายขนาดไหน และไม่เคยมีประวัติว่าเคยไปรังแกใครแต่อย่างใดทั้งสิ้น ออกหมายเรียกหรือหนังสือเชิญมาก็ยินดีให้ความร่วมมือ ไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนีอยู่แล้ว แต่การที่พนักงานสอบสวนไปยื่นเรื่องต่อศาลอาญา เพื่อให้ออกหมายจับ ตนไม่ทราบว่าเขาใช้เหตุผลอะไร อาจจะเป็นการยื่นเท็จหรือให้การอันเป็นเท็จต่อศาลอาญาก็ได้ ตนถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาลเกี่ยวกับการให้ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้

ดร.ณรงค์กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญที่สุดในการยึดทรัพย์ ตนมารวบรวมค่าเสียหายทั้งหมด ทั้งคดีที่ดิน ทั้งเช็คที่มีการกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายอาญา รวมแล้วเต็มที่ไม่เกิน 100 ล้านบาท แต่พนักงานสอบสวนและชุดจับกุมทำการยึดทรัพย์ไปร่วม 2-3 พันล้านบาท ซึ่งตนและนางสุนีย์ได้โต้แย้งแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่รับฟัง เพราะทรัพย์สินที่โดนยึดไปได้มาโดยชอบกว่า 40-50 ปีแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังทำการอายัดไว้เพื่อให้เกิดความเสียหาย และมีการแถลงข่าวในวันนั้นมีการเอาภาพข่าวคนอื่นมารวมไว้โดยมีการเอาข่าวยาเสพติดมารวมด้วย ทำให้คนเข้าใจผิดว่านางสุนีย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทำให้นางสุนีย์กับพวกได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากเพราะไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งนางสุนีย์และผู้เสียหายทั้งหมดจะได้มีการดำเนินคดีต่อสื่อมวลชนที่มีการนำเสนอข่าวที่ทำให้ได้รับความเสียหายนี้จนถึงที่สุดต่อไป




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...