xs
xsm
sm
md
lg

ได้ผล!ม.พะเยา วิจัยแล้ว ใช้แบคทีเรียพันธุ์ใหม่พัฒนาอาหารโคนม ลดต้นทุนเกือบครึ่ง-เพิ่มน้ำนมจริง(ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พะเยา – สุดยอด..นักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศทางฟิสิกส์ ม.พะเยา วิจัย-ให้เกษตรกรพะเยาและบึงกาฬทำแล้ว ได้ผลจริง “ยิงไอออนในพลาสมา ใส่แบคทีเรียชักนำ สร้างแบคทีเรียพันธุ์ใหม่” ย่อยผลผลิตเหลือใช้ ทำอาหารวัวนม ลดต้นทุนเกือบครึ่ง-เพิ่มน้ำนมและฮอร์โมนได้อีก


รศ.ดร. สมบูรณ์ อนันตลาโภชัย หัวหน้าหน่วยเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยพะเยา
รศ.ดร. สมบูรณ์ อนันตลาโภชัย หัวหน้าหน่วยเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยพะเยา(โครงการวิจัยและพัฒนาอาหารโคนมราคาถูก) เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยพะเยา มีแนวคิดนำความรู้ทางฟิสิกส์มาพัฒนาอาหารโค ให้มีต้นทุนต่ำเกิดขึ้นโดยการนำเศษอาหาร หรือวัสดุทางการเกษตรมาทำเป็นอาหารโค

ซึ่งในแต่ละวัน โคตัวหนึ่งจะกินอาหารประมาณ 20-30 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับขนาดของโค) ซึ่งอาหารตามในท้องตลาดจะมีราคาถึง 12-30 บาท ต่อกิโลกรัม สำหรับเกษตรกรที่ใช้อาหารข้นจากบริษัททั้งหมด หรือใช้อาหารธรรมชาติเข้าเสริม ก็ยังถือว่าเป็นภาระที่หนักกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

ทางศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยพะเยา จึงได้สนับสนุนโครงการวิจัย โดยมีเป้าหมายช่วยให้เกษตรกรโคนมไทยเข้มแข็ง และมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยการลดค่าใช้จ่ายอาหารเลี้ยงโคลง และลดเวลาในการต้องออกไปหาอาหารธรรมชาติกินทุกๆวัน

“ความพิเศษเชิงวิชาการของโครงการนี้คือการใช้เทคนิคยิงไอออนในพลาสมา ใส่แบคทีเรียชักนำ ให้เกิดแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ ที่มีความสามารถสูงในการผลิต cellulolytic enzymes เช่น cellulose หรือ xylanase รวมทั้ง lactic acids ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ของโลก คิดค้นและพัฒนาขึ้นเอง โดยนักวิทยาศาสตร์ไทยที่มหาวิทยาลัยพะเยา”

เพื่อนำไปใช้ในวัสดุเหลือใช้จากเกษตรกรตามที่หาได้ในท้องถิ่น-มีราคาถูก เช่น ซังข้าวโพด เปลือกข้าวโพด ฟางข้าว เปลือกทุเรียน เปลือกมันสำปะหลัง เปลือกกล้วย หรือฟักทองตกเกรด ที่ขายไม่ได้ราคา เป็นต้น

ซึ่งวิธีการนี้นอกจากจะทำให้วัตถุดิบเหล่านี้ มีเส้นใยที่อ่อนนุ่มขึ้น ยังทำให้โคย่อยได้ง่ายขึ้น และมีกลิ่นหอมที่ทำให้โคเจริญอาหาร และตัว lactic acid ยังมีผลช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำนม เพิ่มโปรตีนและไขมันในน้ำนมให้สูงด้วย

รศ.ดร. สมบูรณ์ กล่าวว่า ตามแนวทางนี้จะสามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของโคลงได้ 30-40 เปอร์เซ็นต์ จากราคาตลาดอาหารสัตว์ ขณะที่คุณภาพและปริมาณน้ำนมที่เลี้ยงด้วยอาหารของโครงการได้รับการทดสอบโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบนจังหวัดพะเยา พบว่าไม่แตกต่างจากการเลี้ยงด้วยอาหารซื้อจากบริษัท


และล่าสุด หลังนำแนวทางนี้ไปเผยแพร่ให้เกษตรกรโคนมพะเยา และบึงกาฬ ผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นคือ เพิ่มอรรถประโยชน์ให้แก่วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพราะเทคนิคนี้ทำให้สามารถนำวัสดุดังกล่าว มาทำอาหารโคได้ แทนที่จะทิ้งไปเหมือนแต่ก่อน เป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกพืช ช่วยลดปัญหามลพิษหมอกควัน จากการเผาทำลายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พร้อมทั้งช่วยให้มีอาหารให้แก่ตัวแม้ในหน้าแล้งที่ขาดแคลนอาหารจากธรรมชาติ รวมถึงลดเวลาที่ต้องออกไปหาอาหารจากธรรมชาติทุกๆวัน
นายพัฒนา พุทธศร เกษตรกรเลี้ยงโคนม ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา
ด้านนายพัฒนา พุทธศร เกษตรกรเลี้ยงโคนม ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีมาก ตั้งแต่ทางมหาวิทยาลัยพะเยา เข้ามาสนับสนุนการทำอาหารโค นอกจากสามารถลดต้นทุนในการซื้ออาหารจากบริษัทแล้ว ยังช่วยเพิ่มผลผลิตน้ำนมวัว จากปกติโค 1 ตัว จะให้น้ำนมอยู่ที่ 20 กิโลกรัม แต่พอได้อาหารหมักจากซังข้าวโพด และเปลือกวัชพืชต่างๆ สามารถเพิ่มน้ำนมโค มากกว่าเดิมประมาณ 1-2 กิโลกรัม

“ปกติตนจะรีดนมโค เช้าและเย็น จากแต่ก่อนช่วงเช้ารีดโค 1 ตัว จะได้น้ำนมประมาณ 10 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันได้น้ำนมเพิ่มขึ้นเป็น 11-12 กิโลกรัม ถือว่าเป็นอาหารที่ดีมาก ซึ่งปัจจุบันน้ำนมโคราคาจะเฉลี่ยอยู่ที่ 18 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งยังทำให้โคมีร่างกายที่สมบูรณ์อ้วนขึ้นอีกด้วย”

นายพัฒนา บอกต่อว่า แนวทางนี้ทำให้ตนได้น้ำนมโคขายเพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งเป็นการเพิ่มฮอร์โมนในโคนม ทำให้โคนมที่มีอายุประมาณ 45 วัน สามารถที่จะผสมพันธุ์ได้แล้ว หลังจากแต่ก่อนเลี้ยงแบบธรรมชาติต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปีถึงจะสามารถผสมพันธุ์ได้
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...