xs
xsm
sm
md
lg

มข.เปิดตัว! “ชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0” นำร่อง 5 จังหวัดภาคอีสาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคม มข.เปิดตัวชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ยุค 4.0 ปรับเปลี่ยนวิธีคิดวิธีผลิตเพื่อส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ให้เป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เผยตลาดต้องการสูงผลิตป้อนไม่ทัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (14 ธ.ค.) ที่ห้องบริรักษ์ 1 ชั้น 8 โรงแรมวีวิช อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น รศ.เพียรศักดิ์ภักดี รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่า มข.เป็นประธานเปิดสัมมนาเปิดตัวโครงการชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ 4.0 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด 12 ชุมชน โดยมี รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มข.กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ดร.มงคล ต๊ะอุ่น นักวิทยาศาสตร์ เชี่ยวชาญ สังกัดสาขาวิชาทรัพยากรที่ดินและสิ่งแวดล้อม ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากร การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มข. นายธนาปัญญา เหล่าอนันต์ธนา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการ นิสิต ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นวิทยากรให้ความรู้

โดยมีผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานพัฒนาการจังหวัดกาฬสินธุ์ สมาชิกกลุ่มชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตร เชลซียุค 4.0 คณะกรรมการดำเนินการโครงการชุมชนต้นแบบเกษตรอินทรีย์ 4.0 ร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน

รศ.เพียรศักดิ์ ภักดี รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่า มข.กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เล็งเห็นความสำคัญของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ปัจจุบันวิถีชีวิตยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้นำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการดำรงชีวิตของเรามากขึ้น ดังนั้นเกษตรกรที่ปรับตัวสามารถใช้เทคโนโลยีได้ทัน ก็จะได้รับความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิตการแปรรูปและการตลาด โดยทีมงานที่มีความสามารถและประสิทธิภาพที่จะพาพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการและพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์และสร้างรายได้ที่ดียิ่งขึ้น


ทั้งนี้ ขอแสดงความชื่นชมที่ได้เห็นความร่วมมือร่วมใจของทุกๆฝ่ายที่ตั้งใจจะมุ่งมั่นถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมไปถึงการแปรรูปผลผลิตที่เกิดจากพื้นที่เป้าหมายเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบและเข้าใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์สิ่งที่ต้องร่วมมือพัฒนา ฯลฯ

“โครงการนี้จะช่วยผลักดันยกระดับขีดความสามารถการพัฒนาเกษตรกรและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ได้ดีเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ภาคอีสาน 5 จังหวัด 13 ชุมชน ในอนาคตจะต้องพัฒนาและต่อยอด ไปสู่พื้นที่ชุมชนอื่นๆ เพิ่มขึ้น”

รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มข.กล่าวว่า คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีมหาลัยขอนแก่น โดยศูนย์บ่มเพาะธุรกิจและสังคม มีนโยบายในการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือชุมชนเกษตรอินทรีย์โดยการปรับเปลี่ยนวิธีคิดวิธีผลิตเพื่อส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ให้เป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ ได้รับงบประมาณประจำปี 2562 จากสำนักคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงบประมาณเพื่อจัดทำโครงการระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ถึงเดือนกันยายน 2562 โดยมีวัตถุประสงค์โครงการ เพื่อสร้างมูลค่าของสินค้าทางการเกษตรอินทรีย์ให้กับเกษตรกร

ตลอดจนเพื่อเพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ชนิดใหม่ ตามศักยภาพการผลิตในพื้นที่นั้นๆ เพื่อสนับสนุนการรวมกลุ่มมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการความรู้สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่เป็นวิสาหกิจชุมชนสหกรณ์ หรือ Micro Cluster

รศ.ดร.เพ็ญศรีกล่าวอีกว่า เป้าหมายของโครงการนี้เพื่อพัฒนาเกษตรกรที่ต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในการผลิตสินค้าเกษตรให้เป็นเกษตรอินทรีย์ตามศักยภาพของพื้นที่นั้นๆ ตลอดจนพัฒนาเกษตรกรที่ต้องการทำการผลผลิตเกษตรอินทรีย์อาสาพัฒนาเกษตรที่ต้องการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์ในพื้นที่ชุมชนหรือนอกชุมชน ใช้ระบบการคำนวณกลุ่มมีสำหรับพัฒนาเกษตรและการจัดการความรู้การบริหารต้นทุนการผลิตและการจัดการคุณภาพการผลผลิตเกษตรอินทรีย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนที่มีอยู่ ต่อยอดเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตรอินทรีย์ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานหมายขององค์การ คือกลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนวิสาหกิจชุมชนการเกษตร ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดอุดรจังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดสกลนคร จำนวน 13 ชุมชน คิดเป็นเกษตรกรจำนวน 1000 ราย

รศ.ดร.เพ็ญศรีบอกว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับ เกษตรกรมีสินค้าเกษตรอินทรีย์ชนิดใหม่ที่ปลอดภัยไว้บริโภค และเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการใช้จ่ายปุ๋ยฮอร์โมน ยาไล่แมลง ปรับเปลี่ยนสู่เกษตรอินทรีย์ได้ เกษตรกรใน 5 จังหวัด ภาคอีสาน ได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการจัดการความรู้และมาตรฐานการเกษตรอินทรีย์สำหรับการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรได้รับการพัฒนาเป็นเกษตรทันสมัย(Smart Famer) สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการข้อมูลตั้งแต่การผลิตไปจนถึงข้อมูลการตลาดสามารถยกระดับการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ไทย

โดยนำสินค้าและนวัตกรรมที่มีคุณภาพมาตรฐานที่ต้องการของตลาดจะมีรายได้น้อยจนถึงขั้นต่ำ จากผู้จบปริญญาตรีคือเดือนละ 15,000 บาท


ด้านนายวินิจ ถิตย์ผาด อายุ 71 ปี อดีตเกษตรอำเภอ จาก จ.กาฬสินธุ์ ตัวแทนศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนตำบลภูปอ เปิดเผยว่าปัจจุบันได้พลิกผันตัวมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ทำเกษตรบนพื้นที่ทำกิน 84 ไร่ ทั้งพืชสวน พืชไร่ นาข้าว และป่าธรรมชาติ เป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่ปลูกพืชระบบอินทรีย์ปลอดสารเคมี ได้รับมาตรฐานออแกนิกไทยแลนด์ และเป็นพ่อค้าขายข้าวที่แพ็กถุงจำหน่ายกันเอง ยอมรับว่าเกษตรกรยุคนี้ควรต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด และวิธีการทำเกษตร โดยเฉพาะเรื่องการทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง เชื่อว่าการเดินตามรอยพ่อภายใต้หลักการทำเกษตรทฤษฎีใหม่จะเป็นทางรอดของเกษตรกรและชาวนาไทยในเวลานี้ได้

สำหรับโครงการชุมชนต้นแบบสินค้าเกษตรอินทรีย์ 4.0 พื้นที่ภาคอีสาน เป็นโครงการที่สามารถต่อยอดในการแปรรูปสินค้า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่จะลดการสูญเสียของผลผลิต โดยนำเอาของสดเอามาแปรรูปไปเป็นของแห้ง แล้วสามารถจำหน่ายสินค้าให้มีมูลค่าราคาสูงขึ้น และจำหน่ายได้เป็นเวลานาน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...