xs
xsm
sm
md
lg

สาวสุดช้ำ หมอ รพ.ศูนย์อุดรธานีวินิจฉัยโรคผิดตัดมดลูก-ไตทิ้ง จนแฟนหนุ่มสิงคโปร์ตีตัวออกห่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อุดรธานี- สาววัย 33 ปีโร่ร้องทุกข์ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หมอ รพ.ศูนย์อุดรธานีวินิจฉัยโรคผิด อ้างเป็นมะเร็งผ่าตัดรังไข่มดลูกทิ้ง ซ้ำไตก็หายไปข้างหนึ่ง เผยเสียใจถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายเพราะแฟนหนุ่มชาวสิงคโปร์ก็ตีตัวออกห่าง

ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี น.ส.ศินวพร หอมกลาง อายุ 33 ปี พร้อมมารดา นางวรรณลี แสนชาติ อายุ 56 ปี อยู่เลขที่ 37 บ้านไร่สวรรค์ ม.5 ต.หนองวัวซอ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี และนายยิ่งศักดิ์ สิงหัดชัย ทนายความ เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม กรณีได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการที่หมอวินิจฉัยโรคผิดพลาดว่าตนเป็นมะเร็ง และได้ตัดลำไส้ รังไข่ มดลูก และไต ออก โดยมีนายกฤษชานนท์ อุทัยเลี้ยง นักวิชาการนโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี เป็นผู้รับเรื่อง

น.ส.ศินวพร เล่าว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ปีนี้ ตนมีอาการปวดท้องจึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ วินิจฉัยว่าลำไส้อุดตันจะต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังปรึกษากับแม่แล้ว จึงกลับมารักษาต่อที่บ้านเกิด จ.อุดรธานี เมื่อเดินทางมาถึงอาการกำเริบอีก จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี โดยนอนพักที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ ต่อมาแพทย์แจ้งว่าพบคล้ายๆก้อนที่รังไข่ และลำไส้ แต่หมอเวรบอกว่าไม่ต้องผ่าตัด จะฉีดยาให้ซีสช็อคโกแลตฝ่อหลุดไปเอง ตอนนั้นอาการก็ดีขึ้นตามลำดับ ต่อมาหมอใหญ่ ซึ่งเป็นหมอศัลยกรรมลำไส้ได้ มาแจ้งว่าตนเป็นมะเร็ง

เมื่อรับแจ้งว่าเป็นมะเร็ง ก็ได้ร้องขอให้หมอส่องกล้อง ตัดชิ้นเนื้อมาตรวจเพื่อความแน่ใจ ซึ่งเป็นวิธีที่ยังไม่ได้ตรวจ ก็ถูกปฏิเสธว่ากล้องมีไว้รักษาโรค ไม่ได้มีไว้ตรวจหาโรค ไม่ผ่าก็ได้ถ้าไม่พร้อม คนไข้มีอีกเยอะ รอคนคนเดียวไม่ได้ จึงต้องเข้ารับการผ่าตัดเช้ามืดวันที่ 26 มิถุนายน โดยหมอใหญ่เป็นคนผ่าตัด ไม่มีหมอสูตินารีเวชมาร่วม ทั้งที่เคยแจ้งว่าจะมาร่วม และได้รับแจ้งภายหลังว่ายกเอามดลูก และรังไข่ออกทั้งหมด มีการเปลี่ยนทางเดินไต ตัดลำไส้ และเปิดทวารใหม่ที่หน้าท้องซ้าย โดยไม่มีการแจ้งญาติหน้าห้องผ่าตัดรับรู้แต่อย่างใด
น.ส.ศินวพร หอมกลาง อายุ 33 ปี ชาวหนองวอซอ อุดรธานี
น.ส.ศินวพร เล่าต่อว่า 2 สัปดาห์ต่อมาหมอใหญ่แจ้ง ว่า ผลชิ้นเนื้อออกมาแล้วไม่อ่านค่าของมะเร็ง ตนไม่ได้เป็นมะเร็งตามวินิจฉัยครั้งแรก แต่ถูกหมอศัลยกรรมลำไส้ ตัดเอามดลูกและรังไข่ออกไปหมด โดยไม่มีสูตินารีเวชร่วมผ่าตัดด้วย หลังจากนอนพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลได้นาน 1 เดือน 7 วัน จึงรู้ว่า ประวัติคนไข้ของตนระบุเพียงผ่าตัดเท่านั้น ไม่มีการตัดมดลูกและรังไข่ออก จึงตัดสินใจร้องขอความเป็นธรรมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม และได้รับแจ้งว่าจะได้รับการเยียวยาจากการรักษาผิดพลาดเป็นจำนวนเงิน 240,000 บาท ซึ่งตนไม่ยอมรับและได้ยื่นอุทธรณ์ ขณะนี้กำลังรอผลอยู่

อย่างไรก็ตามล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เตรียมย้ายทวารกลับที่เดิม เพราะถุงทวารใหม่ยังห้อยอยู่ที่เดิม หลังตรวจร่างกายหมอบอกว่า ให้ระมัดระวัง รักษาตัวให้ดี เพราะมีไตเพียงข้างเดียว หากทำงานหนักจะไม่มีอีกข้างช่วย ทำให้รู้ว่านอกจากมดลูกและรังไข่ถูกตัด ยังมีไตอีกข้างถูกตัดออกไปด้วย ซึ่งเราจะต้องทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต

“นอกจากจะมีลูกไม่ได้ ยังต้องมีสภาพทำงานหนักไม่ได้ จากเดิมเป็นหลักให้ครอบครัว ตอนนี้เรามาเป็นภาระให้ท่าน และแฟนหนุ่มชาวสิงคโปร์จะแต่งงานปีหน้าก็ดูจะถอยห่างความสัมพันธ์ออกไป มันท้อใจมากจนเคยคิดจะฆ่าตัวตาย จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด”

ด้าน นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่อกรณีดังกล่าวทาง โทรศัพท์ว่า เรื่องดังกล่าว น.ส.ศินวพรได้ร้องเรียนไปหลายส่วน รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย ขณะที่ทางโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยทำบันทึกรายงานไปยัง สำนักงานธารณสุข จ.อุดรธานี ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และได้มีการเยียวยาตาม มาตรา 41 ผู้เสียหายได้อุทธรณ์ขอความเป็นธรรมต่อ

ซึ่งการสอบสวนครั้งนั้นไม่มีกรณี “ไต”ถูกผ่าตัดทิ้ง เมื่อมีการร้องเรียนในประเด็นนี้ด้วย จะต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...