xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวดี!! ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เผยพบต้นอ่อนข้างต้นพระศรีมหาโพธิ์ “ดีเอ็นเอเดียวกันกับต้นไม้ทรงปลูก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประจวบคีรีขันธ์ - ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ยืนยันต้นอ่อนข้างต้นพระศรีมหาโพธิ์ ต้นไม้ทรงปลูก รัชกาลที่ ๙ ที่ถูกตัดทิ้งไปนั้น หลังนำดีเอ็นเอไปตรวจสอบพบว่า เป็นดีเอ็นเอเดียวกัน ล่าสุด ได้นำลงมาจากเขาช่องกระจกมาทำการดูแลที่สถานีวนวัฒวิจัยประจวบคีรีขันธ์ แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ ต้นไม้ทรงปลูกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงปลูกมา 60 ปี และถูกพระราชสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายธรรมยุต ในฐานะเจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร พระอารามหลวง ตัดต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมานั้น โดยระบุว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ยืนต้นตาย

ต่อมา ทางฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้เคลื่อนย้ายตอต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากเขาช่องกระจก ลงมาฟื้นฟูตามหลักวิชาการ เพื่อหวังจะให้แตกตา ออกใบ อีกครั้งภายในโรงเรือนเพาะชำในสถานีวนวัฒวิจัย ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากในช่วงเวลานั้น นักวิชาการป่าไม้ระบุว่า บริเวณโคนต้นรากบางส่วนยังมีเซลล์ที่มีชีวิตอยู แต่ล่าสุด พบว่าตอต้นพระศรีมหาโพธิ์ ไม่สามารถพัฒนาต่อได้แล้ว และในขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่พบต้นอ่อนอยู่ใกล้เคียงกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ถูกตัด โดย นายคงศักดิ์ มีแก้ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยการจัดการป่าไม้ กรมป่าไม้ ได้เก็บใบของต้นอ่อนดังกล่าวไปตรวจสอบดีเอ็นเอ

ล่าสุด วันนี้ (6 ธ.ค.) นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งข่าวดีจาก นายคงศักดิ์ มีแก้ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยการจัดการป่าไม้ กรมป่าไม้ ว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอของต้นอ่อน ซึ่งขึ้นอยู่บริเวณใกล้กับต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ถูกตัด ผลปรากฏว่าเป็นดีเอ็นเอเดียวกันกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงปลูกอย่างแน่นอน

ในขณะนี้ทางจังหวัดได้ให้เจ้าหน้าที่สถานีวนวัฒวิจัย ประจวบคีรีขันธ์ ไปดำเนินการขุดต้นอ่อนดังกล่าวมาทำการเลี้ยงภายในโรงเรือนสถานีวนวัฒวิจัย ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้มีความเจริญเติบโต ซึ่งต้นยังเล็กอยู่ สูงเพียง 12 ซม. และเริ่มมีใบแตกออกมา 12 ใบ เนื่องจากได้น้ำและปุ๋ย โดยในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้นำใส่ไว้ในกระถาง และจะมีการเปลี่ยนกระถางในโอกาสต่อไป หากมีการเจริญเติบโตและสมบูรณ์แล้วทางจังหวัดจะได้ขอคำเสนอแนะจากผู้บริหารในส่วนกลางว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป

ส่วนการดำเนินการทางวินัยต่อพระสงฆ์ ทราบแต่เพียงว่า ทางเจ้าคณะสงฆ์ภาค 15 ได้ดำเนินการไปแล้วต่อเจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร แต่ไม่ทราบว่ามีการดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะไม่ได้แจ้งให้ทางจังหวัดได้รับทราบ และเป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์ภาค 15 ส่วนพื้นที่บนเขาช่องกระจก จากการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า เป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ ซึ่งทางวัดสามารถดำเนินการได้ตามข้อปฏิบัติ และส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่สาธารณสมบัติ สามารถใช้ร่วมกันอยู่ในความดูแลของฝ่ายปกครอง และเทศบาล



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...