xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ล้อมบ้าน "อ.ตุ๊ก" คนถือเงินวิ่งมาราธอนฉาวชลบุรี พบกำลังขนของเตรียมหลบหนี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ศูนย์ข่าวศรีราชา - ตร. สภ.เสม็ด นำกำลังปิดล้อมบ้าน อ.ตุ๊ก ผู้กุมเงินรายได้งานวิ่งมาราธอนฉาว พบกำลังเตรียมขนของหนี ด้านกำนันคนดังเมืองชลบุรี เข้าแจ้งความเอาผิดฐานฉ้อโกงแล้ว ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น.ยอมเข้าพบ ตร. เบื้องต้น พบใช้ชื่อปลอม



วันนี้ (9 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีวิ่งมาราธอนฉาว “เดิน-วิ่งการกุศล ชลบุรี มาราธอน 2018” หลัง นายกิตติภัทร ชลศรานนท์ ประธานชมรมเดินวิ่งสวนหลวงชลบุรี ตัวแทนคณะจัดกิจกรรม ได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อขอโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันถึงตัวเลขรายได้จากการจัดกิจกรรมว่ามีเพียง 6.8 ล้านบาท จึงทำให้เหลือเงินรายได้หลังหักค่าใชจ่ายมอบให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา เพียงแค่ 5.4 แสนบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายมากและเกิดข้อผิดพลาดจากการจัดทำบัญชีจนมีการแถลงข่าวมอบเงินให้โรงพยาบาลกว่า 3.4 ล้านบาท และยังพาดพิงถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการจัดทำบัญชีทั้งหมดว่า คือ นายธงชัย เจียรนัย หรือ อ.ตุ๊ก ซึ่งเป็นผู้ถือเงินทั้งหมด และตนเองไม่เคยได้ถือเงินรายได้จากการจัดงานแต่อย่างใดนั้น

ล่าสุด ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 167/96 ม.3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายธงชัย หรือ อ.ตุ๊ก ในหมู่บ้านริมทะเล เพื่อเชิญตัวไปทำการสอบสวน แต่กลับพบว่า ภายในบ้านกำลังมีการขนย้ายสิ่งของจึงเกรงว่าจะมีการหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอเชิญตัว นายธงชัย ไปโรงพัก แต่กลับถูกปฏิเสธ และหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวางกำลังปิดล้อมไว้เพื่อป้องกันการหลบหนี

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายในบ้านหลังดังกล่าวยังพบ นางสังข์วาล ชลศรานนท์ อายุ 60 ปี มารดาของ นายกิตติภัทร ชลศรานนท์ ประธานชมรมเดินวิ่งสวนหลวง ร.9 ซึ่ง นางสังข์วาล บอกว่า เดินทางมายังบ้านของ อ.ตุ๊ก เพื่อเรียกร้องให้ออกมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้นำเอกสารออกมาชี้แจงต่อสังคม เพื่อไม่ให้ลูกของตนเองต้องโดนตำรวจจับ

และจากการสอบถามเพื่อนบ้าน ทราบว่า อ.ตุ๊ก ได้เช่าบ้านหลังดังกล่าวอยู่อาศัยประมาณ 10 ปี และได้เลี้ยงสุนัขไว้เป็นจำนวนมากเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยทราบว่า อ.ตุ๊ก ได้ว่าจ้างรถบรรทุกเข้ามาขนของเตรียมหนีไปที่ จ.ปทุมธานี

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า ในวันนี้ นายวินัย พ้นภัยพาล กำนันตำบลเสม็ด ยังได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เสม็ด เนื่องจากตนเองเป็น 1 ในผู้เสียหายที่มอบเงินบริจาคให้แก่งานวิ่งดังกล่าว จำนวน 50,000 บาท เพื่อขอให้ตำรวจได้ดำเนินคดีต่อผู้จัดงานในข้อหาโกงเงินประชาชน พร้อมวอนให้นักวิ่งออกมาร่วมกันแจ้งความเอาผิดต่อผู้เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแบบอย่างแก่สังคม และไม่ปล่อยให้คนผิดลอยนวล

ขณะเดียวกัน นายกิตติภัทร ยังได้เดินทางไปยัง สภ.เสม็ด เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ และเรียกร้องให้ อ.ตุ๊ก ออกมารับผิดชอบ และขอให้ผู้เกี่ยวข้องที่นำเงินจากการจัดงานไปใช้ส่วนตัวนำเงินมาคืน

ผมรู้ว่ามีใครบ้าง ไม่เช่นนั้นสังคมจะตราหน้าทุกคน วันนี้ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วและมีหลักฐานทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมา ตนเองปกป้องทุกคนมาตลอด นายกิตติภัทร กล่าว

อย่างไรก็ดี หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองจังหวัดชลบุรี จะนำกำลังเข้าบุกเข้าบ้านของ อ.ตุ๊ก ในทันทีหลังได้หมายค้นจากศาล จ.ชลบุรี ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างการออกหมายเรียก

15.00 น.  ทนแรงกดดันไม่ไหวยอมเข้าพบ ตร.แล้ว เบื้องต้นพบ "ธงชัย" ชื่อปลอม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา นายธงชัย เจียรนัย หรือ อ.ตุ๊ก ไม่สามารถทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ และกระแสสังคม รวบทั้งการโทรศัทพ์เข้าเกลี้ยกล่อมให้ออกมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจของ นายวินัย พ้นภัยพาล กำนันตำบลเสม็ด ได้ จึงยินยอมออกจากบ้าน และเดินทางไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด ทำการสอบปากคำแล้ว โดยได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกันนักข่าวไม่ให้เข้าใกล้ เนื่องจากไม่ต้องการเป็นข่าว

และจากการสอบสอบจากทะเบียนราษฎรอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด พบว่า ไม่มีชื่อ นายธงชัย เจียรนัย อยู่ในทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย แต่กลับพบชื่อ นายโชคชัย ก่อการรวด อายุ 48 ปีแทน จึงเชื่อว่า อ.ตุ๊ก น่าจะใช้ชื่อปลอมตั้งแต่เข้ามาทำกิจกรรมเดินวิ่งการกุศลในครั้งนี้

ขณะที่บรรยากาศที่ สภ.เสม็ด ก็เป็นไปอย่างคึกคักด้วยกองทัพสื่อมวลชนจากหลายสำนักที่เข้าติดตามข่าว โดย พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางมาสอบปากคำ อ.ตุ๊ก หรือชื่อจริง นายโชคชัย ก่อการรวด อายุ 48 ปี ด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหา นายโชคชัย หรือ อ.ตุ๊ก แต่อย่างใด เพียงแต่อยู่ในขั้นตอนของการสอบปากคำ ซึ่งหากพบว่ามีมูลความผิดก็สามารถดำเนินคดีได้ทันที แต่หากในเบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดก็จำเป็นต้องปล่อยตัวไปก่อน อย่างไรก็ดี ในเรื่องของคดีฉ้อโกงถือเป็นคดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความกันได้ ดังนั้น หากต่อไปเจ้าหน้าที่มีหลักฐานเอาผิดก็สามารถดำเนินคดต่อ นายโชคชัย ได้ แม้จะถูกปล่อยตัวไปก็ตาม

นอกจากนั้น ยังพบว่าเริ่มมีประชาชนและนักวิ่ง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในชมรมเดินวิ่งสวนหลวง ร.9 ชลบุรี ที่ไม่ได้รับเงินค่าจ้างในการทำงาน พากันเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมอีกด้วย








Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...