xs
xsm
sm
md
lg

คุมตัวสอบแล้ว 2 สาวตุ๋นทำข้าวหมื่นกล่องฐานฉ้อโกง เหยื่อดักรอดูหน้าหลังพ่อตายสังเวยสัญญาฉาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อุตรดิตถ์ - ตำรวจแจ้งข้อหาฐานฉ้อโกง-คุมตัวสอบแล้ว 2 สาวหลอกชาววังกะพี้ทำข้าวหมื่นกล่องส่งโรงงานสูญกันเป็นล้าน เบื้องต้นผู้ต้องหายังปฏิเสธ ขณะที่เหยื่อโผล่ดักหน้าโรงพักรอดูหน้า หลังพ่อเจ๊งยับจนเสียชีวิตสังเวยสัญญาข้าวกล่อง



วันนี้ (8 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนางธนิสร กุยแก้ว อายุ 42 ปี และนางจอก นุชศรี อายุ 60 ปี สองแม่ลูกชาวบ้านหมู่ 8 ต.วังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ถูกหลอกทำข้าวกล่องและน้ำดื่มส่งให้กับโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก แต่โรงงานไม่เดินทางมารับของทำให้ผู้รับจ้างสูญเงินลงทุนไปเกือบ 1 ล้านบาท และได้แจ้งความไว้ที่ สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์

ล่าสุด พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 ราย คือ นางธนิตา จันทร์อิ่ม ผู้ชักชวน และ น.ส.กัญจ์หทัย สุกใส ผู้ทำสัญญา และได้ออกหมายเรียกเชิญผู้ถูกกล่าวหามาให้ปากคำแล้ว ตนพร้อมรอง ผบก.ภ.อุตรดิตถ์, ผกก.สภ.พญาแมน, สภ.วังกะพี้ ตลอดจนพนักงานสอบสวนทุกคนเร่งทำงานกันตั้งแต่เช้าจนคืนที่ผ่านมา (7 พ.ย.) โดยได้สอบปากคำผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่โรงานที่ผู้ทำสัญญากล่าวอ้างว่าทำข้าวกล่องส่งก็พบว่าไม่มีการทำสัมปทานดังกล่าว รวมทั้งเข้าตรวจค้นที่บ้านของผู้ถูกกล่าวหาก็พบเส้นทางการโอนเงินต่างๆ มูลค่ากว่า 100,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหายังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าผู้เสียหายผิดสัญญาซึ่งเป็นคดีทางแพ่ง และไม่ยอมบอกว่านำข้าวไปส่งที่ไหน บอกเพียงว่าจะให้การในชั้นศาล แต่ตามพฤติการณ์การสั่งทำข้าวกล่อง 10,000 กล่อง โดยไม่มีที่มาที่ไปก็ถือว่าผิดสังเกต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานให้ครอบคลุมและรวดเร็วที่สุดเพื่อให้เรื่องนี้กระจ่างโดยเร็ว ไม่ให้ใครตกเป็นเหยื่ออีก

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์กล่าวต่อว่า และตามข้อมูลนางธนิตามีประวัติครอบครองยาเสพติด แต่มีการสู้คดีจนยกฟ้องแล้วก็จะดำเนินการตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากเคยมีคดีฉ้อโกงในแถบนี้หลายคดี แต่สามารถเจรจายอมความและจบคดีไป จึงอยากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 รายฉ้อโกง ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำนางธนิตา จันทร์อิ่ม และ น.ส.กัญจ์หทัย สุขใสนั้น ปรากฏว่า น.ส.นภัสวรรณ ยิ้มเจริญ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 194 ถ.เกษมราษฎร์ ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ได้เดินทางมาที่ สภ.พญาแมน และเปิดเผยว่า พอทราบว่านางธนิตา และ น.ส.กัญจ์หทัยมาให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่จึงมารอเจอ และหากมีโอกาสได้พูดคุยก็อยากจะถามว่ายังมีชีวิตอยู่หรือ ยังไม่หยุดพฤติกรรมหลอกลวงชาวบ้านอีกหรือ เพราะปีที่ผ่านมาพ่อของตน นายอัครเดช ยิ้มเจริญ ได้ทำสัญญาทำข้าวกล่องส่งให้ น.ส.กัญจ์หทัย เช่นกัน เป็นเวลา 9 ปี ทำข้าวกล่องส่งวันละ 2 มื้อๆ ละ 10,000 กล่อง รวม 20,000 กล่อง เสียค่าทำสัญญาสัมปทานกว่า 700,000 บาท และซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการทำอาหารจาก น.ส.กัญจ์หทัย อีกกว่า 2 ล้านบาท รวมเป็น 3 ล้านบาท แต่เมื่อทำข้าวกล่องส่งก็ไม่มีการรับข้าวกล่องไปตั้งแต่ทำครั้งแรก โดยอ้างว่าข้าวแฉะ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้พ่อซึ่งเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเกิดอาการเครียดมากจนเสียชีวิต เนื่องจากพ่อตั้งใจและทุ่มเทกับงานนี้มาก โดยเลิกทำธุรกิจขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคมาทำ

ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากปรึกษากับทนายความแล้วได้รับคำแนะนำว่าสัญญาที่ทำตนเสียเปรียบทุกอย่าง เป็นคดีแพ่ง จะต้องเสียค่าทนาย เสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาล และไม่รู้ว่าจะได้ค่าชดเชยหรือไม่ จึงทำใจว่าฟาดเคราะห์ไป

“แต่ตอนนี้ดีใจที่มีคนออกมาแจ้งความดำเนินคดี เราพร้อมเป็นพยานให้เต็มที่”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากสอบปากคำนางธนิตา จันทร์อิ่มแล้ว กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้นำตัวนางธนิตาเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 99/9ม.3 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ บ้านของนางธนิตา เบื้องต้นพบสัญญาว่าจ้างต่างๆ ก่อนที่จะนำตัวกลับมาสอบปากคำต่อที่ สภ.พญาแมน โดยแยกห้องสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน เพื่อที่จะสอบสวนให้ได้ความจริงมากที่สุด
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...